กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกรมที่ดิน เชื่อมข้อมูลนิติบุคคล–ผู้ถือหุ้น–การถือครองที่ดิน ตรวจนอมินี หลังนายกฯ เปิดปฏิบัติการ Land Action 19 ต.ค. 2569 — ลงพื้นที่ปลวกแดง ระยอง 17 ต.ค. พบบริษัทต่างด้าวที่ได้ BOI 2 รายแจ้งธุรกิจในงบการเงินนอกขอบข่ายหนังสือรับรอง บริษัทไทยที่มีต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 50% อีก 2 รายเข้าข่ายค้าปลีก–ค้าส่งบัญชีสาม และโรงแรมที่คนไทยถือหุ้น 53% ยอมรับเงินลงทุนเป็นของต่างชาติ ย้ำโทษ ม.36–37 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ 100,000–1,000,000 บาท
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยแพร่ข่าวกรม 2 ฉบับติดกัน ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2569 รายงานผลการลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายและเข้าข่ายนอมินีในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 ร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) กรมการปกครอง และกรมการจัดหางาน และฉบับที่ 8 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2569 แจ้งว่านายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เข้าร่วมการแถลงข่าว “เปิดปฏิบัติการปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ : Land Action” ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดโดยกรมที่ดิน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและมอบนโยบายป้องกันและปราบปรามทุนเทาและการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางประกอบธุรกิจหรือถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ทั้งสองฉบับส่งสัญญาณชัดว่าบริษัทที่มีกรรมการหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และการค้าปลีก–ค้าส่ง จะถูกคัดกรองจากการเชื่อมข้อมูลหลายหน่วยงานก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบ
สาระสำคัญ: ปฏิบัติการ Land Action และการเชื่อมข้อมูลกับกรมที่ดิน
- DBD เป็น “หน่วยนำวิถี”: นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าทำหน้าที่ชี้เป้าการกระทำความผิดของชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เน้นย้ำให้ประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบนิติบุคคลที่อาจให้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย โดยเฉพาะธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
- เชื่อมข้อมูล 3 ชั้น: กรมฯ นำข้อมูลการถือครองที่ดินจากกรมที่ดินมาวิเคราะห์เชิงลึกควบคู่กับข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลและโครงสร้างการถือหุ้น เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และการถือครองที่ดิน แล้วระบุกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน
- แนวทางต่อไป: ทั้งสองหน่วยงานจะแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานเข้มข้นขึ้น ลงพื้นที่ร่วมกันในพื้นที่เป้าหมายที่มีความเสี่ยง สืบค้นไปจนถึงผู้กระทำผิดและผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง และบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายตามข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ
ผลการลงพื้นที่ปลวกแดง ระยอง 17 ต.ค. 2569
- กลุ่มเป้าหมาย: ธุรกิจโรงแรม อพาร์ตเมนต์ สถานบริการ ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงงานที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหรือใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง
- นิติบุคคล 4 รายจดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งเดียวกัน: 2 รายมีสถานะเป็นต่างด้าว ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว แต่งบการเงินปีที่ผ่านมาแจ้งประเภทธุรกิจขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอยู่นอกขอบข่ายที่ได้รับหนังสือรับรอง อีก 2 รายเป็นนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 50 ประกอบธุรกิจนำเข้า–ส่งออก ซื้อ–ขายอุปกรณ์โรงงาน วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักร ซึ่งเข้าข่ายธุรกิจบัญชีสาม (14) การค้าปลีก และ (15) การค้าส่ง ท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จึงถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงหากมีคนไทยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทน
- ธุรกิจที่พักและบริการอาหาร 1 ราย: ผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ถือ 10,600 หุ้น (ร้อยละ 53) ผู้ถือหุ้นคนต่างด้าว 2 ราย ถือรวม 9,400 หุ้น (ร้อยละ 47) ผู้ดูแลโรงแรมซึ่งเป็นทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้นชี้แจงว่าเช่าสถานที่มาดัดแปลงเป็นโรงแรม และยอมรับว่าเงินลงทุนเป็นของชาวต่างชาติ เพื่อไม่ให้นิติบุคคลมีสถานะเป็นต่างด้าวในการประกอบกิจการโรงแรม นอกจากนี้ยังพบว่าประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งกรมการปกครองจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
- ขั้นตอนถัดไป: กรมฯ มีหนังสือให้ธุรกิจชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน เพื่อตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ หากเข้าข่ายจะดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด
- บทลงโทษ: คนไทยที่ยอมรับเงินหรือผลประโยชน์โดยยินยอมเป็นนอมินีอำพรางให้ชาวต่างชาติ มีความผิดตามมาตรา 36 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนคนต่างด้าวที่ลักลอบประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษตามมาตรา 37 ในอัตราเดียวกัน
ใครได้รับผลกระทบ
- บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติ: แม้ต่างชาติถือหุ้นไม่ถึงร้อยละ 50 ก็อาจถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงหากประกอบธุรกิจในบัญชีสาม เช่น ค้าปลีก ค้าส่ง หรือบริการ และมีข้อสงสัยเรื่องแหล่งเงินลงทุนหรืออำนาจควบคุมที่แท้จริง
- กิจการที่ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์: ข้อมูลการถือครองที่ดินของนิติบุคคลจะถูกนำมาเทียบกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น โรงแรม รีสอร์ต อพาร์ตเมนต์ และธุรกิจในพื้นที่ท่องเที่ยวหรือพื้นที่อุตสาหกรรมคือกลุ่มที่ถูกลงพื้นที่ก่อน
- บริษัทต่างด้าวที่มีหนังสือรับรองหรือได้รับส่งเสริม BOI: ขอบเขตธุรกิจที่ทำจริงต้องตรงกับที่ได้รับอนุญาต กรณีระยองชี้ว่ากรมฯ ใช้ประเภทธุรกิจที่แจ้งในงบการเงินมาเทียบกับหนังสือรับรอง
- สำนักงานบัญชีและผู้ทำบัญชี: รหัสประเภทธุรกิจและรายได้ที่แสดงในงบการเงินที่นำส่งกรมฯ กลายเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่เจ้าหน้าที่ใช้คัดกรอง การลงรหัสธุรกิจให้ตรงกับกิจการจริงจึงมีผลทางกฎหมาย ไม่ใช่แค่เรื่องสถิติ
สิ่งที่ SME ควรเตรียม
- ทบทวนสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) และหลักฐานการชำระค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นไทย ให้มีหลักฐานการโอนเงินและที่มาของเงินที่แสดงได้ว่าเป็นเงินของผู้ถือหุ้นเองจริง
- ตรวจว่าธุรกิจที่ทำจริงอยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ โดยเฉพาะบัญชีสาม (14) การค้าปลีก และ (15) การค้าส่ง หากมีต่างชาติถือหุ้น ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายประเมินโครงสร้างก่อน
- บริษัทต่างด้าวที่มีหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือใบอนุญาต ให้เทียบรหัสธุรกิจและรายได้ในงบการเงินกับขอบข่ายที่ได้รับอนุญาต หากจะขยายธุรกิจต้องขออนุญาตเพิ่มก่อนเริ่มทำ
- กิจการโรงแรม ที่พัก หรือสถานบริการ ตรวจใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมและใบอนุญาตอื่นจากกรมการปกครองให้ครบ เพราะการลงพื้นที่ทำพร้อมกันหลายหน่วยงาน
- หากได้รับหนังสือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ชี้แจง ให้ตอบภายในกำหนดพร้อมเอกสารครบถ้วน การเพิกเฉยทำให้ถูกส่งตรวจสอบเชิงลึกและอาจถูกดำเนินคดี
ผลต่อ SME
- ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่สัดส่วนหุ้นอย่างเดียว: กรณีระยองแสดงว่าแม้คนไทยถือหุ้นร้อยละ 53 ก็ถูกตรวจสอบเมื่อแหล่งเงินลงทุนและอำนาจควบคุมอยู่ที่ต่างชาติ เอกสารที่มาของเงินทุนจึงสำคัญเท่ากับทะเบียนผู้ถือหุ้น
- ข้อมูลหลายหน่วยงานถูกเชื่อมกันแล้ว: ทะเบียนนิติบุคคล งบการเงิน การถือครองที่ดิน ใบอนุญาตโรงแรม และข้อมูลการจ้างงานคนต่างด้าว ถูกใช้ร่วมกันในการคัดกรอง ความไม่สอดคล้องระหว่างเอกสารเหล่านี้คือสัญญาณที่เจ้าหน้าที่มองหา
- ผู้ประกอบการที่ถูกต้องได้ประโยชน์: กรมฯ ระบุว่าต้องการสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริตและสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่ทำถูกกฎหมาย การมีเอกสารพร้อมช่วยให้การชี้แจงจบเร็วและไม่กระทบการดำเนินงาน
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — ข่าวกรม ฉบับที่ 8 (19 ต.ค. 2569) ผนึกกรมที่ดินเชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบนอมินี และ ข่าวกรม ฉบับที่ 7 (18 ต.ค. 2569) ลงพื้นที่ จ.ระยอง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี