โอนเงินส่วนตัวเข้าบริษัท นับเป็นรายได้ไหม
การโอนเงินส่วนตัวเข้าบริษัท ไม่ใช่รายได้ของบริษัทโดยอัตโนมัติ — แต่ต้องบันทึกถูกประเภทและมีเอกสารรองรับ ไม่อย่างนั้นสรรพากรอาจตีความเป็นรายได้และเรียกภาษี
3 ประเภทหลักที่ใช้บันทึก
- เงินกู้กรรมการ (Director's Loan) — บริษัทยืมจากกรรมการ ไม่ใช่รายได้ ต้องมีสัญญากู้เป็นลายลักษณ์อักษร ติดอากรแสตมป์ (1 บาทต่อทุก 2,000 บาทของยอดกู้ สูงสุด 10,000 บาท) และมีเส้นทางเงินที่ตรวจสอบได้
- เพิ่มทุนชำระแล้ว — จดทะเบียนเพิ่มทุนกับ DBD ถือเป็นเงินทุน ไม่มีภาระดอกเบี้ย แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจดทะเบียน
- เงินจ่ายค่าใช้จ่ายแทน (Director Paid on Behalf) — กรรมการจ่ายให้ก่อน เบิกคืนภายหลัง บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย + เจ้าหนี้กรรมการ
- เลือกไม่ถูก อาจมีปัญหา: เป็นรายได้บริษัทเสียภาษีเกินจำเป็น หรือ ดอกเบี้ยตามอัตราตลาดที่สรรพากรประเมิน
เงินกู้กรรมการ (หนี้สิน) — เหมาะถ้าจะคืนเงินภายในระยะเวลา ทำสัญญากู้ + ติดอากรแสตมป์ จะคิดดอกเบี้ยหรือไม่คิดก็ได้ ไม่มีบทบัญญัติให้ประเมินดอกเบี้ยย้อนกลับมาเป็นรายได้บริษัท ถ้าคิดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่จ่ายให้กรรมการต้องหัก WHT 15% ส่ง ภงด.2 ยืดหยุ่นแต่มีภาระตามทุกปี
เพิ่มทุนชำระแล้ว (ทุน) — จดทะเบียนกับ DBD เป็นเงินทุนถาวร ไม่มีภาระดอกเบี้ย ไม่ต้องตามเก็บทุกปี ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดเป็นอัตราคงที่ 500 บาท ไม่ได้คิดตามสัดส่วนของทุนที่เพิ่ม เหมาะถ้าตั้งใจให้เงินก้อนนี้เป็นทุนถาวร
ดอกเบี้ยและภาษีที่เกี่ยวกับเงินกู้กรรมการ
ตรงนี้มักถูกเล่าสลับข้าง — กฎที่บังคับให้คิดดอกเบี้ยตามราคาตลาดคือ ม.65 ทวิ (4) ซึ่งใช้กับ บริษัทที่เป็นผู้ให้กู้ (เช่น บริษัทให้กรรมการยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย สรรพากรประเมินดอกเบี้ยเป็นรายได้ของบริษัทได้) แต่กรณีนี้กลับกัน — กรรมการเป็นผู้ให้บริษัทกู้ จึงไม่มีบทบัญญัติใดให้ประเมินดอกเบี้ยย้อนกลับมาเป็นรายได้ของบริษัท บริษัทจะกู้โดยไม่มีดอกเบี้ยก็ได้ (และเป็นผลดีทางภาษีด้วยซ้ำ เพราะไม่มีรายจ่ายดอกเบี้ยมาลด) สิ่งที่ต้องมีจริง ๆ คือ สัญญากู้ ติดอากรแสตมป์ และเส้นทางเงินที่พิสูจน์ได้ เพื่อไม่ให้ยอดเงินเข้าบัญชีถูกตีเป็นรายได้ที่ไม่ได้ลงบัญชี ถ้าเลือกคิดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่จ่ายให้กรรมการต้อง หัก WHT 15% (ม.50(2) เงินได้ ม.40(4)(ก)) ส่ง ภงด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ฝั่งกรรมการเลือกได้ว่าจะให้ภาษีที่ถูกหัก 15% นั้นเป็นภาษีสุดท้ายโดยไม่ต้องนำดอกเบี้ยไปรวมคำนวณตอนยื่นแบบประจำปี (ม.48(3)(ก)) หรือจะนำไปรวมคำนวณเพื่อขอคืนถ้าฐานภาษีรวมต่ำกว่า 15% ก็ได้
ใส่ดอกเบี้ยที่จ่ายให้กรรมการต่อปี เพื่อดูภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT 15% ตาม ม.40(4))
เงินก้อนใหญ่ในระดับล้านขึ้นไป ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนตัดสินใจรูปแบบ
มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี