กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
สำนักงานประกันสังคม · 27 ก.ย. 2569

ประกันสังคมย้ำสิทธิผู้ประกันตน ม.33 ที่น้ำท่วมจนไปทำงานไม่ได้ หรือนายจ้างต้องหยุดกิจการชั่วคราวและไม่ได้รับค่าจ้าง — ขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน นายจ้างต้องออกหนังสือรับรองและยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Service หรือสำนักงานประกันสังคม

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ย้ำสิทธิ ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะกรณีน้ำท่วม จนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ หรือนายจ้างได้รับผลกระทบจนไม่สามารถประกอบกิจการได้ชั่วคราว และผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้าง สามารถขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ โดย สปส. มีแนวทางจ่ายเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน ข่าวนี้กระทบนายจ้าง SME ในพื้นที่น้ำท่วมโดยตรง เพราะการยื่นขอรับสิทธิต้องมีหนังสือรับรองจากนายจ้าง และนายจ้างเป็นผู้ยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Service

สาระสำคัญ

  • ใครมีสิทธิ: ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วม จนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ชั่วคราว และในช่วงนั้นผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ สปส. กำหนด
  • อัตราและระยะเวลา: เงินทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน
  • เอกสารฝั่งผู้ประกันตน: แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน (สปส.2-01/7), หนังสือรับรองการว่างงานจากนายจ้าง และหากยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน ให้แนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกด้วย
  • หน้าที่นายจ้าง: ออกหนังสือรับรองการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย แล้วยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม หรือยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสาขา
  • ช่องทางสอบถาม: สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ www.sso.go.th

ผลต่อ SME

  • ทางเลือกเมื่อต้องหยุดกิจการชั่วคราว: ถ้าสถานประกอบการถูกน้ำท่วมจนเปิดทำการไม่ได้ และนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างในช่วงนั้น ลูกจ้าง ม.33 สามารถขอรับเงินทดแทนจากกองทุนประกันสังคมได้ตามสิทธินี้ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันเรื่องรายได้ของพนักงานระหว่างที่กิจการฟื้นฟู แต่ต้องจัดการเอกสารให้ครบเพราะการยื่นเริ่มจากหนังสือรับรองของนายจ้าง
  • สิทธินี้ใช้ไม่ได้กับทุกกรณี: เงื่อนไขสำคัญคือผู้ประกันตน "ไม่ได้รับค่าจ้าง" ในช่วงที่หยุดงาน หากนายจ้างยังจ่ายค่าจ้างตามปกติ หรือให้ทำงานจากบ้าน ก็ไม่เข้าเงื่อนไขว่างงานเหตุสุดวิสัย นายจ้างจึงควรตัดสินใจเรื่องการจ่ายค่าจ้างในช่วงน้ำท่วมให้ชัดเจนก่อน และปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
  • ผลทางบัญชีและเงินสมทบ: ช่วงที่ไม่จ่ายค่าจ้าง ให้ตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีเรื่องการบันทึกเงินเดือนและการนำส่งเงินสมทบของงวดนั้น เพื่อให้แบบรายการ สปส. 1-10 ตรงกับค่าจ้างที่จ่ายจริง

สิ่งที่นายจ้าง SME ต้องเตรียม

เช็กลิสต์นายจ้างในพื้นที่น้ำท่วม
ข้อแนะนำจากสำนักงานบัญชี (สรุปจากแนวทางของ สปส. และแนวปฏิบัติของนายจ้าง)0/4
  • บันทึกข้อเท็จจริงว่ากิจการหยุดประกอบการชั่วคราวเพราะน้ำท่วมตั้งแต่วันใดถึงวันใด และพนักงานคนใดไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงนั้น พร้อมภาพถ่ายและหลักฐานสถานการณ์
  • จัดทำหนังสือรับรองการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยให้ลูกจ้างแต่ละคน และรวบรวมแบบ สปส.2-01/7 ที่ลูกจ้างกรอกแล้ว
  • ยื่นเรื่องผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th) หรือที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสาขา และแจ้งลูกจ้างให้ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน หรือเตรียมสำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์
  • แจ้งสำนักงานบัญชีให้ปรับการบันทึกเงินเดือนและเงินสมทบของงวดที่หยุดจ่ายค่าจ้าง เพื่อให้แบบนำส่งเงินสมทบและงบการเงินสอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ – รัฐบาลย้ำสิทธิ "ม.33" เจอภัยธรรมชาติจนทำงานไม่ได้ รับเงินว่างงานเหตุสุดวิสัย 50% ไม่เกิน 90 วัน (27 ก.ย. 2569) และ สำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th)

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี