กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
สภาวิชาชีพบัญชี · 29 ก.ย. 2569

สภาวิชาชีพบัญชีออกแนวปฏิบัติกรณีน้ำท่วมปลายเดือน ก.ย. 2569 — บัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหาย/เสียหาย ต้องแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบ ตาม พ.ร.บ.การบัญชี 2543 มาตรา 15 ยื่นแบบ ส.บช.2 ออนไลน์ผ่าน e-Permit ถ่ายภาพความเสียหายก่อน ห้ามทิ้งเอกสารก่อนบันทึกหลักฐาน

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ เผยแพร่ประกาศ “ด้วยความห่วงใยจากสภาวิชาชีพบัญชี” ลงนามโดยนายวรวิทย์ เจนธนากุล นายกสภาวิชาชีพบัญชี ถึงสมาชิก ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชี และกิจการที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคตะวันออก และอีกหลายจังหวัดช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 สาระสำคัญคือ หากบัญชีหรือเอกสารประกอบการลงบัญชีสูญหายหรือเสียหายจากน้ำท่วม ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายนั้น ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 15 ข่าวนี้กระทบ SME ที่เป็นนิติบุคคลหรือผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีทุกรายที่สำนักงาน คลังสินค้า หรือที่เก็บเอกสารถูกน้ำท่วม

สาระสำคัญของประกาศ

  • ข้อกฎหมาย: พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 15 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งการสูญหายหรือเสียหายของบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบ
  • จังหวะเวลา: สภาวิชาชีพบัญชีระบุว่าเมื่อระดับน้ำในหลายพื้นที่ลดลงและผู้ประกอบการเริ่มกลับเข้าสำรวจความเสียหายได้แล้ว ขอให้สมาชิกตรวจสอบและแจ้งกิจการที่เกี่ยวข้อง หากยังไม่ได้ดำเนินการให้ดำเนินการโดยเร็วเพื่อให้ทันกำหนดเวลา
  • ช่องทางแจ้ง: ยื่นแบบแจ้งบัญชีและเอกสารสูญหายหรือเสียหาย (แบบ ส.บช.2) ได้ทางออนไลน์ผ่านระบบ e-Permit ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ www.dbd.go.th
  • เอกสารด้านภาษี: สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร ให้ตรวจสอบแนวทางปฏิบัติกับกรมสรรพากรเพิ่มเติม และรายละเอียด เงื่อนไข ขั้นตอนที่เป็นปัจจุบันให้ยึดตามประกาศและคำแนะนำของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นสำคัญ
  • บริการออนไลน์ของสภาฯ: สมาชิกที่ยังไม่สะดวกเดินทางใช้บริการผ่านระบบ TFAC Online Service (Single Sign-On) ที่ portal.tfac.or.th ได้ ทั้งนี้สภาฯ ได้งดให้บริการ ณ สำนักงานในวันที่ 28–29 กันยายน 2569 ตามประกาศแยกต่างหากเมื่อ 27 กันยายน 2569

สิ่งที่ SME ต้องเตรียม

เช็กลิสต์เมื่อเอกสารบัญชีเสียหายจากน้ำท่วม (ตามคำแนะนำของสภาวิชาชีพบัญชี)
ก่อนครบ 15 วันนับแต่วันที่ทราบ0/6
  • รอจนพื้นที่ปลอดภัยจึงกลับเข้าสำรวจ ความปลอดภัยของคนมาก่อนเอกสาร
  • ถ่ายภาพความเสียหายของสถานที่ ตู้หรือที่จัดเก็บ และตัวเอกสาร โดยให้ภาพเห็นความเชื่อมโยงกับที่ตั้งของกิจการ
  • ห้ามทำลายหรือทิ้งเอกสารที่เสียหายก่อนบันทึกหลักฐานให้ครบ
  • จัดทำรายการบัญชีและเอกสารที่สูญหายหรือเสียหาย และเตรียมหลักฐานอื่นตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด เช่น บันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจในท้องที่
  • ยื่นแบบ ส.บช.2 ผ่านระบบ e-Permit ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบ
  • แยกรายการเอกสารภาษี เช่น ใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อ-ขาย แล้วสอบถามแนวปฏิบัติกับสำนักงานสรรพากรพื้นที่

ผลต่อ SME

  • เส้นตาย 15 วันนับจากวันที่ทราบ ไม่ใช่วันที่น้ำท่วม: กิจการที่เพิ่งกลับเข้าสำนักงานได้หลังน้ำลดควรบันทึกวันที่พบความเสียหายไว้ให้ชัด และรีบดำเนินการ เพราะ 15 วันผ่านไปเร็วในช่วงที่ยังต้องฟื้นฟูสถานที่
  • เอกสารเป็นภาระการพิสูจน์ในอนาคต: บัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีคือหลักฐานที่ใช้อ้างอิงเวลาปิดงบ ตรวจสอบบัญชี และเมื่อสรรพากรตรวจสอบ การแจ้งสูญหายอย่างถูกต้องและมีหลักฐานภาพถ่ายจึงช่วยลดปัญหาการถูกตั้งข้อสงสัยในภายหลัง
  • โอกาสทบทวนการจัดเก็บ: กิจการที่เก็บเอกสารกระดาษไว้ชั้นล่างควรพิจารณาย้ายที่เก็บหรือจัดเก็บสำเนาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด เพื่อลดความเสี่ยงหากเกิดเหตุซ้ำ

หมายเหตุ: ประกาศฉบับนี้เป็นคำแนะนำจากสภาวิชาชีพบัญชีถึงสมาชิกและกิจการที่สมาชิกดูแล ขั้นตอน เอกสารประกอบ และเงื่อนไขการแจ้งที่เป็นปัจจุบันให้ยึดตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นหลัก

ที่มา: สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ — “ด้วยความห่วงใยจากสภาวิชาชีพบัญชี” (29 ก.ย. 2569) และ ประกาศงดให้บริการ ณ สำนักงาน วันที่ 28–29 กันยายน 2569 (27 ก.ย. 2569)

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี