กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
กรมสรรพากร · 6 ต.ค. 2569

กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็น “หลักการร่าง พ.ร.บ.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร” 30 ก.ย.–29 ต.ค. 2569 — เก็บจากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ระยะแรกเฉพาะทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท เพดานตามกฎหมายไม่เกิน 5,000 บาท สายการบินหรือตัวแทนขายตั๋วเป็นผู้เรียกเก็บพร้อมค่าโดยสาร ทางบก-ทางน้ำยกเว้นในระยะแรก มีผล 180 วันหลังประกาศราชกิจจาฯ ยังเป็นเพียงร่างหลักการ ไม่มีผลบังคับใช้ขณะนี้

กรมสรรพากรประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เชิญชวนประชาชนและผู้เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ หลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรและระบบกลางทางกฎหมาย (law.go.th) ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึง 29 ตุลาคม 2569 โดยกระทรวงการคลังมอบหมายให้กรมสรรพากรพิจารณาจัดเก็บภาษีจากผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร “ทุกสัญชาติ” ซึ่งต่างจากหลักการของพระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 ที่เคยเก็บเฉพาะคนไทยและคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในไทย ทั้งนี้ ขั้นตอนขณะนี้เป็นเพียงการรับฟังความเห็นต่อ “หลักการ” ยังไม่มีร่างกฎหมายที่ผ่านคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภา และยังไม่มีผลบังคับใช้

สาระสำคัญของหลักการที่เปิดรับฟัง

  • ผู้มีหน้าที่เสียภาษี: ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทุกสัญชาติ เสียภาษีทุกครั้งที่เดินทางออก ยกเว้นลูกเรือหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการขนส่งที่เดินทางโดยหน้าที่การงานและไม่ต้องเสียค่าโดยสาร
  • อัตราภาษี: กำหนดโดยกฎกระทรวง แต่ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท โดยในระยะแรกเก็บเฉพาะการเดินทางโดยทางอากาศ ครั้งละ 1,000 บาท ส่วนการเดินทางทางบกและทางน้ำได้รับยกเว้นในระยะแรก
  • ผู้ได้รับยกเว้น (ทางอากาศ): ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการยกเว้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) เช่น เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี ผู้โดยสารผ่านที่ไม่ออกนอกบริเวณห้องผู้โดยสารผ่าน ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องภายในประเทศที่อยู่ในสนามบิน ผู้โดยสารอากาศยานของราชการ แขกของรัฐบาล และบุคคลสำคัญตามที่กำหนด
  • วิธีเก็บ: ผู้เดินทางเสียภาษีก่อนเดินทาง โดยให้ผู้ประกอบกิจการขนส่ง (สายการบิน) หรือตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารเป็นผู้เรียกเก็บพร้อมค่าโดยสาร หากไม่ได้ซื้อตั๋วหรือไม่มีการเรียกเก็บค่าโดยสาร ให้เสียภาษีตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
  • วันมีผลและบทเฉพาะกาล: ให้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และไม่ใช้บังคับกับผู้ที่ซื้อบัตรโดยสารก่อนวันที่กฎหมายมีผล แม้จะเดินทางออกหลังจากนั้น
  • เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม: เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง และเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน พร้อมบทกำหนดโทษกรณีหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ โดยอาจใช้การปรับเป็นพินัย

ความเป็นมาโดยย่อ

  • ไทยเคยเก็บภาษีนี้แล้ว: ตามพระราชกำหนดภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 มีผลตั้งแต่ 28 ธันวาคม 2526 อัตราทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท ทางบกและทางน้ำครั้งละ 500 บาท เพื่อป้องกันเงินตราต่างประเทศไหลออกเกินสมควร
  • ถูกยกเว้นมานาน: ทางบกและทางน้ำได้รับยกเว้นตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2529 และทางอากาศได้รับยกเว้นตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2534 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 และฉบับที่ 6 ตามลำดับ
  • เหตุผลที่กระทรวงการคลังระบุ: เพื่อบริหารทรัพยากรภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังและเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในระยะต่อไป

ใครได้รับผลกระทบ

  • SME ที่ส่งพนักงานไปต่างประเทศ: เช่น ไปออกงานแสดงสินค้า เยี่ยมโรงงานคู่ค้า หรือหาซัพพลายเออร์ หากกฎหมายมีผลจะมีต้นทุนเพิ่มครั้งละ 1,000 บาทต่อคนต่อเที่ยวทางอากาศ ซึ่งควรรวมไว้ในงบประมาณเดินทางและนโยบายเบิกค่าใช้จ่ายของบริษัท
  • ธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ (Outbound) และตัวแทนจำหน่ายตั๋ว: ร่างหลักการกำหนดให้สายการบินและตัวแทนขายตั๋วเป็นผู้เรียกเก็บและนำส่งภาษี จึงอาจต้องปรับระบบออกบัตรโดยสาร การแยกแสดงรายการภาษีในใบเสร็จ และการบันทึกบัญชีเงินที่เรียกเก็บแทน
  • ธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวขาเข้า: นักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องเสียภาษีขาออกด้วย เพราะหลักการใหม่เก็บจากทุกสัญชาติ

สิ่งที่ SME ควรทำตอนนี้

  • ร่วมแสดงความเห็นภายใน 29 ตุลาคม 2569 ผ่านแบบฟอร์มรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์กรมสรรพากร หรือระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่จะมีภาระเป็นผู้เรียกเก็บแทน
  • ยังไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรในการทำบัญชีหรือยื่นภาษี เพราะยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ และหากออกเป็นกฎหมายจะมีระยะเวลา 180 วันหลังประกาศราชกิจจานุเบกษาก่อนมีผล
  • ติดตามความคืบหน้า ขั้นตอนถัดไปคือการสรุปผลรับฟังความเห็น เสนอคณะรัฐมนตรี และกระบวนการนิติบัญญัติ ซึ่งอัตราและข้อยกเว้นอาจเปลี่ยนแปลงจากหลักการที่เปิดรับฟังในครั้งนี้

ที่มา: กรมสรรพากร — เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. .... (30 ก.ย.–29 ต.ค. 2569) และ เอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็น (PDF)

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี