กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ภาษี · 26 ต.ค. 2569

โบนัสปลายปี คิดจากกำไรสุทธิถูกบวกกลับ ม.65 ตรี (19) ตั้งค้างจ่ายปีนี้ จ่ายปีหน้า หักได้ไหม

ช่วงปลายปีเจ้าของ SME หลายรายเริ่มวางแผนโบนัสให้พนักงาน และมักตั้งต้นจากสูตรที่ฟังดูยุติธรรมที่สุดคือ แบ่งกำไรสุทธิของปีนี้ให้พนักงานเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่สูตรแบบนี้เป็นจุดที่กรมสรรพากรใช้บวกกลับรายจ่ายได้ตรงตัวตามมาตรา 65 ตรี (19) แห่งประมวลรัษฎากร อีกคำถามที่ตามมาคือ โบนัสของผลงานปี 2569 ที่จะจ่ายจริงต้นปี 2570 ควรลงเป็นรายจ่ายปีไหน และถ้าตั้งค้างจ่ายไว้ปลายปีจะถูกมองว่าเป็นรายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองตามมาตรา 65 ตรี (9) หรือไม่ บทความนี้สรุปแนวจากตัวบทและหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากร เพื่อให้เขียนระเบียบโบนัสและลงบัญชีได้ตั้งแต่ก่อนปิดงวด

สูตรโบนัสแบบไหนหักรายจ่ายได้ และแบบไหนเข้าข่ายกำหนดจ่ายจากผลกำไร

มาตรา 65 ตรี (19) ห้ามนำ "รายจ่ายใด ๆ ที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว" มาหักในการคำนวณกำไรสุทธิ โบนัสที่ระเบียบเขียนว่าจ่ายเป็นร้อยละของกำไรสุทธิของปีเดียวกัน จึงเป็นตัวอย่างคลาสสิกของรายจ่ายต้องห้ามข้อนี้ บริษัทจ่ายเงินออกไปจริงแต่ต้องบวกกลับเป็นกำไรทางภาษี ขณะที่โบนัสซึ่งกำหนดจากฐานอื่นมีหนังสือตอบข้อหารือรองรับหลายฉบับว่าหักได้

  • กำหนดตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ไม่ขึ้นกับกำไรหรือขาดทุน หนังสือที่ กค 0706/5091 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2549 วินิจฉัยว่า โบนัสที่บริษัทจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น ตามคะแนนประเมินผลงานของหัวหน้างาน โดยไม่คำนึงว่าบริษัทจะมีกำไรหรือขาดทุน บริษัทมีสิทธินำมาถือเป็นรายจ่ายได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19)
  • อิงผลประกอบการของปีก่อน หนังสือที่ กค 0811/2883 ลงวันที่ 11 เมษายน 2543 เป็นกรณีธนาคารใช้อัตรากำไรต่อสินทรัพย์ของปีก่อนเป็นเกณฑ์กำหนดอัตราโบนัสของปีปัจจุบัน และยังจ่ายแม้ปีปัจจุบันขาดทุน กรมสรรพากรเห็นว่าไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19) จุดสำคัญคือฐานคำนวณไม่ใช่ผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบบัญชีที่จ่าย
  • คำนวณจากยอดขาย หนังสือที่ กค 0811/2705 ลงวันที่ 4 เมษายน 2543 กรณีเงินรางวัลจากการขายที่ระเบียบบริษัทกำหนดให้จ่ายแก่คณะกรรมการบริหารในอัตราไม่เกินร้อยละ 1.9 ของยอดขายเมื่อยอดขายถึงเป้า กรมสรรพากรเห็นว่าเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ได้กำหนดจ่ายจากผลกำไร จึงไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) และ (19)
  • พื้นที่สีเทาที่ควรเลี่ยง ระเบียบที่เขียนว่าจ่ายโบนัสเฉพาะปีที่มีกำไร หรือกำหนดเพดานรวมเป็นสัดส่วนของกำไรสุทธิแล้วค่อยกระจายตามเงินเดือน ยิ่งสูตรผูกกับกำไรของปีเดียวกันมากเท่าไหร่ โอกาสถูกตีความว่าเป็นรายจ่ายที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรก็มากขึ้น ทางที่ปลอดภัยกว่าคือใช้ฐานเงินเดือน ผลประเมิน ยอดขาย หรือตัวชี้วัดของปีก่อน แล้วเก็บระเบียบและมติที่อนุมัติไว้เป็นหลักฐาน
ลองเลือกดู

บริษัทผลิตชิ้นส่วนแห่งหนึ่งมีพนักงาน 25 คน กำลังร่างระเบียบโบนัสประจำปี 2569 ข้อความแบบไหนลงรายจ่ายทางภาษีได้โดยมีแนวข้อหารือรองรับ

หักรายจ่ายได้ — ตรงกับแนวหนังสือที่ กค 0706/5091 โบนัสที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ของบริษัทโดยไม่คำนึงว่ามีกำไรหรือขาดทุน ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (19) สิ่งที่ต้องมีคือระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษร เกณฑ์ประเมินที่ใช้กับพนักงานทุกคนอย่างเป็นธรรม และมติอนุมัติก่อนสิ้นปีถ้าจะตั้งค้างจ่าย
เสี่ยงถูกบวกกลับทั้งก้อน — ฐานคำนวณคือกำไรสุทธิที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบบัญชีปี 2569 โดยตรง เข้าลักษณะรายจ่ายที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรตามมาตรา 65 ตรี (19) แม้จะจ่ายเงินจริงและหักภาษี ณ ที่จ่ายครบ บริษัทก็หักรายจ่ายไม่ได้ ถ้าอยากให้พนักงานได้ส่วนแบ่งเมื่อบริษัททำได้ดี ให้เปลี่ยนไปผูกกับยอดขาย ตัวชี้วัดการผลิต หรือผลประกอบการปีก่อนแทน
หักรายจ่ายได้ — ยอดขายไม่ใช่ผลกำไร ตามแนวหนังสือที่ กค 0811/2705 ส่วนการใช้ผลประกอบการของปีก่อนเป็นเกณฑ์ของปีปัจจุบันก็มีหนังสือที่ กค 0811/2883 รองรับว่าไม่ต้องห้าม ข้อควรระวังคือควรกำหนดสูตรไว้ล่วงหน้าในระเบียบ ไม่ใช่รอเห็นตัวเลขปลายปีแล้วค่อยกำหนด

ตั้งค้างจ่ายปีนี้ จ่ายจริงปีหน้า ลงรายจ่ายปีไหน

มาตรา 65 วรรคสอง กำหนดให้คำนวณรายได้และรายจ่ายตามเกณฑ์สิทธิ รายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีใดจึงลงในรอบนั้นแม้ยังไม่ได้จ่ายเงิน แต่มาตรา 65 ตรี (9) ก็ห้าม "รายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง หรือรายจ่ายซึ่งควรจะได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีอื่น" เส้นแบ่งจึงอยู่ที่ว่า ณ วันสิ้นงวด บริษัทมีข้อผูกพันที่แน่นอนต้องจ่ายโบนัสแล้วหรือยัง และคำนวณจำนวนได้หรือไม่

  • มีข้อผูกพันแน่นอนและเคยปฏิบัติต่อเนื่อง หักปีที่ตั้งค้างจ่ายได้ หนังสือที่ กค 0811/2705 เป็นกรณีบริษัทตั้งบัญชีค้างจ่ายเงินรางวัลตามระเบียบไว้ก่อน แล้วจ่ายในปีถัดไป กรมสรรพากรเห็นว่าเมื่อบริษัทบันทึกเป็นรายจ่ายค้างจ่ายตามเกณฑ์สิทธิ มีข้อผูกพันจ่ายแน่นอน และเคยจ่ายเงินดังกล่าวมาหลายรอบบัญชี ย่อมหักเป็นรายจ่ายได้ ไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (9) และตราบใดที่ภาระผูกพันยังอยู่ ก็ไม่ต้องนำรายจ่ายค้างจ่ายนั้นมาบวกกลับเป็นรายได้
  • แค่กันเงินเผื่อไว้ ยังไม่มีมติ ไม่ใช่รายจ่ายของปีนี้ ถ้าปลายปีฝ่ายบัญชีตั้งประมาณการโบนัสไว้ลอย ๆ โดยกรรมการยังไม่อนุมัติอัตรา ไม่มีระเบียบ และยังไม่ประกาศให้พนักงานทราบ จำนวนเงินยังเปลี่ยนได้ตามใจ ข้อผูกพันจึงยังไม่แน่นอน รายการนี้เสี่ยงถูกมองว่าเป็นรายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง ทางที่ถูกคือให้ที่ประชุมกรรมการมีมติอนุมัติอัตราและเกณฑ์ก่อนวันสิ้นรอบบัญชี แล้วคำนวณยอดรายคนจากข้อมูลที่มี
  • อนุมัติหลังปิดงบ เป็นรายจ่ายของปีที่อนุมัติ ถ้าบริษัทไม่มีระเบียบโบนัสมาก่อน และเพิ่งมีมติในเดือนมีนาคมปีถัดไปว่าจะจ่ายโบนัสสำหรับผลงานปีที่ผ่านมา รายจ่ายนี้เพิ่งเกิดข้อผูกพันในปีที่มีมติ การย้อนไปลงเป็นรายจ่ายของปีก่อนเข้าข่ายรายจ่ายซึ่งควรจะได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีอื่น ควรลงในปีที่มีมติและจ่าย
  • การบันทึกบัญชี ปีที่ตั้งค้างจ่าย บันทึกเดบิตค่าใช้จ่ายโบนัส เครดิตโบนัสค้างจ่าย เป็นหนี้สินหมุนเวียน เมื่อจ่ายจริงในปีถัดไป บันทึกเดบิตโบนัสค้างจ่าย เครดิตเงินฝากธนาคารและภาษีหัก ณ ที่จ่ายรอนำส่ง จึงไม่เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำในปีที่จ่าย และควรแนบมติกับตารางคำนวณรายคนไว้กับรายการปรับปรุงเพื่อให้ผู้สอบบัญชีและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ ส่วนโบนัสค้างจ่ายที่ภายหลังบริษัทตัดสินใจไม่จ่ายแล้ว ต้องกลับรายการออกจากหนี้สินและรับรู้เป็นรายได้ในปีที่ยกเลิก

วันจ่ายจริง หัก ณ ที่จ่ายอย่างไร และเกี่ยวกับประกันสังคมไหม

ไม่ว่าจะลงรายจ่ายปีไหน หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเกิดในเดือนที่จ่ายเงินจริง หนังสือที่ กค 0706/2897 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2547 ยืนยันว่าเงินโบนัสที่พนักงานได้รับเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) และนำส่งภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงินตามมาตรา 52 ถ้านำส่งไม่ครบต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนตามมาตรา 27

  • วิธีคำนวณตาม ป.96/2543 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 ข้อ 1 กำหนดวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินเดือน และกรณีมีการจ่ายเงินพิเศษเป็นครั้งคราวระหว่างปี เช่น ค่าล่วงเวลาหรือเงินโบนัส ให้นำเงินพิเศษนั้นไปรวมกับเงินได้เสมือนทั้งปี คำนวณภาษีทั้งปีใหม่ แล้วนำภาษีที่คำนวณจากเงินเดือนอย่างเดียวมาหักออก ส่วนต่างคือภาษีของโบนัส ซึ่งต้องบวกเข้ากับภาษีของเงินเดือนในเดือนที่จ่าย ไม่ใช่นำโบนัสหารสิบสองหรือหักอัตราคงที่
  • ปีภาษีของพนักงานคือปีที่ได้รับเงิน โบนัสผลงานปี 2569 ที่จ่ายเดือนมกราคม 2570 เป็นเงินได้ปี 2570 ของพนักงาน ต้องอยู่ใน ภ.ง.ด.1 เดือนมกราคม 2570 และ ภ.ง.ด.1ก กับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของปี 2570 แม้บริษัทจะลงรายจ่ายไว้ในปี 2569 ตามเกณฑ์สิทธิก็ตาม ความต่างสองปีนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่ควรอธิบายได้เมื่อกระทบยอดค่าใช้จ่ายเงินเดือนในงบกับยอดใน ภ.ง.ด.1ก
  • ประกันสังคม โบนัสเป็นเงินที่จ่ายตามผลงานหรือผลประกอบการ ไม่ใช่ค่าจ้างที่จ่ายตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ ตามแนวปฏิบัติทั่วไปจึงไม่นำมารวมเป็นฐานคำนวณเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งต่างจากค่าครองชีพหรือเงินประจำตำแหน่งที่จ่ายประจำทุกเดือน หากระเบียบของบริษัทกำหนดโบนัสเป็นจำนวนคงที่ทุกเดือนลักษณะจะใกล้เคียงค่าจ้าง ควรหารือสำนักงานประกันสังคมหรือผู้สอบบัญชีก่อน
ทดสอบความเข้าใจ

บริษัทมีระเบียบโบนัสมาตั้งแต่ปี 2566 ว่าจ่ายปีละ 1 เท่าของเงินเดือนตามผลประเมิน และจ่ายทุกเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ปลายปี 2569 กรรมการมีมติอนุมัติโบนัสปี 2569 รวม 600,000 บาท ตั้งค้างจ่ายไว้ แล้วจ่ายจริงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ข้อใดถูกต้อง

เช็กลิสต์ก่อนตั้งโบนัสค้างจ่ายปลายปี
โบนัสที่หักรายจ่ายได้และตรวจสอบได้0/6
  • ระเบียบโบนัสเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุฐานคำนวณจากเงินเดือน ผลประเมิน ยอดขาย หรือตัวชี้วัดของปีก่อน ไม่ใช่ร้อยละของกำไรสุทธิปีเดียวกัน
  • ที่ประชุมกรรมการมีมติอนุมัติอัตราและเกณฑ์โบนัสของปีนี้ลงวันที่ก่อนวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี และประกาศให้พนักงานทราบ
  • มีตารางคำนวณโบนัสรายคนพร้อมคะแนนประเมินแนบกับรายการปรับปรุงตั้งโบนัสค้างจ่าย
  • บัญชีโบนัสค้างจ่ายถูกล้างด้วยการจ่ายจริงในปีถัดไป ไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายซ้ำ และยอดที่ยกเลิกไม่จ่ายถูกกลับรายการเป็นรายได้
  • เดือนที่จ่ายโบนัส โปรแกรมเงินเดือนคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วยวิธีเงินพิเศษตาม ป.96/2543 และยื่น ภ.ง.ด.1 ภายในกำหนด
  • กระทบยอดค่าใช้จ่ายเงินเดือนและโบนัสในงบการเงินกับยอดใน ภ.ง.ด.1ก และบันทึกคำอธิบายผลต่างจากโบนัสค้างจ่ายข้ามปี

ถ้าบริษัทของคุณกำลังร่างระเบียบโบนัสใหม่ หรือไม่แน่ใจว่าโบนัสที่ตั้งค้างจ่ายปีก่อนจะผ่านการตรวจสอบหรือไม่ CKH Accounting ช่วยทบทวนถ้อยคำในระเบียบ จัดทำมติและตารางคำนวณประกอบการตั้งค้างจ่าย และวางวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเดือนที่จ่ายโบนัสให้ถูกต้อง ติดต่อปรึกษาเราได้ที่นี่

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ่ายโบนัสให้พนักงาน (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 65 วรรคสอง มาตรา 65 ตรี (9) (13) และ (19) มาตรา 40 (1) มาตรา 50 (1) และมาตรา 52 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 และหนังสือตอบข้อหารือที่ กค 0811/2705 กค 0811/2883 กค 0706/5091 และ กค 0706/2897 หนังสือตอบข้อหารือเป็นการวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ผลทางภาษีของแต่ละบริษัทขึ้นกับถ้อยคำในระเบียบและหลักฐานที่มีจริง โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี