กรมสรรพากรร่วม DSI กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และอีก 5 หน่วยงาน บุกตรวจค้น 3 จุดใน กทม. กลุ่มนิติบุคคลที่มีบุคคลต่างด้าวแปลงสัญชาติเป็นไทย (8 ต.ค. 2569) — พบเบื้องต้นราว 600 บริษัทเสี่ยงเสียภาษีไม่ครบ เตือนผู้ประกอบการทุกสัญชาติต้องยื่นแบบให้ครบ ไม่ยื่นกระทบการต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจ เจตนาหลีกเลี่ยงภาษีมีโทษจำคุก 3 เดือน–7 ปี ปรับ 2,000–200,000 บาท
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 กรมสรรพากรออกข่าวแถลง ปชส. 2/2570 โดยนางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมที่ดิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และตำรวจสันติบาล บูรณาการแผนปฏิบัติการร่วม เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายพร้อมกัน 3 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นกลุ่มนิติบุคคลที่มีบุคคลต่างด้าวได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย และอาจกระทำการที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงอาจหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร โดยเบื้องต้นพบข้อมูลกลุ่มนิติบุคคลประมาณ 600 บริษัทที่อาจมีความเสี่ยงเสียภาษีไว้ไม่ครบถ้วน กระทรวงแรงงานเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “ยุทธรัฐ” และรายงานผลการตรวจในวันเดียวกัน
สาระสำคัญจากข่าวแถลงกรมสรรพากร
- รูปแบบปฏิบัติการ: แต่ละหน่วยงานตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ของตน แลกเปลี่ยนและบูรณาการข้อมูลระหว่างกัน วิเคราะห์ความเชื่อมโยง แล้วกำหนดมาตรการและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
- กลุ่มเป้าหมาย: นิติบุคคลที่มีบุคคลต่างด้าวซึ่งได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง เบื้องต้นพบประมาณ 600 บริษัทที่อาจเสียภาษีไม่ครบถ้วน (ตัวเลขเบื้องต้น ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ)
- หลักการที่กรมย้ำ: ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม รวมถึงชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของไทยอย่างเคร่งครัด การไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และอาจส่งผลต่อการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตการประกอบธุรกิจในประเทศไทย
- บทลงโทษกรณีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี: มีความผิดอาญา โทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 200,000 บาท ตามที่ข่าวแถลงระบุ
- ช่องทางแจ้งเบาะแส: สายด่วนกรมสรรพากร 1161 หรือเว็บไซต์ www.rd.go.th โดยกรมมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
ผลการตรวจค้นตามรายงานของกระทรวงแรงงาน
- เขตพระนคร: พบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 3 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
- เขตคลองเตย: พบคนต่างด้าวสัญชาติลาว 2 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
- เขตบางรัก: เจ้าหน้าที่รวบรวมเอกสารหลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคล พบข้อมูลนิติบุคคลกว่า 61 บริษัทจดทะเบียนใช้ที่ตั้งสำนักงานแห่งเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยง
- การดำเนินคดี: ดำเนินคดีนายจ้าง 2 ราย ข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ใครได้รับผลกระทบ
- บริษัทที่มีผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนามเป็นชาวต่างชาติหรือผู้แปลงสัญชาติ: เป็นกลุ่มที่หน่วยงานรัฐเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันโดยตรง ทั้งข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล ภาษี ที่ดิน และใบอนุญาตทำงาน
- กิจการที่ใช้ที่อยู่จดทะเบียนร่วมกับหลายบริษัท: เช่น สำนักงานเสมือน (virtual office) หรือที่อยู่ของสำนักงานบัญชี กรณีบางรักแสดงว่าที่อยู่ซ้ำกันจำนวนมากเป็นจุดที่ถูกหยิบมาตรวจสอบ แม้กิจการจะถูกต้องตามกฎหมายก็ควรเตรียมเอกสารชี้แจงความมีตัวตนของธุรกิจ
- นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าว: การตรวจค้นครั้งนี้ตรวจใบอนุญาตทำงานควบคู่กับภาษี นายจ้างที่มีลูกจ้างต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานถูกต้องและตรงกับนายจ้าง/สถานที่ทำงานจริง
- SME ทั่วไป: ข่าวแถลงย้ำว่า “การไม่ยื่นแบบ” เป็นความผิดในตัวเอง ไม่ว่าจะมีภาษีต้องชำระหรือไม่ กิจการที่หยุดดำเนินงานชั่วคราวแต่ยังไม่จดเลิกจึงยังมีหน้าที่ยื่นแบบตามปกติ
สิ่งที่ SME ควรตรวจสอบ
- ตรวจว่ายื่นแบบภาษีทุกประเภทที่มีหน้าที่ครบทุกงวด (ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย) รวมถึงงวดที่ไม่มียอดต้องชำระ ถ้าตกหล่นให้รีบยื่นย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มก่อนถูกตรวจพบ
- ตรวจบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) และข้อมูลกรรมการที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ตรงกับความเป็นจริง โดยเฉพาะสัดส่วนการถือหุ้นและแหล่งที่มาของเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือผู้แปลงสัญชาติ
- ถ้าใช้ที่อยู่จดทะเบียนร่วมกับกิจการอื่น ให้เตรียมสัญญาเช่า/หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ และหลักฐานการดำเนินธุรกิจจริง (ใบกำกับภาษี สัญญากับลูกค้า บัญชีธนาคารของบริษัท) ไว้ชี้แจง
- ตรวจใบอนุญาตทำงานของลูกจ้างและกรรมการชาวต่างชาติให้ตรงกับนายจ้าง ตำแหน่ง และสถานที่ทำงานจริง และต่ออายุก่อนหมดอายุ
- เก็บเอกสารบัญชีและหลักฐานประกอบการลงบัญชีให้ครบตามกฎหมายการบัญชี พร้อมเรียกดูได้เมื่อหน่วยงานรัฐขอตรวจสอบ
ผลต่อ SME
- การตรวจสอบเชื่อมโยงข้ามหน่วยงานกลายเป็นมาตรฐานใหม่: ข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล ภาษี การถือครองที่ดิน ใบอนุญาตทำงาน และธุรกรรมการเงินถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน ความผิดปกติในด้านหนึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบด้านอื่นตามมา
- กิจการที่มีหุ้นส่วนต่างชาติโดยสุจริตไม่ต้องกังวลเกินเหตุ: แต่ควรจัดเอกสารให้พร้อมและยื่นแบบให้ครบถ้วนตรงเวลา เพราะ “การไม่ยื่นแบบ” ถูกระบุว่าเป็นประเด็นที่กระทบการต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
- สำนักงานบัญชีและผู้ทำบัญชี: ควรทบทวนลูกค้าที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือใช้ที่อยู่สำนักงานบัญชีเป็นที่ตั้งจดทะเบียน และหลีกเลี่ยงการเอื้อให้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว
ที่มา: กรมสรรพากร — ข่าวแถลง ปชส. 2/2570 (8 ต.ค. 2569) · หน้ารวมข่าวแถลงกรมสรรพากร · กระทรวงแรงงาน — ปฏิบัติการ “ยุทธรัฐ” ตรวจ 3 จุด กทม. (8 ต.ค. 2569)
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี