กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน · 22 ก.ย. 2569

กสร. เปิดระบบ e-Service “EwFund” รับนำส่งเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง — นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนเริ่มหักเงินสะสมและจ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 แจ้งส่งเงินผ่านระบบได้ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569 งวดแรกภายใน 15 พ.ย. 2569 ส่งช้าเจอเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดหน้าบริการอิเล็กทรอนิกส์ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EwFund) พร้อมไฟล์ Excel สำหรับจัดเตรียมและนำเข้าบัญชีรายชื่อลูกจ้าง คลิปแนะนำการใช้งาน คู่มือ และคำอธิบายฉบับปรับปรุงวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยระบุว่า นายจ้างสามารถแจ้งการส่งเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป รองรับการเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามพระราชกฤษฎีกาที่เลื่อนกำหนดมาเป็น 1 ตุลาคม 2569 กระทบโดยตรงกับ SME ทุกแห่งที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและยังไม่ได้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งต้องปรับระบบเงินเดือนตั้งแต่ค่าจ้างงวดเดือนตุลาคมนี้

สาระสำคัญ: ใครต้องส่ง เท่าไร เมื่อไร

  • เริ่มจัดเก็บ 1 ตุลาคม 2569: เดิมกำหนดเริ่ม 1 ตุลาคม 2568 แต่พระราชกฤษฎีกากำหนดระยะเวลาเริ่มดำเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2568 (ราชกิจจานุเบกษา 14 กันยายน 2568) เลื่อนออกไป 1 ปี เพื่อลดภาระนายจ้างและลูกจ้างในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
  • นายจ้างที่อยู่ในบังคับ: นายจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องนำลูกจ้างเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ยกเว้นนายจ้างที่จัดให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้ว หรือจัดสวัสดิการสงเคราะห์ตามกฎกระทรวงแทน ส่วนลูกจ้างที่นายจ้างไม่ได้ให้เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (เช่น ยังไม่ผ่านทดลองงาน) ยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
  • อัตราเริ่มต้นฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง: นายจ้างหักค่าจ้างลูกจ้างเป็นเงินสะสม 0.25% และจ่ายเงินสมทบเท่ากันอีก 0.25% ทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง เช่น เงินเดือน 12,000 บาท หักลูกจ้าง 30 บาท นายจ้างสมทบ 30 บาท รวมนำส่ง 60 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งนี้กฎกระทรวงกำหนดให้ปรับอัตราขึ้นเป็นฝ่ายละ 0.5% ในระยะต่อไป
  • กำหนดนำส่ง: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักเงินสะสม ดังนั้นค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 ต้องนำส่งภายใน 15 พฤศจิกายน 2569 โดยระบบ EwFund เปิดให้แจ้งการส่งเงินตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569
  • ส่งช้าหรือส่งไม่ครบ: นายจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา ร้อยละ 5 ต่อเดือน ของเงินที่ไม่ได้นำส่งหรือยังขาดอยู่ (เศษของเดือนตั้งแต่ 15 วันนับเป็น 1 เดือน) และจะอ้างว่าไม่ได้หักค่าจ้างลูกจ้างเพื่อพ้นความรับผิดไม่ได้

ขั้นตอนขึ้นทะเบียนและใช้ระบบ EwFund

  • ยื่นบัญชีรายชื่อลูกจ้าง (แบบ สกล.3): ต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่หรือสำนักงานจังหวัดที่ตั้งกิจการ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากกำหนดจ่ายค่าจ้าง จากนั้นกรมฯ จะออกหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียน (สกล.4) ไว้เป็นหลักฐาน หากมีลูกจ้างเข้า–ออกให้แจ้งเปลี่ยนแปลงด้วยแบบ สกล.3/2 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • ใช้ข้อมูลประกันสังคมได้: นายจ้างที่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03) และแจ้งเปลี่ยนแปลง (สปส.6-15) ต่อสำนักงานประกันสังคมแล้ว กฎหมายถือว่าได้ยื่นแบบรายชื่อลูกจ้างต่อกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแล้ว
  • เตรียมไฟล์ Excel ตามแม่แบบของ กสร.: หน้าบริการ EwFund มี Template Excel สำหรับนำเข้าบัญชีรายชื่อลูกจ้างและคำอธิบายการกรอก (ปรับปรุง 22 ก.ย. 2569) ควรจัดข้อมูลชื่อ เลขบัตรประชาชน และค่าจ้างให้ตรงกับระบบเงินเดือนก่อนอัปโหลด
  • ช่องทางสอบถาม: กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โทร. 02 660 2000 ต่อ 2059–2062 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 3

ผลต่อ SME

แม้อัตรา 0.25% จะดูน้อย แต่เป็นรายการหักและรายจ่ายประจำเดือนใหม่ที่ต้องอยู่ในสลิปเงินเดือน บันทึกบัญชี และกระทบกระแสเงินสดทุกเดือน กิจการที่มีลูกจ้าง 20 คน เงินเดือนเฉลี่ย 15,000 บาท จะมีเงินสมทบฝ่ายนายจ้างเพิ่มราว 750 บาทต่อเดือน และต้องหักเงินสะสมลูกจ้างอีกเท่ากัน ส่วนนายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วควรตรวจว่าลูกจ้างทุกคนเป็นสมาชิกกองทุนหรือไม่ เพราะลูกจ้างที่ยังไม่เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

เช็กลิสต์สำหรับ SME ที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป
ข้อแนะนำจากสำนักงานบัญชี (ไม่ใช่เงื่อนไขทางการของ กสร.)0/5
  • นับจำนวนลูกจ้าง ณ วันที่ 1 ต.ค. 2569 ว่าถึง 10 คนหรือไม่ และตรวจว่ากิจการเข้าข้อยกเว้น (มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพครอบคลุมลูกจ้างทุกคน) หรือไม่
  • ตั้งค่ารายการหักเงินสะสม 0.25% และรายการเงินสมทบนายจ้าง 0.25% ในระบบเงินเดือน ให้มีผลกับค่าจ้างงวดเดือน ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
  • แจ้งลูกจ้างล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะเริ่มหักเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามกฎหมาย และเงินนี้จะได้คืนพร้อมดอกผลเมื่อออกจากงาน
  • ดาวน์โหลด Template Excel จากหน้า EwFund ของ กสร. เตรียมบัญชีรายชื่อลูกจ้างให้พร้อม และกำหนดผู้รับผิดชอบนำส่งงวดแรกภายใน 15 พ.ย. 2569
  • บันทึกเงินสมทบฝ่ายนายจ้างเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และเงินสะสมที่หักจากลูกจ้างเป็นหนี้สินรอนำส่ง แยกจากเงินสมทบประกันสังคม

ที่มา: บริการอิเล็กทรอนิกส์กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (EwFund) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และคำชี้แจงพระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี