กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
กรมสรรพากร · 12 ต.ค. 2569

ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.ฎ. ยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 809) พ.ศ. 2569 ต่ออายุสิทธิบริจาคให้สถานศึกษาผ่าน e-Donation หักได้ 2 เท่า ครอบคลุมการบริจาคตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ธ.ค. 2570 — ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แต่เมื่อรวมกับรายจ่าย 2 เท่าตามกฎหมายอื่นแล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหรือกำไรสุทธิ พร้อมยกเว้น VAT ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์กรณีบริจาคเป็นทรัพย์สิน

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 64 ก วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 809) พ.ศ. 2569 ให้ไว้ ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ให้สิทธิบุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถานศึกษาผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของเงินบริจาค กรมสรรพากรนำขึ้นหน้า “กฎหมายออกใหม่” เมื่อ 14 ตุลาคม 2569 หมายเหตุท้ายพระราชกฤษฎีการะบุว่ามาตรการเดิมตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 768) พ.ศ. 2566 ใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 จึงออกฉบับใหม่เพื่อจูงใจให้มีการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

สาระสำคัญ

  • ผู้บริจาคที่ได้สิทธิ (มาตรา 4): บุคคลธรรมดา ได้รับยกเว้นเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 (1)–(6) เป็นจำนวน 2 เท่าของเงินที่บริจาค ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้รับยกเว้นเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค ไม่ว่าจะจ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน
  • ต้องบริจาคผ่าน e-Donation: พระราชกฤษฎีกานิยาม “ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์” ว่าเป็นระบบที่ใช้สร้างและเก็บรักษาข้อมูลการบริจาคในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร
  • สถานศึกษาที่เข้าข่าย (มาตรา 3): สถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (ไม่รวมโรงเรียนนอกระบบ) สถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ และสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 29/2560
  • ช่วงเวลา: ครอบคลุมการบริจาคที่กระทำตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570 จึงมีผลย้อนหลังถึงปีภาษี 2568 ที่ยื่นแบบไปแล้ว

เพดานและเงื่อนไขการใช้สิทธิ

  • บุคคลธรรมดา (มาตรา 5): เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกานี้ เมื่อรวมกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้น 2 เท่าตามพระราชกฤษฎีกาฉบับอื่นแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 (1)–(6)
  • นิติบุคคล (มาตรา 6): รายจ่ายที่ได้รับยกเว้น เมื่อรวมกับรายจ่าย 2 เท่าตามพระราชกฤษฎีกาฉบับอื่นแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข)
  • ห้ามใช้สิทธิซ้ำ (มาตรา 8): ผู้ที่ใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกานี้แล้ว ต้องไม่นำเงินบริจาคเดียวกันไปหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (7) หรือหักเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) อีก
  • บริจาคเป็นทรัพย์สิน (มาตรา 7): ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้จากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้สถานศึกษา โดยผู้โอนต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้านั้นมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้
  • หลักเกณฑ์เพิ่มเติม: ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

ผลต่อ SME

  • ปีภาษี 2568 ที่ยื่นไปแล้ว: กิจการหรือเจ้าของที่บริจาคให้โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยผ่าน e-Donation ในปี 2568 โดยใช้สิทธิเพียง 1 เท่า ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องการยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อขอใช้สิทธิส่วนที่เหลือ หลังกรมสรรพากรออกประกาศอธิบดีฯ กำหนดหลักเกณฑ์
  • วางแผนบริจาคปี 2569–2570: ตรวจสอบว่าสถานศึกษาที่จะบริจาคเปิดรับผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร และคำนวณเพดานร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิรวมกับรายจ่าย 2 เท่ารายการอื่นก่อนตัดสินใจ
  • บริจาคเป็นสินค้าหรือทรัพย์สิน: ได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นจากการโอน แต่ต้องไม่นำต้นทุนสินค้าที่บริจาคมาหักเป็นค่าใช้จ่ายซ้ำ ควรบันทึกบัญชีแยกรายการให้ชัดเจน

ที่มา: ราชกิจจานุเบกษา — พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 809) พ.ศ. 2569 (ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร) · กรมสรรพากร — หน้ากฎหมายออกใหม่

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี