กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
สำนักงานประกันสังคม · 16 ต.ค. 2569

ราชกิจจาฯ ประกาศแล้ว ประกาศกระทรวงแรงงาน (ฉบับที่ 2) ลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน — เล่ม 143 ตอนพิเศษ 243 ง วันที่ 6 ต.ค. 2569 มีผล 1 ม.ค. 2570 ยกเลิกตารางอัตราปี 2562 ใช้ตารางอัตราเงินสมทบใหม่ 1,091 รหัสกิจการ (0.20–1.00% ของค่าจ้าง) และตารางลด–เพิ่มตามอัตราส่วนการสูญเสีย ลดสูงสุด 70% เพิ่มสูงสุด 50% สปส. แถลง 16 ต.ค. นายจ้าง 344,521 แห่งจ่ายลดรวม 1,700 ล้านบาท/ปี ไม่มีรายใดจ่ายเพิ่ม

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ที่ 185 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ประเภท ขนาดของกิจการ ท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ 2) ซึ่งปรับลดภาระการจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนของนายจ้าง ออกแล้วอย่างเป็นทางการ ตัวบทประกาศลงนามโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 243 ง หน้า 17 วันที่ 6 ตุลาคม 2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 สปส. คาดว่านายจ้าง 344,521 แห่ง หรือประมาณร้อยละ 75 ของนายจ้างทั้งหมด จะจ่ายเงินสมทบลดลงรวมประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี และไม่มีนายจ้างรายใดต้องจ่ายเพิ่ม ข่าวนี้ต่อเนื่องจากที่กระทรวงแรงงานเห็นชอบหลักการเมื่อ 14 กันยายน 2569 โดยครั้งนี้มีตัวบทและตารางอัตราใหม่ให้นายจ้างตรวจสอบรายรหัสกิจการได้แล้ว

สาระสำคัญของตัวบทประกาศ (ราชกิจจานุเบกษา 6 ต.ค. 2569)

  • ฐานอำนาจและเหตุผล: ออกตามมาตรา 6 วรรคหนึ่ง มาตรา 44 วรรคหนึ่ง และมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.เงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 เพื่อกำหนดอัตราเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
  • ข้อ 1 วันมีผล: ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
  • ข้อ 2 ตารางที่ 1 อัตราเงินสมทบใหม่: ยกเลิกตารางอัตราเงินสมทบท้ายประกาศกระทรวงแรงงานฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 และใช้ตารางใหม่แทน ครอบคลุม 1,091 รหัสกิจการ (รหัส 5 หลัก) จัดตามหมวดใหญ่ A ถึง U อัตราอยู่ระหว่างร้อยละ 0.20 ถึง 1.00 ของค่าจ้าง ตัวอย่างอัตราในตารางใหม่ เช่น บริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร (56101) โรงแรม รีสอร์ท และห้องชุด (55101) ขายปลีกสินค้าอื่น ๆ ในร้านค้าทั่วไป (47190) จัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ (62012) และกิจกรรมเกี่ยวกับบัญชี การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี และที่ปรึกษาด้านภาษี (69200) อยู่ที่ร้อยละ 0.20 ส่วนการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย (41001) ร้อยละ 0.35 และการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย (41002) ร้อยละ 0.30
  • ข้อ 3 ตารางที่ 2 การลด–เพิ่มอัตราเงินสมทบใหม่: ยกเลิกตารางการลด–เพิ่มเดิมและใช้ตารางใหม่ที่อิงอัตราส่วนการสูญเสีย คือ ไม่เกิน 10.00 ลดลงร้อยละ 70 / 10.01–20.00 ลดลงร้อยละ 60 / 20.01–30.00 ลดลงร้อยละ 50 / 30.01–40.00 ลดลงร้อยละ 40 / 40.01–50.00 ลดลงร้อยละ 30 / 50.01–60.00 ลดลงร้อยละ 20 / 60.01–70.00 ลดลงร้อยละ 10 / 70.01–80.00 ไม่ลดไม่เพิ่ม / 80.01–90.00 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 / 90.01–100.00 เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 / 100.01–110.00 เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 / 110.01–120.00 เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 / 120.01 ขึ้นไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 (ร้อยละของอัตราเงินสมทบ)
  • ข้อ 4 บทเฉพาะกาล: นายจ้างที่จ่ายเงินสมทบตามประกาศฉบับลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้นำจำนวนเงินทดแทนที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างแต่ละคนหรือผู้มีสิทธิตามมาตรา 20 และเงินสมทบที่จ่ายตามประกาศเดิม มาคำนวณหาอัตราการสูญเสียตามหลักเกณฑ์ในข้อ 19 ด้วย

ตัวเลขจากแถลงของ สปส. (16 ต.ค. 2569)

  • ลดอัตราหลัก 452 รหัสกิจการ: จากทั้งหมด 1,091 รหัสกิจการ โดยปรับอัตราเงินสมทบหลักให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของกิจการ
  • ส่วนลดค่าประสบการณ์สูงสุดร้อยละ 70: เพิ่มจากเดิมร้อยละ 50 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นายจ้างและสถานประกอบการให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน ขณะที่ตารางที่ 2 ยังคงมีกลไกเพิ่มอัตราร้อยละ 10–50 สำหรับกิจการที่มีอัตราส่วนการสูญเสียเกิน 80.00
  • นายจ้างได้ประโยชน์ 344,521 แห่ง (ราวร้อยละ 75): เงินสมทบลดลงรวมประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี และ สปส. ยืนยันว่าไม่มีนายจ้างรายใดต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงอัตราและวิธีคำนวณอัตราค่าประสบการณ์ครั้งนี้
  • สิทธิลูกจ้างคงเดิม: นางสาวจีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการ สปส. ระบุว่าการปรับลดครั้งนี้ไม่ตัดทอนสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง กองทุนเงินทดแทนซึ่งนายจ้างจ่ายเงินสมทบเพียงฝ่ายเดียว ยังคุ้มครองกรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงานอย่างครบถ้วน

ใครได้รับผลกระทบ

  • นายจ้างทุกรายที่ขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทน: อัตราเงินสมทบหลักปี 2570 จะอ้างอิงตารางที่ 1 ใหม่ตามรหัสกิจการที่ขึ้นทะเบียนไว้ กิจการใน 452 รหัสที่ปรับลดจะได้อัตราต่ำลงโดยอัตโนมัติ
  • กิจการที่เสียเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ปี 2562: อัตราค่าประสบการณ์ปี 2570 จะคำนวณจากสถิติเงินทดแทนและเงินสมทบช่วงที่ผ่านมาตามข้อ 4 ของประกาศ กิจการที่มีอัตราส่วนการสูญเสียต่ำจึงมีโอกาสได้ส่วนลดถึงร้อยละ 70
  • SME ภาคบริการ ค้าปลีก และสำนักงาน: รหัสกิจการกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ที่อัตราร้อยละ 0.20 ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในตาราง ภาระที่เหลือจึงขึ้นกับอัตราค่าประสบการณ์เป็นหลัก

สิ่งที่ SME ต้องเตรียม

เช็กลิสต์นายจ้าง SME หลังตัวบทประกาศออกแล้ว
เตรียมงบเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปี 2570 จากตารางใหม่0/5
  • ดาวน์โหลดตัวบทประกาศ (ฉบับที่ 2) จากเว็บไซต์ สปส. แล้วค้นรหัสกิจการของสถานประกอบการในตารางที่ 1 เพื่อดูอัตราเงินสมทบหลักใหม่ที่จะใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2570
  • เทียบรหัสกิจการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับลักษณะกิจการจริง หากไม่ตรง ให้ติดต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่เพื่อแก้ไขก่อนรอบประเมินปี 2570
  • ตั้งงบประมาณเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปี 2570 จากอัตราหลักใหม่ แล้วปรับด้วยอัตราค่าประสบการณ์ตามหนังสือแจ้งที่ สปส. จะแจ้งเป็นรายสถานประกอบการ
  • ทบทวนสถิติการประสบอันตรายและเงินทดแทนที่กองทุนจ่ายให้ลูกจ้างของกิจการ เพราะข้อ 4 ของประกาศให้นำตัวเลขช่วงก่อน 1 ม.ค. 2570 มาคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียด้วย
  • ลงทุนด้านความปลอดภัยในการทำงานต่อเนื่อง เพราะตารางที่ 2 ใหม่ให้ส่วนลดสูงสุดร้อยละ 70 เมื่ออัตราส่วนการสูญเสียไม่เกิน 10.00 และเพิ่มอัตราได้ถึงร้อยละ 50 เมื่อเกิน 120.00

ผลต่อ SME

  • ต้นทุนด้านบุคลากรปี 2570 คำนวณได้แล้ว: เมื่อตารางอัตราใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ฝ่ายบัญชีสามารถประมาณการเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนจากอัตราหลักรายรหัสกิจการได้ทันที แทนที่จะรอตัวเลขภาพรวมจากข่าว
  • ประวัติความปลอดภัยมีมูลค่าเป็นตัวเงินชัดขึ้น: ช่วงส่วนลดในตารางที่ 2 กว้างขึ้นถึงร้อยละ 70 กิจการที่ควบคุมอุบัติเหตุได้ดีจะเห็นผลเป็นเงินสมทบที่ลดลงโดยตรง ขณะที่กิจการที่มีอัตราส่วนการสูญเสียสูงยังอาจถูกเพิ่มอัตรา
  • ตัวเลขรายกิจการต้องรอหนังสือแจ้งจาก สปส.: จำนวน 344,521 แห่ง และ 1,700 ล้านบาทต่อปี เป็นประมาณการภาพรวม อัตราที่แต่ละกิจการต้องจ่ายจริงขึ้นกับรหัสกิจการและอัตราค่าประสบการณ์ที่ สปส. ประเมินและแจ้งให้ทราบ

ที่มา: สำนักงานประกันสังคม — ข่าวประชาสัมพันธ์ที่ 185 (16 ต.ค. 2569) ข่าวดี! กองทุนเงินทดแทน ปรับลดเงินสมทบ และ ประกาศกระทรวงแรงงาน (ฉบับที่ 2) ฉบับราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 243 ง (PDF จากเว็บไซต์ สปส.)

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี