กรมสรรพากรแถลงผลงานปีงบประมาณ 2569 — เก็บภาษี 11 เดือนได้ 2,162,122 ล้านบาท โต 7.2% ดึงผู้ประกอบการรายใหม่เข้าระบบ 173,579 ราย เกินเป้า
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กรมสรรพากรออกข่าวแถลง ปชส. 21/2569 เรื่อง ผลการปฏิบัติราชการของกรมสรรพากรประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยอธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยว่า ยอดจัดเก็บภาษีสะสมถึงเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 2,162,122 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.35 ของประมาณการรายได้ทั้งปี (2,447,100 ล้านบาท) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.2 และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณร้อยละ 3.7 พร้อมกันนี้ยังได้นำผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ระบบภาษีอีก 173,579 ราย เกินเป้าหมายทั้งปี ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับ SME โดยตรง เพราะสะท้อนทิศทางการจัดเก็บและการตรวจสอบของกรมสรรพากรที่จะต่อเนื่องไปถึงปีงบประมาณหน้า
สาระสำคัญด้านการจัดเก็บภาษี
- ยอดจัดเก็บสะสม 11 เดือน (ต.ค. 2568–ส.ค. 2569): 2,162,122 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.35 ของประมาณการทั้งปีงบประมาณที่ 2,447,100 ล้านบาท
- เทียบปีก่อนและประมาณการ: สูงกว่าปีก่อน 144,373 ล้านบาท (ร้อยละ 7.2) และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 77,236 ล้านบาท (ร้อยละ 3.7) โดยภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จัดเก็บได้สูงกว่าปีก่อนและสูงกว่าประมาณการทุกภาษี
- ช่วง พ.ค.–ส.ค. 2569: จัดเก็บได้ 977,632 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนร้อยละ 11.2 และสูงกว่าประมาณการร้อยละ 5.8
- เครื่องมือที่ใช้: กรมสรรพากรระบุว่าผลจัดเก็บที่สูงกว่าประมาณการมาจากกลยุทธ์การจัดเก็บรายได้ด้วย Data Analytics และ Digital Technology ประกอบกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
- คืนภาษี Fast Track: กรมสรรพากรระบุว่าได้เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการด้วยการคืนภาษีแบบ Fast Track โดยพิจารณาจากส่วนกลาง
การนำผู้เสียภาษีเข้าสู่ระบบ
- ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าระบบ 173,579 ราย ในช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่กำหนดไว้ 149,026 ราย
- ผู้ประกอบการออนไลน์ 56,091 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 55,125 ราย สะท้อนว่าการค้าออนไลน์เป็นกลุ่มที่กรมสรรพากรสำรวจและติดตามอย่างต่อเนื่อง
บริการดิจิทัลและมาตรการภาษีที่กระทบผู้ประกอบการ
- e-Filing: สัดส่วนการยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ร้อยละ 96.05 ของการยื่นแบบทั้งหมด เพิ่มจากร้อยละ 94.52 ในปี 2568
- e-Tax Invoice & e-Receipt: มีผู้ประกอบการใช้บริการ 22,259 ราย เพิ่มขึ้น 4,719 ราย (ร้อยละ 26.90) ครอบคลุมสถานประกอบการ 207,965 แห่ง
- e-Withholding Tax: มีผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายใช้บริการ 20,240 ราย เพิ่มขึ้น 2,755 ราย (ร้อยละ 15.76)
- บริการใหม่ในปีงบประมาณ 2569: ขยายการยื่นแบบผ่าน Open API ให้รองรับ ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91, ภ.ง.ด.54, ภ.พ.30 และ ภ.พ.36; ขยาย e-Stamp Duty สำหรับตราสารกระดาษ (อ.ส.4, อ.ส.4ก, อ.ส.4ข); และเปิด e-Filing ภาษีการรับมรดก (ภ.ม.60)
- มาตรการภาษีที่ยังมีผล: ขยายเวลาหักรายจ่าย 2 เท่าสำหรับการลงทุนและใช้บริการ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Tax, มาตรการสนับสนุน Digital Transformation ของ SMEs, หักรายจ่ายลงทุนเครื่องจักร/อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน (ฉลาก 5 ดาว) ได้ 1.5 เท่า และลดหย่อนค่าซื้อ-ติดตั้ง Solar Rooftop ตามจ่ายจริงไม่เกิน 200,000 บาท
ผลต่อ SME
- การตรวจสอบด้วยข้อมูลจะเข้มขึ้น: เมื่อกรมสรรพากรใช้ Data Analytics เป็นกลยุทธ์หลักและตั้งเป้านำผู้ประกอบการนอกระบบเข้าสู่ระบบทุกปี กิจการที่มีรายได้ถึงเกณฑ์แต่ยังไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือยื่นแบบไม่ครบ มีโอกาสถูกสำรวจและติดต่อสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ค้าออนไลน์
- ระบบอิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นมาตรฐาน: สัดส่วน e-Filing เกินร้อยละ 96 และผู้ใช้ e-Tax Invoice เติบโตกว่าร้อยละ 26 ต่อปี SME ที่ยังออกใบกำกับภาษีกระดาษควรพิจารณาย้ายเข้าระบบเพื่อใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่าและลดภาระเอกสาร
- เตรียมปิดปีงบประมาณ: ปีงบประมาณ 2569 สิ้นสุด 30 กันยายน 2569 ผู้มีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปีบุคคลธรรมดา) ยังมีกำหนดยื่นภายใน 30 กันยายน 2569 หรือทาง e-Filing ถึง 8 ตุลาคม 2569
หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดอ้างอิงจากเอกสารแถลงข่าวของกรมสรรพากร ผลจัดเก็บเดือนกันยายน 2569 ยังไม่รวมอยู่ในยอดสะสมข้างต้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละมาตรการภาษีจากประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนใช้สิทธิ
ที่มา: กรมสรรพากร — ข่าวแถลง ปชส. 21/2569 ผลการปฏิบัติราชการของกรมสรรพากรประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (11 ก.ย. 2569) | หน้าแถลงข่าวสรรพากร
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี