กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมด
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) · 14 ก.ย. 2569

กขค. เห็นชอบร่างประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์ Credit Term — รายใหญ่ต้องจ่าย SME ภายใน 30 วัน (สินค้าเกษตร) / 45 วัน (การค้า ผลิต บริการ) เปลี่ยนเงื่อนไขต้องแจ้งล่วงหน้า 60 วัน ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 10% ของรายได้

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้เห็นชอบร่างประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์ระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) กรณีผู้ประกอบการ SME เป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ผลักดัน เพื่อแก้ปัญหาธุรกิจรายใหญ่ประวิงการชำระค่าสินค้าและบริการจนทำให้ SME ขาดเงินทุนหมุนเวียน ข่าวนี้กระทบ SME ที่เป็นซัพพลายเออร์ให้ห้างค้าปลีก โรงงาน หรือบริษัทรายใหญ่โดยตรง เพราะเป็นกติกาที่กำหนดว่าคู่ค้าต้องจ่ายเงินให้เมื่อไร และเพิ่มเครื่องมือให้ SME ร้องเรียนได้ง่ายขึ้น

สาระสำคัญของร่างประกาศ

  • กรอบระยะเวลาชำระเงินให้ SME: สินค้าเกษตรหรือผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้น ไม่เกิน 30 วัน ส่วนภาคการค้า การผลิต และบริการทั่วไป ไม่เกิน 45 วัน เว้นแต่มีเหตุผลทางธุรกิจที่สมควรและสามารถชี้แจงได้
  • กรอบ 30/45 วันไม่ใช่ของใหม่: รัฐบาลระบุว่ากรอบนี้มีอยู่ในหลักเกณฑ์เดิม (ประกาศ กขค. เรื่อง Credit Term กรณี SMEs เป็นผู้ขาย ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2564) การปรับปรุงครั้งนี้จึงมุ่ง อุดช่องว่างในการบังคับใช้ และเพิ่มความชัดเจนของหน้าที่ผู้ประกอบการรายใหญ่
  • หน้าที่ใหม่ของผู้ซื้อรายใหญ่: ต้องแจ้งขั้นตอนการจ่ายเงินให้ชัดเจน ห้ามประวิงเวลาจ่ายโดยไม่มีเหตุผล และ ห้ามเปลี่ยน Credit Term หรือเงื่อนไขสัญญาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน
  • ย้ายภาระการพิสูจน์: หากข้อเท็จจริงหรือหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกร้องเรียนอยู่ในความรู้เห็นของผู้ซื้อรายใหญ่ ผู้ซื้อมีหน้าที่นำข้อเท็จจริงและหลักฐานมาแสดงต่อ กขค. ช่วยลดภาระการพิสูจน์ของ SME ซึ่งมักมีข้อมูลและอำนาจต่อรองน้อยกว่า
  • บทลงโทษ: ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนและเข้าข่ายการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม อาจถูก ปรับทางปกครองสูงสุดไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด

สถานะและวันมีผลใช้บังคับ

  • ยังเป็น "ร่างประกาศ" และยังไม่มีผลใช้บังคับ รัฐบาลระบุว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนร่างประกาศ
  • กำหนดวันมีผล: ร่างกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 30 วันนับจากวันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงต้องติดตามวันประกาศจริงอีกครั้ง
  • ระหว่างนี้ยังใช้หลักเกณฑ์เดิม: ประกาศ กขค. ฉบับปี 2564 ที่กำหนดกรอบ 30/45 วันเดียวกันยังมีผลอยู่ SME ที่ถูกประวิงจ่ายสามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ได้ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน

ผลต่อ SME และสิ่งที่ควรเตรียม

สำหรับ SME ที่ขายของให้รายใหญ่ ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนวัน แต่คือ "หลักฐาน" หากต้องร้องเรียน SME ต้องแสดงได้ว่าส่งของหรือให้บริการเมื่อไร วางบิลเมื่อไร และเงื่อนไขที่ตกลงกันคืออะไร ส่วนฝั่ง SME ที่เป็น ผู้ซื้อ จากซัพพลายเออร์รายเล็กก็ควรทบทวนเงื่อนไขการจ่ายของตนเองเช่นกัน เพราะหลักเกณฑ์นี้พิจารณาจากสถานะของผู้ขายเป็นหลัก

เช็กลิสต์เตรียมพร้อมก่อนกติกา Credit Term ใหม่มีผล
สิ่งที่ SME ควรจัดให้พร้อม0/5
  • รวบรวมสัญญา ใบสั่งซื้อ (PO) และเงื่อนไขการชำระเงินของคู่ค้ารายใหญ่แต่ละราย แล้วเทียบกับกรอบ 30 วัน (สินค้าเกษตร) และ 45 วัน (การค้า ผลิต บริการ)
  • เก็บหลักฐานวันส่งมอบสินค้า/บริการ ใบวางบิล ใบกำกับภาษี และวันที่ได้รับเงินจริง ให้สอบยันกันได้ทุกรายการ
  • จัดทำรายงานอายุลูกหนี้ (AR Aging) รายเดือน เพื่อดูว่าคู่ค้ารายใดจ่ายเกินกำหนดเป็นประจำ
  • หากคู่ค้าแจ้งเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่าย ให้บันทึกวันที่ได้รับแจ้งและเก็บหนังสือ/อีเมลไว้ เพื่อตรวจว่าแจ้งล่วงหน้าครบ 60 วันตามร่างประกาศหรือไม่
  • ติดตามการประกาศในราชกิจจานุเบกษาและประกาศฉบับจริงจาก สขค. เพื่อดูนิยาม SME ข้อยกเว้น และวันมีผลที่แน่นอน

ทั้งนี้ รายละเอียดเชิงเทคนิค เช่น นิยามของ "เหตุผลทางธุรกิจที่สมควร" และขอบเขตผู้ซื้อที่ถูกบังคับ ต้องรอดูจากประกาศฉบับที่ลงราชกิจจานุเบกษา บทความนี้สรุปจากคำแถลงของรัฐบาลเท่านั้น

ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ (ข่าวรัฐบาล 14 ก.ย. 2569) และ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (ประกาศ Credit Term ฉบับปัจจุบัน)

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี