กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
กระทรวงการคลัง · 20 ต.ค. 2569

กระทรวงการคลังแถลงชุดมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 หลัง ครม. 20 ต.ค. 2569 — กรมสรรพากรขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษีที่ครบกำหนด 1 ก.ย.–29 ธ.ค. 2569 ออกไปเป็น 30 ธ.ค. 2569 ในท้องที่ประสบภัย ครอบคลุม ภ.ง.ด. ภ.พ. ภ.ธ. และอากรแสตมป์ ออมสินออก Soft Loan 30,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย SME ไม่เกิน 3.50% ใน 2 ปีแรก วงเงินต่อรายไม่เกิน 30 ล้านบาท สินเชื่อผู้ประกอบการไม่เกิน 5 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่ม 0–3.25% ยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักรทดแทนถึง 31 มี.ค. 2570 และสรรพสามิตเลื่อนกำหนดเป็น 15 พ.ย. 2569

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 (ข่าวแถลงกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 109/2569) ว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและรับทราบ ชุดมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ปี 2569 ซึ่งกระทรวงการคลังจัดทำร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) แบ่งเป็นมาตรการด้านการเงิน 2 ชุด และมาตรการภาษีอีก 4 มาตรการ เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 ซึ่งทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมากสูญเสียทรัพย์สิน เครื่องจักร สถานประกอบการ และรายได้ ข่าวนี้มีผลโดยตรงต่อ SME ที่สำนักงานหรือโรงงานตั้งอยู่ในท้องที่ที่ทางราชการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพราะทั้งกำหนดเวลายื่นแบบภาษี แหล่งเงินทุนฟื้นฟูกิจการ และภาระอากรนำเข้าเครื่องจักรเปลี่ยนไปพร้อมกัน

มาตรการภาษีของกรมสรรพากร: ขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษีเป็น 30 ธ.ค. 2569

  • ใครได้สิทธิ: ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือนำส่งภาษี และผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ ซึ่งอยู่ในท้องที่ที่ทางราชการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 29 ธันวาคม 2569 ตามท้องที่ที่กรมสรรพากรกำหนด
  • ขยายอะไร: การยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี การนำส่งภาษี และการขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน ที่ครบกำหนดระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 29 ธันวาคม 2569 ขยายออกไปเป็นวันที่ 30 ธันวาคม 2569 ทั้งการยื่นแบบกระดาษและยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต
  • ภาษีที่ครอบคลุม: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ยกเว้นกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร) และการขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน
  • น้ำท่วมก่อน 1 ก.ย. 2569: กรมสรรพากรอยู่ระหว่างออกประกาศกระทรวงการคลังขยายกำหนดเวลาเพิ่มเติมสำหรับอุทกภัยที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 กันยายน 2569 จึงควรติดตามประกาศฉบับถัดไปก่อนตัดสินใจเลื่อนการยื่น
  • ข้อควรระวัง: มาตรการนี้เป็นการ "ขยายกำหนดเวลา" เฉพาะท้องที่ที่กรมสรรพากรกำหนด ไม่ใช่การยกเว้นภาษี กิจการที่สำนักงานใหญ่อยู่นอกพื้นที่ประกาศยังต้องยื่นและชำระตามกำหนดเดิม และควรรอดูรายชื่อท้องที่ในประกาศกระทรวงการคลังที่กรมสรรพากรจะเผยแพร่เป็นทางการ

มาตรการภาษีอื่นที่ ครม. อนุมัติและรับทราบในคราวเดียวกัน

  • ยกเว้นอากรศุลกากรเครื่องจักรทดแทน (ครม. อนุมัติ): ผู้ประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และผู้ประกอบกิจการโรงแรมและสถานที่พักที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย ซึ่งสถานประกอบการอยู่ในเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน นำเข้าเครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ประกอบเครื่องจักร รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้กับเครื่องจักรตามตอนที่ 84 ของพิกัดอัตราศุลกากร เพื่อทดแทนหรือซ่อมแซมความเสียหายจากอุทกภัย ได้รับยกเว้นอากรเป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 โดยของต้องเป็นของใหม่ ใช้ในกิจการของผู้ได้รับสิทธิเท่านั้น และต้องแสดงหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ประสบอุทกภัยจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อกรมศุลกากร
  • ลดหย่อนค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถ (ครม. อนุมัติ): บุคคลธรรมดา (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล) ที่ทรัพย์สินเสียหายจากอุทกภัยระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 ในพื้นที่ประกาศ นำค่าซ่อมแซม ค่าทำความสะอาด หรือค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับอาคาร ห้องชุด และทรัพย์สินที่ติดตั้งกับตัวอาคาร มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าซ่อมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 30,000 บาท หากเสียหายมากกว่า 1 แห่งหรือ 1 คัน ให้รวมค่าใช้จ่ายภายใต้วงเงินเดียวกัน ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรจะประกาศกำหนด
  • กรมสรรพสามิต (ครม. รับทราบ): ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการในพื้นที่ประสบอุทกภัย ที่มีภาระภาษีหรือกำหนดยื่นงบเดือนระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2569 ขยายเวลายื่นแบบ ชำระภาษี และยื่นงบเดือนออกไปจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 และผู้รับใบอนุญาตผลิตสุรา ยาสูบ รวมถึงใบอนุญาตขายสุรา ยาสูบ และไพ่ ที่ใบอนุญาตสิ้นอายุระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 ยื่นคำขอต่ออายุได้ถึง 15 พฤศจิกายน 2569 โดยถือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตรายเดิม

มาตรการด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการ

  • พักชำระหนี้ผู้ประกอบการ 6 เดือน: สถาบันการเงินเฉพาะกิจออกมาตรการพักชำระหนี้ทั้งต้นเงินและ/หรือดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาชำระหนี้ตามความเหมาะสม สำหรับผู้ประกอบการเป็นระยะเวลา 6 เดือน
  • สินเชื่อเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อและจ้างงานต่อได้: ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ SME D Bank ให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย วงเงินต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 0 ถึง 3.25 ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 7 ปี ส่วน EXIM Bank ให้เงินทุนหมุนเวียนชั่วคราวไม่เกินร้อยละ 20 ของวงเงินหมุนเวียนเดิม วงเงินต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยตามสัญญาเดิม ระยะเวลากู้ไม่เกิน 1 ปี และผู้ประกอบการที่ค้ำประกันกับ บสย. จะได้รับการพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการการค้ำประกัน
  • Soft Loan ออมสิน 30,000 ล้านบาท (มาตรการฟื้นฟู ครม. รับทราบ): ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันการเงินเพื่อนำไปปล่อยต่อให้ SME ที่ได้รับผลกระทบ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ค่าใช้จ่ายจำเป็น ซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานประกอบการและทรัพย์สินที่เสียหาย อัตราดอกเบี้ยสำหรับ SME ไม่เกินร้อยละ 3.50 ต่อปีใน 2 ปีแรก และไม่เกินร้อยละ 5.00 ต่อปีในปีที่ 3 ถึง 5 วงเงินต่อรายรวมทุกสถาบันไม่เกิน 30 ล้านบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี โดย ครม. เห็นชอบให้แยกบัญชีเป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (PSA)
  • มาตรการสำหรับบุคคล: สินเชื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามฯ วงเงินต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 0 ถึง 1.99 ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 40 ปี และสินเชื่อเสริมสภาพคล่องออมสินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยร้อยละ 0 ใน 3 เดือนแรก
  • ประกันภัยพิบัติกลุ่ม: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับสำนักงาน คปภ. จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม (ประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน คุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน) และประกันอุบัติเหตุกลุ่ม (เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากภัยพิบัติ ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคน) คุ้มครองอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570 ขอรับค่าสินไหมผ่าน www.thainatcat.org

สิ่งที่ SME ในพื้นที่ประสบภัยควรทำ

เช็กลิสต์ SME ที่ประสบอุทกภัย
ใช้สิทธิมาตรการภาษีและการเงินให้ครบก่อนกำหนด0/6
  • ตรวจว่าสำนักงานใหญ่หรือสถานประกอบการอยู่ในท้องที่ที่ทางราชการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตั้งแต่ 1 ก.ย. 2569 หรือไม่ และรอดูรายชื่อท้องที่ตามประกาศกระทรวงการคลังที่กรมสรรพากรจะเผยแพร่
  • ทำตารางแบบภาษีที่ครบกำหนดระหว่าง 1 ก.ย. ถึง 29 ธ.ค. 2569 (ภ.ง.ด.1, 3, 53, ภ.พ.30, ภ.ธ.40, ภ.ง.ด.51 และอากรแสตมป์) และบันทึกว่ากำหนดใหม่คือ 30 ธ.ค. 2569 เฉพาะเมื่อเข้าเงื่อนไขท้องที่ หากไม่เข้าให้ยื่นตามกำหนดเดิม
  • ถ้าจะนำเข้าเครื่องจักรหรืออะไหล่ตามตอนที่ 84 เพื่อทดแทนของที่เสียหาย ให้ขอหนังสือรับรองผู้ประสบอุทกภัยจาก กนอ. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือ อปท. ไว้ล่วงหน้า และต้องนำเข้าก่อน 31 มี.ค. 2570 โดยของต้องเป็นของใหม่
  • รวบรวมหลักฐานความเสียหาย ภาพถ่าย ใบเสร็จค่าซ่อม และงบการเงินล่าสุด เพื่อยื่นขอพักชำระหนี้ 6 เดือน สินเชื่อฟื้นฟูไม่เกิน 5 ล้านบาท หรือ Soft Loan วงเงินต่อรายไม่เกิน 30 ล้านบาทกับธนาคารที่ใช้บริการอยู่
  • กิจการที่เสียภาษีสรรพสามิตหรือมีใบอนุญาตสุรา ยาสูบ ไพ่ ในพื้นที่น้ำท่วม ให้ยื่นแบบ งบเดือน และต่ออายุใบอนุญาตให้ทันภายใน 15 พ.ย. 2569
  • บันทึกบัญชีค่าซ่อมแซมและทรัพย์สินที่เสียหายแยกรายการ เพื่อรองรับทั้งการตัดจำหน่ายทรัพย์สิน การเคลมประกัน และเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมตามข่าวแถลง: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 02-273-9020 ต่อ 3289 กรมสรรพากร 02-272-8033 หรือ 1161 ธนาคารออมสิน 1115 และ SME D Bank 1357

ที่มา: ข่าวแถลง กค. ฉบับที่ 109/2569 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง (20 ต.ค. 2569) และ เอกสารข่าวแถลงฉบับเต็ม (PDF)

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี