กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
กรมสรรพากร · 12 ต.ค. 2569

ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. ยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 810) พ.ศ. 2569 ต่ออายุสิทธิบริจาคเพื่อการกีฬาผ่าน e-Donation หักได้ 2 เท่า ครอบคลุมการบริจาคตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ธ.ค. 2570 — ให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกีฬาจังหวัด สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และกรมพลศึกษา ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แต่เมื่อรวมกับรายจ่าย 2 เท่าตามกฎหมายอื่นต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหรือกำไรสุทธิ พร้อมยกเว้น VAT ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์กรณีบริจาคเป็นทรัพย์สิน

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 64 ก วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 810) พ.ศ. 2569 ให้ไว้ ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ (13 ตุลาคม 2569) กรมสรรพากรนำขึ้นหน้า “กฎหมายออกใหม่” เมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ในชุดเดียวกับฉบับที่ 808 และ 809 สาระสำคัญคือต่ออายุสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคเพื่อสนับสนุนการกีฬาผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ให้ครอบคลุมการบริจาคตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ตามหมายเหตุท้ายพระราชกฤษฎีกา มาตรการเดิมตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 772) พ.ศ. 2566 ใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 จึงต้องตรากฎหมายฉบับใหม่เพื่อให้สิทธิต่อเนื่อง และเป็นการออกกฎหมายรองรับมติคณะรัฐมนตรี 16 มิถุนายน 2569 ที่เห็นชอบให้ขยายเวลามาตรการบริจาคเพื่อการศึกษาและการกีฬา

สาระสำคัญ (มาตรา 3–4)

  • ต้องบริจาคผ่าน e-Donation เท่านั้น: มาตรา 3 นิยาม “ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์” ว่าเป็นระบบที่ใช้สร้างและเก็บรักษาข้อมูลการบริจาคในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การบริจาคที่ไม่ผ่านระบบนี้ไม่ได้สิทธิ 2 เท่าตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้
  • ผู้รับบริจาคที่เข้าเงื่อนไข 6 กลุ่ม: การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกีฬาจังหวัด สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย และกรมพลศึกษา
  • บุคคลธรรมดา (มาตรา 4 (1)): ยกเว้นเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 (1)–(6) เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค (เฉพาะการบริจาคเป็นเงิน)
  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (มาตรา 4 (2)): ยกเว้นเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค ไม่ว่าจะจ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน
  • ช่วงเวลา: การบริจาคที่กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ครอบคลุมย้อนหลังถึงการบริจาคในปีภาษี/รอบบัญชี 2568 ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่กฎหมายประกาศ

เพดานและเงื่อนไข (มาตรา 5–9)

  • เพดานบุคคลธรรมดา (มาตรา 5): เมื่อนำเงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามฉบับนี้มารวมกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้น 2 เท่าตามพระราชกฤษฎีกาฉบับอื่น ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
  • เพดานนิติบุคคล (มาตรา 6): เมื่อรวมกับรายจ่ายที่ได้รับยกเว้น 2 เท่าตามพระราชกฤษฎีกาฉบับอื่น ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข)
  • ส่วนที่เกินเพดานของบุคคลธรรมดา (มาตรา 7): เงินบริจาคส่วนที่เหลือจากการใช้สิทธิ 2 เท่า ยังนำไปยกเว้นเงินได้ได้ตามหลักเกณฑ์ข้อ 2 (68) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)
  • บริจาคเป็นทรัพย์สิน (มาตรา 8): ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่ 6 กลุ่มข้างต้น ในช่วง 1 มกราคม 2568 – 31 ธันวาคม 2570 โดยมีเงื่อนไขว่าผู้โอนต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้านั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้
  • ห้ามใช้สิทธิซ้ำ (มาตรา 9): ผู้ที่ใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกานี้แล้ว ต้องไม่นำเงินบริจาคเดียวกันไปหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (7) (ข) หรือหักเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) อีก
  • หลักเกณฑ์เพิ่มเติม: มาตรา 5 (3) มาตรา 6 (3) และมาตรา 8 ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด ควรติดตามประกาศอธิบดีฯ ที่จะออกตามมา

ผลต่อ SME

  • ธุรกิจที่สนับสนุนกีฬาท้องถิ่นหรือสมาคมกีฬาระดับชาติ: เงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคให้สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” หรือกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผ่าน e-Donation หักรายจ่ายทางภาษีได้ 2 เท่า ภายใต้เพดานรวม 10% ของกำไรสุทธิ
  • รอบบัญชี 2568 ที่ยื่น ภ.ง.ด.50 ไปแล้ว: กฎหมายให้สิทธิย้อนหลังถึง 1 มกราคม 2568 กิจการที่บริจาคเพื่อการกีฬาในปี 2568 โดยยังไม่ได้ใช้สิทธิ 2 เท่า ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีเรื่องการยื่นแบบเพิ่มเติมหรือขอคืนภาษี โดยต้องมีข้อมูลการบริจาคในระบบ e-Donation รองรับ
  • ต่างจากค่าโฆษณาหรือสปอนเซอร์: สิทธินี้ใช้กับ “การบริจาค” ที่ไม่มีสิ่งตอบแทน หากกิจการจ่ายเงินสนับสนุนโดยได้รับสิทธิโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ตอบแทน เป็นรายจ่ายทางการค้าตามปกติ ไม่ใช่การบริจาคตามพระราชกฤษฎีกานี้ ควรแยกสัญญาและเอกสารให้ชัดเจน
เช็กลิสต์ SME ก่อนใช้สิทธิบริจาคเพื่อการกีฬา 2 เท่า
ตรวจให้ครบก่อนปิดงบและยื่นแบบ0/5
  • ตรวจว่าผู้รับบริจาคอยู่ใน 6 กลุ่มตามมาตรา 4 (การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกีฬาจังหวัด สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือกรมพลศึกษา) ไม่ใช่ชมรมหรือสโมสรทั่วไป
  • ยืนยันว่าการบริจาคถูกบันทึกในระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร โดยตรวจรายการผ่านระบบ My Tax Account ก่อนยื่นแบบ
  • คำนวณเพดานร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล โดยรวมรายจ่าย 2 เท่าตามกฎหมายอื่นด้วย เช่น การบริจาคให้สถานศึกษาตามฉบับที่ 809
  • กรณีบริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสินค้า ห้ามนำต้นทุนทรัพย์สินนั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายซ้ำ และบันทึกบัญชีการตัดทรัพย์สินออกจากทะเบียนให้ตรงกัน
  • ไม่นำเงินบริจาคก้อนเดียวกันไปหักเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) อีกครั้ง และเก็บหลักฐานไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี

ที่มา: กรมสรรพากร — พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 810) พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 64 ก, 12 ต.ค. 2569) และ กรมสรรพากร — หน้า “กฎหมายออกใหม่” (รายการวันที่ 14 ต.ค. 2569)

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี