กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
กรมสรรพากร · 28 ก.ย. 2569

ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. ยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 806) พ.ศ. 2569 — เพิ่ม 9 มูลนิธิด้านการแพทย์ สาธารณสุข และการศึกษา เข้าบัญชีบริจาคผ่าน e-Donation หักได้ 2 เท่า บริษัทหักรายจ่าย 2 เท่าทั้งเงินสดและทรัพย์สิน ย้อนหลังตั้งแต่ 26 พ.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570 มีผล 29 ก.ย. 2569

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 143 ตอนที่ 58 ก) ได้เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 806) พ.ศ. 2569 ให้ไว้ ณ วันที่ 21 กันยายน 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือ 29 กันยายน 2569 สาระสำคัญคือแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 795 พ.ศ. 2568 โดยเพิ่มรายชื่อมูลนิธิด้านการแพทย์ สาธารณสุข และการศึกษาอีก 9 แห่ง เข้าเป็น “มูลนิธิ” ที่ผู้บริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 2 เท่าของยอดบริจาค ซึ่งเป็นการออกกฎหมายรองรับมาตรการที่กรมสรรพากรแถลงไว้เมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 กรมสรรพากรนำพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ขึ้นเผยแพร่ในหน้า “กฎหมายออกใหม่” เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับ SME ที่เป็นนิติบุคคลและเจ้าของกิจการที่วางแผนบริจาคในช่วงปลายปี 2569 ถึงปี 2570

สาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกา

  • เพิ่มมูลนิธิลำดับ (27) ถึง (35) ใน พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 795: (27) มูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (28) มูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี (29) มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (30) มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (31) มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (32) มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (33) มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชและสาขา (34) มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ (35) มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • สิทธิของบุคคลธรรมดา (มาตรา 4 (1)): ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค
  • สิทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (มาตรา 4 (2)): ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค “ไม่ว่าจะได้จ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน”
  • เงื่อนไขช่องทาง: ต้องเป็นการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ให้แก่สภากาชาดไทยหรือมูลนิธิตามบัญชีรายชื่อเท่านั้น
  • ช่วงเวลาที่ได้สิทธิ (มาตรา 4/1): (1) การบริจาคให้สภากาชาดไทยและมูลนิธิลำดับ (1) ถึง (26) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570 และ (2) การบริจาคให้มูลนิธิลำดับ (27) ถึง (35) ที่เพิ่มใหม่ ตั้งแต่ 26 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ดังนั้นการบริจาคให้ 9 มูลนิธิใหม่ที่ทำผ่าน e-Donation ไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ได้สิทธิย้อนหลังด้วย
  • บริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสินค้า (มาตรา 7): ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้จากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้สภากาชาดไทยหรือมูลนิธิ โดยมีเงื่อนไขว่าผู้โอน “ต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่าย” ในการคำนวณภาษีเงินได้ และต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
  • เหตุผลท้ายพระราชกฤษฎีกา: เพื่อเพิ่มรายชื่อมูลนิธิด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา และจูงใจให้มีการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านดังกล่าวของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ใครได้รับผลกระทบ

  • บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกขนาด: รวมถึง SME ที่มีกำไรและต้องการใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าในรอบบัญชี 2569 และ 2570
  • เจ้าของกิจการที่เสียภาษีบุคคลธรรมดา: เช่น ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคล ซึ่งใช้สิทธิลดหย่อนบริจาคในการยื่น ภ.ง.ด.90/91
  • กิจการที่บริจาคเป็นสิ่งของ: เช่น ผู้ผลิตหรือผู้ค้าที่บริจาคสินค้าหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มูลนิธิในบัญชีรายชื่อ ซึ่งได้รับยกเว้น VAT และภาษีอื่นตามมาตรา 7 แต่ต้องไม่หักต้นทุนสินค้านั้นซ้ำ

สิ่งที่ SME ต้องเตรียม

เช็กลิสต์ก่อนบริจาคเพื่อใช้สิทธิ 2 เท่า
ตรวจให้ครบก่อนโอนเงินหรือส่งมอบทรัพย์สิน0/5
  • ตรวจชื่อผู้รับบริจาคให้ตรงกับบัญชีรายชื่อในพระราชกฤษฎีกา (สภากาชาดไทย หรือมูลนิธิลำดับ (1) ถึง (35)) ชื่อมูลนิธิที่คล้ายกันแต่ไม่อยู่ในบัญชีจะไม่ได้สิทธิ 2 เท่า
  • บริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น การโอนเงินเข้าบัญชีมูลนิธิโดยตรงหรือจ่ายเงินสดโดยไม่ผ่านระบบ ไม่เข้าเงื่อนไขของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้
  • ตรวจวันที่บริจาค ให้อยู่ในช่วง 26 พ.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570 สำหรับ 9 มูลนิธิใหม่ และบันทึกข้อมูลการบริจาคในระบบ e-Donation ให้ตรงกับงบการเงิน
  • กรณีบริจาคเป็นทรัพย์สินหรือสินค้า ให้บันทึกบัญชีโดยไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้านั้นมาหักเป็นรายจ่ายซ้ำ ตามเงื่อนไขมาตรา 7
  • ปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องเพดานการหักรายจ่ายและหลักเกณฑ์ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่ใช้บังคับกับ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 795 ก่อนปิดรอบบัญชี

ผลต่อ SME

  • มีกฎหมายรองรับชัดเจนแล้ว: จากเดิมที่มาตรการ 9 มูลนิธิเป็นเพียงการแถลงของกรมสรรพากรเมื่อ 26 พ.ค. 2569 ขณะนี้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว ผู้ทำบัญชีสามารถอ้างอิงมาตรา 3, 4, 4/1 และ 7 ของ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 795 ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 806 ได้โดยตรง
  • ครอบคลุมการบริจาคที่ทำไปแล้ว: SME ที่บริจาคให้ 9 มูลนิธิใหม่ผ่าน e-Donation ตั้งแต่ 26 พ.ค. 2569 ควรตรวจสอบว่าได้บันทึกสิทธิ 2 เท่าไว้ในการประมาณการภาษีกลางปีและการปิดงบปี 2569 แล้วหรือยัง
  • เพดานการหักยังต้องดูประกอบ: พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 806 ไม่ได้แก้ไขเรื่องเพดานการหัก ซึ่งตามที่กรมสรรพากรแถลงไว้เมื่อ 26 พ.ค. 2569 นิติบุคคลหักรายจ่ายบริจาคได้ 2 เท่าแต่รวมแล้วไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล จึงควรให้ผู้ทำบัญชีคำนวณเพดานร่วมกับรายการบริจาคอื่นของกิจการ และยึดตามตัวบทกฎหมายและประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเป็นหลัก

ที่มา: กรมสรรพากร — พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 806) พ.ศ. 2569 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 58 ก วันที่ 28 กันยายน 2569) และ กรมสรรพากร — หน้ากฎหมายออกใหม่ (เผยแพร่ 1 ตุลาคม 2569)

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี