แฟคตอริ่ง (Factoring) ขายลูกหนี้การค้าแลกเงินสดล่วงหน้า ต้นทุนจริงกี่ % ต่อปี คุ้มไหม
SME จำนวนมากขายสินค้าหรือให้บริการกับลูกค้ารายใหญ่ที่ให้เครดิตเทอมยาว 60 ถึง 90 วัน ส่งของแล้ว ออกใบแจ้งหนี้แล้ว แต่เงินยังไม่เข้า ขณะที่ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าเช่าต้องจ่ายทุกเดือน ยิ่งขายดียิ่งมีเงินจมอยู่ในลูกหนี้การค้ามากขึ้น แฟคตอริ่ง (Factoring) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่แก้ปัญหานี้โดยตรง คือการโอนสิทธิในลูกหนี้การค้าที่มีอยู่ให้ผู้ให้บริการแฟคตอริ่ง แล้วรับเงินสดล่วงหน้ามาใช้หมุนก่อนที่ลูกค้าจะจ่ายจริง แต่ความสะดวกนี้มีราคา และตัวเลขค่าธรรมเนียมที่ดูเล็กเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของใบแจ้งหนี้ อาจกลายเป็นต้นทุนเงินทุนที่สูงมากเมื่อแปลงเป็นอัตราต่อปี บทความนี้อธิบายกลไกของแฟคตอริ่ง ความต่างของแบบมีและไม่มีสิทธิไล่เบี้ย ประเด็นภาษีและบัญชีที่เจ้าของกิจการควรรู้ พร้อมเครื่องมือคำนวณต้นทุนที่แท้จริงจากตัวเลขของคุณเอง
แฟคตอริ่งคืออะไร และทำงานอย่างไร
ตามคำนิยามในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 358) พ.ศ. 2542 ธุรกิจแฟคตอริ่งคือธุรกิจที่ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการตกลงโอนทรัพย์สินที่จะได้รับจากการชำระหนี้จากการขายสินค้าหรือให้บริการ (ก็คือลูกหนี้การค้า) ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟคตอริ่ง โดยผู้ประกอบธุรกิจแฟคตอริ่งตกลงจะให้สินเชื่อ ซึ่งรวมถึงการให้กู้ยืมและการทดรองจ่ายแก่ผู้ขาย และรับทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น จัดทำบัญชีลูกหนี้ เรียกเก็บหนี้ หรือรับผิดชอบความเสียหายกรณีลูกหนี้ผิดนัด พูดง่าย ๆ คือกิจการเอาใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ครบกำหนดไปแลกเงินสดล่วงหน้า แล้วให้ผู้ให้บริการไปรอเก็บเงินจากลูกค้าแทน
- ขั้นที่ 1 ส่งของและออกใบแจ้งหนี้ตามปกติ กิจการขายเชื่อให้ลูกค้าตามเครดิตเทอมที่ตกลงกัน ใบแจ้งหนี้ที่จะนำไปทำแฟคตอริ่งต้องเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจริง มีเอกสารส่งมอบครบ และลูกค้าไม่ได้โต้แย้ง
- ขั้นที่ 2 โอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้ให้บริการแฟคตอริ่ง ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเป็นหนังสือ และตามหลักกฎหมายแพ่งเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้อง ต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้หรือให้ลูกหนี้ยินยอมเป็นหนังสือ จึงจะยกขึ้นต่อสู้ลูกหนี้ได้ ลูกค้าของคุณจึงมักรับรู้ว่าใบแจ้งหนี้นั้นถูกโอนไปแล้ว
- ขั้นที่ 3 รับเงินล่วงหน้า ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้กิจการเป็นสัดส่วนหนึ่งของมูลค่าใบแจ้งหนี้ ไม่ใช่เต็มจำนวน ส่วนที่เหลือถูกกันไว้เป็นเงินประกันจนกว่าลูกค้าจะชำระจริง
- ขั้นที่ 4 ลูกค้าชำระเงินให้ผู้ให้บริการเมื่อครบกำหนด ผู้ให้บริการหักดอกเบี้ยหรือส่วนลดสำหรับจำนวนวันที่จ่ายเงินล่วงหน้า และค่าธรรมเนียมบริการ แล้วคืนส่วนที่เหลือให้กิจการ
ต้นทุนของแฟคตอริ่งจึงมีอย่างน้อยสองก้อน ก้อนแรกคือดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่คิดจากเงินที่จ่ายล่วงหน้าตามจำนวนวันจริงจนลูกค้าชำระ ก้อนที่สองคือค่าธรรมเนียมบริการที่มักคิดเป็นร้อยละของมูลค่าใบแจ้งหนี้ทั้งใบ ไม่ว่าจะได้เงินล่วงหน้าเท่าไหร่ก็ตาม ก้อนที่สองนี้เองที่ทำให้ต้นทุนแท้จริงต่อปีสูงกว่าที่คิด เพราะเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ต่อรายการที่เกิดขึ้นทุกครั้ง แม้ลูกค้าจะจ่ายเร็วก็ไม่ลด
ใครรับความเสี่ยงหนี้สูญ: กิจการของคุณยังรับความเสี่ยงอยู่ ถ้าลูกค้าไม่จ่ายเมื่อครบกำหนด ผู้ให้บริการมีสิทธิเรียกเงินล่วงหน้าคืนจากคุณพร้อมดอกเบี้ย
ต้นทุน: โดยทั่วไปต่ำกว่าแบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ย เพราะผู้ให้บริการไม่ต้องรับความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้
มุมบัญชี (หลักการทั่วไป): เมื่อความเสี่ยงยังอยู่กับกิจการ ลูกหนี้การค้ามักยังคงแสดงอยู่ในงบ และเงินที่ได้รับล่วงหน้าถูกบันทึกเป็นหนี้สิน (เงินกู้ยืมที่มีลูกหนี้เป็นหลักประกัน) ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นต้นทุนทางการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจึงสูงขึ้น
ใครรับความเสี่ยงหนี้สูญ: ผู้ให้บริการรับความเสี่ยงกรณีลูกค้าล้มละลายหรือไม่สามารถชำระได้ตามเงื่อนไขในสัญญา แต่มักไม่ครอบคลุมกรณีลูกค้าปฏิเสธจ่ายเพราะสินค้ามีปัญหาหรือมีข้อพิพาททางการค้า
ต้นทุน: สูงกว่า เพราะรวมค่าความเสี่ยงด้านเครดิตไว้ในค่าธรรมเนียม และผู้ให้บริการมักเลือกรับเฉพาะลูกหนี้ที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือมีประวัติดี
มุมบัญชี (หลักการทั่วไป): เมื่อความเสี่ยงและผลตอบแทนของลูกหนี้ถูกโอนไปให้ผู้ให้บริการแล้ว กิจการตัดลูกหนี้การค้าออกจากงบได้ ส่วนต่างระหว่างมูลค่าลูกหนี้กับเงินที่ได้รับสุทธิรับรู้เป็นค่าใช้จ่าย ลูกหนี้และหนี้สินในงบจึงดูเบาลง
ต้นทุนแท้จริงของแฟคตอริ่งเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี
วิธีเทียบแฟคตอริ่งกับทางเลือกอื่น เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้ระยะสั้น หรือการให้ส่วนลดเงินสดเพื่อให้ลูกค้าจ่ายเร็ว คือแปลงต้นทุนทั้งหมดให้เป็นอัตราต่อปีบนเงินที่ได้ใช้จริง สมมติตัวเลขเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่อัตราตลาด ใบแจ้งหนี้ 1,000,000 บาท ได้เงินล่วงหน้า 80% หรือ 800,000 บาท ดอกเบี้ย 8% ต่อปี ค่าธรรมเนียม 1% ของใบแจ้งหนี้ และลูกค้าจ่ายใน 60 วัน ดอกเบี้ยคือ 800,000 × 8% × 60 ÷ 365 หรือราว 10,521 บาท บวกค่าธรรมเนียม 10,000 บาท รวมต้นทุนราว 20,521 บาท สำหรับการใช้เงิน 800,000 บาทเป็นเวลา 60 วัน คิดเป็นอัตราต่อปีประมาณ 20,521 ÷ 800,000 × 365 ÷ 60 หรือราว 15.6% ต่อปี ไม่ใช่ 8% อย่างที่เห็นในข้อเสนอ เพราะค่าธรรมเนียม 1% ต่อรายการเมื่อเทียบกับระยะเวลาเพียง 60 วัน มีค่าเท่ากับดอกเบี้ยอีกหลายเปอร์เซ็นต์ต่อปี
แฟคตอริ่งใบแจ้งหนี้ใบนี้ เสียต้นทุนเท่าไหร่ และคิดเป็นอัตราต่อปีกี่เปอร์เซ็นต์
- เงินสดที่ได้รับล่วงหน้าทันที (บาท)—
- ดอกเบี้ยหรือส่วนลดตามจำนวนวันจริง (บาท)—
- ค่าธรรมเนียมบริการ (บาท)—
- ต้นทุนแฟคตอริ่งรวมของใบแจ้งหนี้ใบนี้ (บาท)—
- เงินที่กิจการได้รับสุทธิรวมทั้งรายการ หลังลูกค้าชำระ (บาท)—
- ต้นทุนรวมคิดเป็น % ของเงินที่ได้ใช้ล่วงหน้า ในช่วงเวลานี้—
- ต้นทุนแท้จริงเทียบเป็นอัตราต่อปี (% ต่อปี) ใช้เทียบกับดอกเบี้ยเงินกู้—
ตัวเลขในช่องตัวอย่างเป็นสมมติฐานเพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่อัตราตลาด ให้ใส่ตัวเลขจากข้อเสนอจริงของผู้ให้บริการ เครื่องมือคำนวณแบบดอกเบี้ยคงที่ตามจำนวนวันจริง ไม่รวมค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าตรวจสอบเครดิตลูกหนี้ ภาระภาษี หรือค่าปรับกรณีลูกค้าจ่ายช้ากว่ากำหนด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้นอีก
ภาษี บัญชี และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจใช้แฟคตอริ่ง
เมื่อรู้ต้นทุนเป็นอัตราต่อปีแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นที่เจ้าของกิจการควรพิจารณาร่วมกับนักบัญชี
- ค่าธรรมเนียมแฟคตอริ่งอยู่ในระบบภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ใช่ VAT พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 358) พ.ศ. 2542 กำหนดให้ธุรกิจแฟคตอริ่งเสียภาษีธุรกิจเฉพาะจากรายรับดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการ ในอัตรา 3% บวกภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามข้อมูลกรมสรรพากร ผลต่อกิจการที่ใช้บริการคือ ค่าใช้จ่ายก้อนนี้จะไม่มีใบกำกับภาษี จึงไม่มีภาษีซื้อมาใช้เครดิตกับภาษีขาย ต้องบันทึกเป็นต้นทุนเต็มจำนวน ส่วนภาระหักภาษี ณ ที่จ่ายของดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมขึ้นกับประเภทของผู้ให้บริการ ให้ตรวจกับนักบัญชีก่อนจ่ายทุกครั้ง
- เทียบกับกำไรขั้นต้นของรายการนั้น ไม่ใช่แค่เทียบกับดอกเบี้ยธนาคาร ถ้าขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นบาง แล้วต้นทุนแฟคตอริ่งกินไปหลายเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าใบแจ้งหนี้ กำไรจากรายการนั้นอาจแทบไม่เหลือ แฟคตอริ่งเหมาะกับกิจการที่มีกำไรขั้นต้นรองรับและต้องการเงินไปหมุนรับออร์เดอร์ใหม่ที่มีกำไรมากกว่าต้นทุนเงินที่จ่าย
- ระวังการพึ่งพาจนกลายเป็นต้นทุนถาวร แฟคตอริ่งช่วยเรื่องจังหวะเงินสด ไม่ได้ช่วยเรื่องกำไร ถ้ากิจการขาดทุนหรือเก็บเงินลูกค้าไม่ได้เป็นปกติ การขายลูกหนี้ทุกใบต่อเนื่องจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงินถาวรที่กัดกำไรทุกเดือน ควรใช้ควบคู่กับการลดวงจรเงินสดและการเร่งเก็บหนี้ตามที่เคยอธิบายในบทความเรื่องวงจรเงินสดและอัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้
- ลูกค้าจะรู้ และเงื่อนไขในสัญญาสำคัญ การโอนสิทธิเรียกร้องต้องบอกกล่าวลูกหนี้ ลูกค้ารายใหญ่บางรายมีนโยบายไม่รับการโอนสิทธิ หรือมองว่าเป็นสัญญาณว่าซัพพลายเออร์ขาดสภาพคล่อง อ่านสัญญาให้ครบว่าแบบมีสิทธิไล่เบี้ยหรือไม่ ผู้ให้บริการเรียกเงินคืนได้ในกรณีใด มีขั้นต่ำต่อเดือนหรือข้อผูกมัดว่าต้องโอนลูกหนี้ทุกรายให้หรือไม่ และค่าปรับกรณีลูกค้าจ่ายล่าช้าคิดอย่างไร
- ทางเลือกอื่นที่ควรเทียบ การให้ส่วนลดเงินสดแก่ลูกค้าที่จ่ายเร็ว การขอวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนจากธนาคาร หรือการนำลูกหนี้การค้าซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องไปเป็นหลักประกันการกู้เงินภายใต้พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยกิจการยังเป็นเจ้าของลูกหนี้และเก็บเงินเองตามปกติ แต่ละทางมีต้นทุนและเงื่อนไขต่างกัน ให้แปลงเป็นอัตราต่อปีด้วยวิธีเดียวกันแล้วเทียบกัน
- ส่งสัญญาให้นักบัญชีตั้งแต่วันแรก การบันทึกบัญชีว่าจะตัดลูกหนี้ออกจากงบหรือแสดงเป็นเงินกู้ยืม ขึ้นกับว่าความเสี่ยงและผลตอบแทนของลูกหนี้โอนไปแล้วจริงหรือไม่ตามเงื่อนไขสัญญา ไม่ใช่แค่ชื่อสัญญา การบันทึกผิดฝั่งทำให้อัตราส่วนหนี้สินและลูกหนี้ในงบผิดเพี้ยน และกระทบการขอสินเชื่อครั้งต่อไป
สรุปคือ แฟคตอริ่งเป็นเครื่องมือเปลี่ยนใบแจ้งหนี้ให้เป็นเงินสดได้เร็วโดยไม่ต้องรอเครดิตเทอม เหมาะกับกิจการที่ขายให้ลูกค้ารายใหญ่เครดิตดีและมีกำไรขั้นต้นรองรับต้นทุน แต่ต้องมองต้นทุนทั้งดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันเป็นอัตราต่อปีบนเงินที่ได้ใช้จริง เข้าใจว่าใครรับความเสี่ยงหนี้สูญ และบันทึกบัญชีให้ตรงกับเนื้อหาสัญญา ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะเงินเข้าเร็ว
ถ้ากิจการของคุณมีเงินจมอยู่ในลูกหนี้การค้าและกำลังพิจารณาแฟคตอริ่งหรือสินเชื่อหมุนเวียน อยากให้ช่วยถอดต้นทุนข้อเสนอเป็นอัตราต่อปี เทียบทางเลือก หรือวางวิธีบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวิเคราะห์สภาพคล่องและวางแผนการเงินให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของแฟคตอริ่งสำหรับ SME (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงคำนิยามธุรกิจแฟคตอริ่งและอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะจากพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 358) พ.ศ. 2542 และข้อมูลกรมสรรพากร ตัวเลขในตัวอย่างและเครื่องมือเป็นสมมติฐานเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่อัตราตลาด เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และวิธีบันทึกบัญชีจริงขึ้นกับสัญญาแต่ละฉบับ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่ปรึกษาการเงินก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี