กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ สตม. ปราบนอมินี — ตั้งทีมที่ปรึกษากฎหมายเฉพาะและคณะทำงานเฉพาะกิจ เปิดให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าถึงข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึกผ่าน DBD DataWarehouse+ โดยไม่ต้องทำหนังสือขอข้อมูล หลังประชุมร่วม 15 ต.ค. 2569 ใช้กฎหมาย 5 ฉบับในความรับผิดชอบกรมฯ ทั้ง ป.พ.พ. พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ร.บ.การบัญชี พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี และ พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนฯ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (พค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยแพร่ข่าวกรม (Press Release) ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 นำโดย พันตำรวจโทอิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รองผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และคณะ เพื่อวางแนวทางความร่วมมือ ป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) และธุรกิจที่ดำเนินการโดยผิดกฎหมาย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่สั่งการให้กรมฯ บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สร้างกลไกเฝ้าระวัง และดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิด
สาระสำคัญของความร่วมมือ
- ทีมที่ปรึกษากฎหมายเฉพาะ: กรมฯ จะจัดตั้งทีมนักกฎหมายคอยให้คำปรึกษา อธิบาย และตีความตัวบทกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมฯ แก่เจ้าหน้าที่ สตม. เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์และไร้รอยต่อ
- กฎหมาย 5 ฉบับที่ใช้ปราบนอมินี: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542, พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543, พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 และ พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499
- เปิดข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึกผ่าน DBD DataWarehouse+: เจ้าหน้าที่ สตม. ที่เกี่ยวข้องจะเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกในคลังข้อมูลธุรกิจของกรมฯ ได้โดยตรง เพื่อใช้ตรวจสอบนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายกระทำความผิด โดยไม่ต้องส่งหนังสือขอข้อมูลจากกรมฯ อีกต่อไป และกรมฯ จะมอบหมายเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลธุรกิจเป็นแกนกลางประสานงานและแก้ปัญหาการใช้งานระบบ
- คณะทำงานเฉพาะกิจ: ทั้งสองหน่วยงานจะตั้งคณะทำงานเพื่อส่งต่อและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันตามมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล และร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึก
- บทบาทของกรมฯ: กรมฯ ระบุว่าพร้อมเป็นทั้งหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุน ทำหน้าที่ "ชี้เป้า" ให้หน่วยงานราชการอื่นใช้อำนาจตามกฎหมายของตน ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย
ใครได้รับผลกระทบ
- นิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นชาวต่างชาติ: ข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการ ทุนจดทะเบียน และงบการเงินที่ยื่นไว้กับกรมฯ จะถูกเจ้าหน้าที่ สตม. เรียกดูประกอบการตรวจสอบได้ทันที โดยเฉพาะกรณีที่ลักษณะธุรกิจจริงไม่สอดคล้องกับสัดส่วนการถือหุ้นที่แจ้งไว้
- คนไทยที่ถือหุ้นแทนหรือให้ใช้ชื่อ: ข่าวของกรมฯ ระบุเป้าหมายชัดว่าเป็นการตรวจจับการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง ซึ่งผู้ถือหุ้นคนไทยที่ไม่ได้ลงทุนจริงมีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ร่วมกับชาวต่างชาติ
- ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีของกิจการกลุ่มเสี่ยง: พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 และ พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 อยู่ในชุดกฎหมายที่กรมฯ จะใช้สนับสนุนการตรวจสอบ ความถูกต้องของบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีจึงถูกใช้เป็นหลักฐานในการพิสูจน์แหล่งเงินทุนและผู้ควบคุมกิจการตัวจริง
- SME ไทยที่แข่งขันกับธุรกิจต่างชาติแอบแฝง: กรมฯ ให้เหตุผลว่าการปราบนอมินีมุ่งสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทยและรักษาความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจ
สิ่งที่ SME ควรเตรียม
- ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ล่าสุดที่ยื่นไว้กับกรมฯ ว่าตรงกับผู้ลงทุนและผู้มีอำนาจควบคุมตัวจริง และสัดส่วนต่างชาติไม่เกินที่กฎหมายกำหนดสำหรับธุรกิจที่ทำอยู่
- เก็บหลักฐานแหล่งที่มาของเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นคนไทยให้ครบ เช่น หลักฐานการโอนเงินชำระค่าหุ้น ใบหุ้น และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
- ถ้าธุรกิจต้องมีใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ให้ตรวจว่ายังมีผลและขอบเขตตรงกับกิจการที่ทำจริง
- จัดทำบัญชีและยื่นงบการเงินให้ครบถ้วนตรงเวลาตาม พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 เพราะงบการเงินและเอกสารประกอบการลงบัญชีคือข้อมูลชุดแรกที่เจ้าหน้าที่จะเรียกดูผ่าน DBD DataWarehouse+
- ตรวจข้อมูลของกิจการตัวเองใน DBD DataWarehouse+ (datawarehouse.dbd.go.th) ว่าที่อยู่ กรรมการ และวัตถุประสงค์ถูกต้องเป็นปัจจุบัน หากคลาดเคลื่อนให้ยื่นจดทะเบียนแก้ไขทันที
ผลต่อ SME
- การตรวจสอบเร็วขึ้นและข้ามหน่วยงาน: เดิมหน่วยงานอื่นต้องทำหนังสือขอข้อมูลนิติบุคคลจากกรมฯ แต่ต่อไปเจ้าหน้าที่ สตม. จะเรียกดูได้เองทันที ข้อมูลที่จดทะเบียนไว้จึงต้องถูกต้องและเป็นปัจจุบันตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะช่วงยื่นงบ
- ต่อเนื่องจากปฏิบัติการก่อนหน้า: ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นหลังกรมฯ ร่วมเปิดปฏิบัติการ "ยุทธรัฐ" กับ 9 หน่วยงาน ตรวจนอมินี 3 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (ข่าวกรมวันที่ 9 ตุลาคม 2569) แสดงว่าการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและแหล่งเงินทุนจะเข้มข้นต่อเนื่อง
- กิจการที่ถูกต้องไม่ต้องกังวล แต่ต้องพิสูจน์ได้: กรมฯ ย้ำว่ายังอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติที่ถูกกฎหมาย ประเด็นสำคัญสำหรับ SME คือต้องมีเอกสารพิสูจน์ได้ว่าผู้ถือหุ้นคนไทยลงทุนจริงและมีอำนาจควบคุมจริง
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — ข่าวกรม ฉบับที่ 6 วันที่ 16 ตุลาคม 2569
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี