กรมสรรพากร
·
7 ก.ค. 2569
กรมสรรพากรออกประกาศกำหนดวิธีคำนวณค่าเงินตราต่างประเทศคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบบัญชี เป็นเงินบาท เพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล
กรมสรรพากรออกประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณค่าหรือราคาเงินตราต่างประเทศ ของเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สิน ที่เหลืออยู่ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี เป็นเงินตราไทย ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยกำหนดวิธีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องใช้ในการแปลงเงินตรา ทรัพย์สิน หรือหนี้สินที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศซึ่งคงเหลืออยู่ ณ วันสิ้นรอบบัญชี ให้เป็นเงินบาท เพื่อคำนวณกำไรสุทธิสำหรับเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ทวิ (5) แห่งประมวลรัษฎากร
สาระสำคัญ
- ใช้อัตราของ ธปท. ณ วันสิ้นรอบบัญชี: ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคำนวณไว้ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีของกิจการนั้น ๆ
- นิติบุคคลทั่วไป (ไม่ใช่ธนาคาร/สถาบันการเงิน) เลือกได้ 2 วิธี: วิธีแรกใช้อัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ ธปท. คำนวณไว้ หรืออีกวิธีคือคำนวณ "ทรัพย์สิน" ด้วยอัตราถัวเฉลี่ยรับซื้อ และคำนวณ "หนี้สิน" ด้วยอัตราถัวเฉลี่ยขาย
- เลือกวิธีใดต้องใช้วิธีนั้นตลอดไป: เมื่อเลือกวิธีคำนวณแล้วต้องใช้ต่อเนื่อง เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรจึงจะเปลี่ยนวิธีได้
- ธนาคาร/สถาบันการเงิน: ให้ใช้อัตราถัวเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารพาณิชย์ที่ ธปท. คำนวณไว้
- กรณีวันสิ้นรอบบัญชีตรงกับวันหยุดของ ธปท.: ให้ใช้อัตราที่ ธปท. คำนวณไว้ ณ วันทำการสุดท้ายก่อนวันหยุดนั้น
ใครได้รับผลกระทบ
- นิติบุคคลที่มีรายการเป็นเงินตราต่างประเทศ: เช่น เงินฝากสกุลต่างประเทศ ลูกหนี้/เจ้าหนี้การค้าต่างประเทศ หรือเงินกู้สกุลต่างประเทศ ที่ยังคงค้างอยู่ ณ วันสิ้นรอบบัญชี
- ธุรกิจนำเข้า–ส่งออกและกิจการที่มีเงินกู้ต่างประเทศ: ที่ต้องตีมูลค่ารายการคงเหลือเป็นเงินบาทก่อนปิดงบและคำนวณภาษี
- ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี: ที่ต้องบันทึกกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized) ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์นี้
สิ่งที่ SME ต้องเตรียม
เช็กลิสต์ก่อนปิดงบสิ้นรอบบัญชี
สิ่งที่ SME ต้องเตรียม0/4
- รวบรวมรายการเงินตรา ทรัพย์สิน และหนี้สินสกุลต่างประเทศที่คงเหลือ ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี
- เลือกวิธีแปลงค่า (อัตราถัวเฉลี่ยซื้อ-ขาย หรือทรัพย์สินใช้อัตราซื้อ/หนี้สินใช้อัตราขาย) และใช้วิธีเดิมให้สม่ำเสมอทุกปี
- ดึงอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงของ ธปท. ณ วันสิ้นรอบบัญชี หรือวันทำการสุดท้ายก่อนหน้าหากตรงวันหยุด ธปท.
- บันทึกกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี
ผลต่อ SME
- มีแนวทางชัดเจนในการตีมูลค่า FX สิ้นปี: ลดข้อโต้แย้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้คำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี
- ต้องรักษาความสม่ำเสมอของวิธี: การเปลี่ยนวิธีคำนวณระหว่างปีทำไม่ได้เอง ต้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อน
ที่มา: กรมสรรพากร — ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณค่าหรือราคาเงินตราต่างประเทศฯ (7 ก.ค. 2569)
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี