ประกันสังคมย้ำ ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานช่วงน้ำท่วม ได้สิทธิกองทุนเงินทดแทน — ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นไม่เกิน 65,000 บาท กรณีรุนแรงสูงสุด 1,000,000 บาท (รพ.เอกชน) ค่าทดแทนหยุดงาน 70% ของค่าจ้างรายเดือนไม่เกิน 1 ปี ค่าทำศพ 50,000 บาท นายจ้างต้องนำส่งสถานพยาบาลโดยเร็วและแจ้ง กท.16 ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุ
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) โดยสำนักงานกองทุนเงินทดแทน เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ย้ำว่าลูกจ้างที่ต้องปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม หากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยนางสาวจีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการ สปส. ยกตัวอย่างกรณีที่พบบ่อย เช่น ลูกจ้างช่วยนายจ้างป้องกันสถานประกอบการแล้วปวดหลังจากยกกระสอบทราย ลุยน้ำขนย้ายสิ่งของจนถูกสิ่งของหล่นใส่ หรือได้รับอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ซึ่งถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง ลูกจ้างสามารถรับสิทธิจากกองทุนเงินทดแทนได้
สาระสำคัญ: สิทธิ 7 รายการจากกองทุนเงินทดแทน
- ค่ารักษาพยาบาล: จ่ายจริงตามความจำเป็น เบื้องต้นไม่เกิน 65,000 บาท และเพิ่มได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด กรณีบาดเจ็บรุนแรงหรือเรื้อรังได้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทในสถานพยาบาลเอกชน ส่วนสถานพยาบาลของรัฐจ่ายตามจริงจนสิ้นสุดการรักษาโดยไม่จำกัดวงเงิน
- ค่าทดแทนกรณีหยุดงาน: ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน ตั้งแต่วันแรกที่ไม่สามารถทำงานได้ แต่ไม่เกิน 1 ปี ตามใบรับรองแพทย์ที่ให้พักรักษาตัวและการหยุดงานจริง
- กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกายหรือสูญเสียอวัยวะ: ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน ไม่เกิน 10 ปี ตามลักษณะการสูญเสียสมรรถภาพ
- กรณีทุพพลภาพ: ร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือนตลอดชีวิต
- กรณีถึงแก่ความตายหรือสูญหาย: ทายาทหรือผู้มีสิทธิตามกฎหมายได้รับค่าทดแทนร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน เป็นเวลา 10 ปี
- ค่าทำศพ: 50,000 บาท
- ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน: ลูกจ้างที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูด้านการแพทย์ อาชีพ จิตใจและสังคม เข้ารับบริการได้ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน 5 แห่ง ได้แก่ ภาค 1 ปทุมธานี ภาค 2 ระยอง ภาค 3 เชียงใหม่ ภาค 4 ขอนแก่น และภาค 5 สงขลา
หน้าที่นายจ้างและกำหนดเวลายื่นคำขอ
- นายจ้าง: เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงาน ต้องให้การช่วยเหลือและนำส่งสถานพยาบาลโดยเร็ว พร้อมแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานตามแบบ กท.16 ต่อสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุ
- ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิ: ยื่นคำขอรับเงินทดแทนได้ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย
- กรณีเจ็บป่วยภายหลังสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง: ยื่นได้ภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ทราบการเจ็บป่วย
- ข้อควรระวัง: สปส. ขอให้นายจ้างและลูกจ้างเพิ่มความระมัดระวังในการทำงานช่วงน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมขังซึ่งเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้าและสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1506
ผลต่อ SME และสิ่งที่นายจ้างควรเตรียม
กองทุนเงินทดแทนเป็นกองทุนที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบฝ่ายเดียวเป็นรายปี ดังนั้นสิทธิเหล่านี้ไม่ได้ทำให้นายจ้างมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ตรงกันข้าม ช่วยลดความเสี่ยงที่กิจการจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเอง สิ่งสำคัญคือการแจ้งเหตุให้ทันกำหนดและเก็บหลักฐานให้ครบ กิจการที่ให้พนักงานช่วยกั้นน้ำ ขนย้ายสินค้า หรือทำความสะอาดหลังน้ำลด ควรดำเนินการตามรายการนี้
- นำส่งลูกจ้างเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลโดยเร็ว และบันทึกวัน เวลา สถานที่ และลักษณะงานที่ทำขณะเกิดเหตุ
- กรอกแบบ กท.16 แจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด/สาขาที่กิจการขึ้นทะเบียน ภายใน 15 วัน
- เก็บใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และหลักฐานการหยุดงานจริง เพื่อใช้ประกอบการขอค่าทดแทนกรณีหยุดงานร้อยละ 70 ของค่าจ้าง
- แจ้งลูกจ้างหรือทายาทให้ยื่นคำขอรับเงินทดแทนภายใน 180 วันนับแต่วันเกิดเหตุ และตรวจสอบว่ากิจการนำส่งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนประจำปีครบถ้วนแล้ว
- ทบทวนมาตรการความปลอดภัยสำหรับงานในพื้นที่น้ำท่วมขัง เช่น ตัดไฟก่อนเข้าพื้นที่ จัดอุปกรณ์ป้องกัน และไม่ให้พนักงานทำงานลำพังในจุดเสี่ยง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี