ธปท. ผนึก 11 สมาคมภาคการเงิน ประกาศ “กรอบความร่วมมือป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมาย” — ยกระดับ KYC/CDD/EDD ตรวจเงินสดเสี่ยงสูง เชื่อมฐานข้อมูล Central Fraud Registry
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกข่าว ธปท. ฉบับที่ 35/2569 ประกาศว่า ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันขับเคลื่อน “กรอบความร่วมมือเพื่อป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายในภาคการเงิน” (Framework for Safeguarding the Financial Sector from Illicit Activities) โดยมีสมาคมและชมรมผู้ให้บริการทางการเงินเข้าร่วมทั้งหมด 11 หน่วยงาน เป้าหมายคือป้องกันเชิงรุกไม่ให้ภาคการเงินตกเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือผู้ใช้บริการธนาคาร ระบบชำระเงิน และสินเชื่อทุกกลุ่ม รวมถึงธุรกิจ SME ที่ธุรกรรมและการเปิด-ใช้บัญชีจะถูกตรวจสอบละเอียดขึ้น
สาระสำคัญ
- หลักการของกรอบความร่วมมือ: ทุกหน่วยงานต้องกำหนดทิศทาง นโยบาย และธรรมาภิบาลองค์กรในการป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด ถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการ มีมาตรฐานขั้นต่ำที่เหมาะกับแต่ละประเภทธุรกิจ และต้องปรับปรุงมาตรการต่อเนื่อง
- แลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามหน่วยงาน: หน่วยงานที่เข้าร่วมจะแลกเปลี่ยนข้อมูล รูปแบบการกระทำผิด สัญญาณเตือนภัย และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อรับมือธุรกรรมทุจริตที่อาศัยช่องว่างระหว่างหน่วยงาน
- บทบาทของ ธปท.: ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลทั้งระบบ การตรวจสอบลูกค้าและคู่ค้า การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อเฝ้าระวังธุรกรรมเสี่ยง และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ต้องสมดุลกับผู้สุจริต: ธปท. ระบุว่าการดำเนินมาตรการต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้สุจริต การเข้าถึงบริการทางการเงิน การแข่งขันที่เป็นธรรม และการส่งเสริมนวัตกรรมควบคู่กัน
11 หน่วยงานที่ร่วมจัดทำ และมาตรการที่จะดำเนินการ
- หน่วยงานที่เข้าร่วม: สมาคมธนาคารไทย (TBA), สมาคมธนาคารนานาชาติ (AIB), สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA), สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA), สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน (TAFEXS) และอีก 6 สมาคม/ชมรมของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-bank lender)
- ยกระดับการรู้จักลูกค้า: เพิ่มความเข้มของกระบวนการ KYC (Know Your Customer), CDD (Customer Due Diligence) และ EDD (Enhanced Due Diligence)
- ตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีความเสี่ยงสูง และนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติแบบเชิงรุก
- ฐานข้อมูลบุคคลเสี่ยง: พัฒนาระบบฐานข้อมูลบุคคลเสี่ยงและเชื่อมต่อกับระบบ Central Fraud Registry (CFR)
- คู่มือ AML/CFT ของอุตสาหกรรม: จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย รวมถึงใช้เครือข่ายชุมชนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินแก่กลุ่มเปราะบาง
ผลต่อ SME
- เปิดบัญชี/ต่ออายุข้อมูลจะถูกถามละเอียดขึ้น: การยกระดับ KYC/CDD/EDD หมายความว่าธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินมีแนวโน้มขอเอกสารยืนยันตัวตนกรรมการ ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Owner) และที่มาของรายได้ของกิจการมากขึ้น รวมถึงอาจทบทวนข้อมูลลูกค้าเดิมเป็นระยะ
- ธุรกรรมเงินสดก้อนใหญ่ถูกจับตา: ธุรกิจที่รับ-จ่ายเงินสดจำนวนมาก เช่น ค้าปลีก ค้าส่ง ร้านอาหาร ควรมีหลักฐานที่มาของเงิน (ใบเสร็จ รายงานขาย บันทึกบัญชี) ที่ตรงกับยอดฝาก เพื่อตอบคำถามของธนาคารได้ทันที
- ระวังบัญชีกิจการถูกใช้เป็นทางผ่าน: การเชื่อมฐานข้อมูลบุคคลเสี่ยงกับ CFR ทำให้บัญชีที่พัวพันธุรกรรมต้องสงสัยถูกระงับหรือตรวจสอบได้เร็วขึ้น เจ้าของกิจการไม่ควรให้ผู้อื่นใช้บัญชีบริษัทรับ-โอนเงินแทน และควรแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีกิจการ
- ยังไม่มีกำหนดเวลาบังคับใช้เฉพาะ: ข่าว ธปท. ฉบับนี้เป็นการประกาศกรอบความร่วมมือและทิศทางมาตรการ ยังไม่ระบุวันที่มีผลหรือหลักเกณฑ์รายละเอียด SME ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมของ ธปท. และแนวปฏิบัติของธนาคารที่ตนใช้บริการ
- อัปเดตข้อมูลนิติบุคคล กรรมการ และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงกับธนาคารให้ตรงกับหนังสือรับรองและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด
- แยกบัญชีกิจการออกจากบัญชีส่วนตัว และไม่ให้บุคคลอื่นใช้บัญชีกิจการรับ-โอนเงินแทน
- เก็บหลักฐานที่มาของเงินสดที่นำฝาก เช่น รายงานขายรายวัน ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี ให้สอบยันกับยอดฝากได้
- ตรวจสอบคู่ค้ารายใหม่ก่อนรับชำระหรือโอนเงินก้อนใหญ่ โดยเฉพาะคู่ค้าที่ขอให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาแทนบัญชีบริษัท
- ติดตามประกาศเพิ่มเติมของ ธปท. และแนวปฏิบัติ KYC ของธนาคารที่กิจการใช้บริการ
หมายเหตุ: ผลต่อ SME ในส่วนท้ายเป็นการประเมินแนวทางปฏิบัติที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากมาตรการตามข่าว ธปท. ไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่ประกาศบังคับใช้แล้ว รายละเอียดของแต่ละธนาคารอาจแตกต่างกัน
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี