กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงพื้นที่ตรวจธุรกิจรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ จ.ปราจีนบุรี พบ 4 บริษัทเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี ส่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสืบสวนและตรวจเส้นทางเงินผู้ถือหุ้น — ระบบ IBAS ชี้นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงธุรกิจขยะในจังหวัด 44 ราย และทั่วประเทศมีบริษัทขยะที่ต่างชาติร่วมถือหุ้น 2,863 ราย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยแพร่ข่าวกรม ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ว่า หลังสื่อมวลชนรายงานข่าวโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในจังหวัดปราจีนบุรีที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและก่อมลพิษต่อประชาชนในพื้นที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมฯ ตรวจสอบว่ามีการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) หรือไม่ และขยายการตรวจสอบไปยังบริษัทธุรกิจขยะทั้งหมดในจังหวัดที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และเบื้องต้นพบ 4 บริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับ SME ที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น โดยเฉพาะในธุรกิจขยะและรีไซเคิล เพราะแสดงให้เห็นวิธีคัดกรองและประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจริง
สาระสำคัญ
- สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตรวจ: กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบรายละเอียดของบริษัทตั้งแต่การจดทะเบียนจัดตั้ง เงินทุนที่นำมาลงทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจการบริหารธุรกิจที่แท้จริง และความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่นที่อาจกระทำความผิดฐานใช้คนไทยเป็นนอมินี
- ผลเบื้องต้น: พบ 4 บริษัทเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรีได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดี รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่อาจเป็นตัวแทนอำพราง
- กลุ่มเสี่ยงในจังหวัดปราจีนบุรี 44 ราย: จากระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล (Intelligence Business Analytics System: IBAS) พบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ประกอบธุรกิจขยะ แบ่งเป็นธุรกิจขยะที่ไม่เป็นอันตรายซึ่งมีต่างชาติร่วมถือหุ้น 41 ราย (ถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 37 ราย และตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 4 ราย) และธุรกิจขยะที่เป็นอันตราย 3 ราย (น้อยกว่า 50% จำนวน 2 ราย และตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 1 ราย) ซึ่งจะลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งหมด
- ภาพรวมทั่วประเทศ: ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 มีบริษัทจำกัดที่ประกอบธุรกิจขยะและมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นรวม 2,863 ราย แบ่งเป็นขยะที่ไม่เป็นอันตราย 2,568 ราย (น้อยกว่า 50% จำนวน 2,438 ราย และตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 130 ราย) และขยะที่เป็นอันตราย 295 ราย (น้อยกว่า 50% จำนวน 288 ราย และตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 7 ราย)
- บทบาทของกรมฯ: กรมฯ ทำหน้าที่ชี้เป้านิติบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่ามีการใช้คนไทยเป็นนอมินี และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด โดยระบุว่าปัญหานี้ต้องบูรณาการหลายหน่วยงาน ไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานเดียว
ใครได้รับผลกระทบ
- บริษัทธุรกิจขยะและรีไซเคิลที่มีต่างชาติร่วมถือหุ้น: ทั้ง 44 รายใน จ.ปราจีนบุรี จะถูกลงพื้นที่ตรวจสอบ และบริษัทในกลุ่มเดียวกันทั่วประเทศ 2,863 ราย อยู่ในฐานข้อมูลที่กรมฯ ใช้วิเคราะห์ความเสี่ยง แม้ต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% ก็อยู่ในขอบเขตการคัดกรอง
- SME ทั่วไปที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุน: ประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตรวจ คือ ที่มาของเงินทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น และผู้มีอำนาจบริหารที่แท้จริง กิจการที่ผู้ถือหุ้นคนไทยไม่ได้ลงทุนจริงหรือไม่ได้มีอำนาจบริหารจริงมีความเสี่ยงถูกตีความว่าเป็นนอมินี
- ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจโดยสุจริตและประชาชนในพื้นที่: กรมฯ ระบุว่าการตรวจสอบมีเป้าหมายเพื่อขจัดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริตและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษ
สิ่งที่ต้องเตรียม
- หลักฐานการลงทุนของผู้ถือหุ้นคนไทย: เก็บหลักฐานการชำระค่าหุ้น เส้นทางการเงิน และแหล่งที่มาของเงินลงทุนให้ตรวจสอบได้ เนื่องจากข่าวระบุชัดว่าจะมีการตรวจเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทย
- เอกสารแสดงอำนาจบริหารจริง: รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการ หนังสือมอบอำนาจ และหลักฐานการตัดสินใจทางธุรกิจ ควรสอดคล้องกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการที่จดทะเบียนไว้
- ใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมายเฉพาะ: ธุรกิจขยะและรีไซเคิลควรตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องครบถ้วน เพราะการตรวจครั้งนี้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายหน่วยงาน
- ช่องทางแจ้งเบาะแส: ผู้ที่พบธุรกิจเข้าข่ายนอมินีสามารถแจ้งผ่านเว็บไซต์ www.dbd.go.th หัวข้อ แจ้งเบาะแสนอมินี หรือสอบถามที่กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โทร 0 2547 4419 หรือ Call Center 1570
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — ข่าวกรม (Press Release) ฉบับที่ 10 วันที่ 22 ต.ค. 2569
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี