กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
สินค้าคงเหลือ · 26 ส.ค. 2569

อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover) สต็อกหมุนกี่รอบต่อปี กี่วันขายหมด

เจ้าของธุรกิจซื้อมาขายไปหรือมีสินค้าคงคลังจำนวนมาก มักดูแค่ยอดขายและกำไร แต่ลืมมองว่าเงินก้อนใหญ่จมอยู่ในสต็อกที่วางรอขายอยู่ในคลัง ตัวเลขที่ช่วยบอกว่าสินค้าหมุนเวียนเร็วแค่ไหนคือ อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover) ซึ่งบอกว่าภายในหนึ่งปีกิจการขายสต็อกออกไปและเติมใหม่ได้กี่รอบ ยิ่งหมุนเร็วยิ่งแปลว่าเงินไม่จมนาน บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณอย่างเข้าใจง่าย พร้อมเครื่องมือให้ลองใส่ตัวเลขของกิจการ และแนวทางอ่านค่าเพื่อบริหารสต็อกให้คล่องตัวขึ้น

อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงคลังคืออะไร คำนวณยังไง

อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงคลังบอกว่าในหนึ่งปีกิจการขายและเติมสต็อกได้กี่รอบ โดยเทียบต้นทุนสินค้าที่ขายออกไปกับมูลค่าสินค้าคงเหลือที่ถืออยู่โดยเฉลี่ย สูตรพื้นฐานคือ

  • ต้นทุนขายทั้งปี (ตัวตั้ง) คือต้นทุนของสินค้าที่ขายออกไปจริงตลอดทั้งปี ไม่ใช่ยอดขาย เพราะทั้งตัวตั้งและตัวหารควรอยู่บนฐานต้นทุนเหมือนกันจึงเทียบกันได้ตรง
  • สินค้าคงเหลือเฉลี่ย (ตัวหาร) คือมูลค่าสต็อกที่ถืออยู่โดยเฉลี่ย มักคิดจากสินค้าคงเหลือต้นปีบวกปลายปีแล้วหารสอง เพื่อลดผลจากช่วงที่สต็อกสูงหรือต่ำผิดปกติ
  • อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงคลัง = ต้นทุนขายทั้งปี ÷ สินค้าคงเหลือเฉลี่ย ได้ผลเป็นจำนวนรอบต่อปี เช่น ถ้าได้ 6 รอบ แปลว่าโดยเฉลี่ยสินค้าขายหมดและเติมใหม่ราวทุก 2 เดือน
  • จำนวนวันขายสินค้าเฉลี่ย = 365 ÷ อัตราส่วนหมุนเวียน แปลงจำนวนรอบให้เป็นจำนวนวันที่สินค้าค้างในคลังก่อนขายออก ค่ายิ่งน้อยยิ่งหมุนเร็ว

ลองใส่ต้นทุนขายทั้งปีและสินค้าคงเหลือเฉลี่ยของกิจการ เพื่อดูว่าสต็อกหมุนกี่รอบต่อปีและค้างในคลังโดยเฉลี่ยกี่วัน

ตัวช่วยคำนวณ

คำนวณจำนวนรอบการหมุนและจำนวนวันขายสินค้าเฉลี่ยต่อปี

  • อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (รอบ/ปี)—
  • จำนวนวันขายสินค้าเฉลี่ย (วัน)—

ค่านี้เป็นการประมาณเชิงบริหารเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น ธุรกิจต่างประเภทมีระดับการหมุนที่เหมาะสมต่างกันมาก เช่น ของสดกับสินค้าคงทน จึงควรเทียบกับค่าในอดีตของกิจการเองและค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเดียวกันประกอบด้วย

อ่านค่ายังไง หมุนเร็วหรือช้าบอกอะไรบ้าง

อัตราส่วนนี้ไม่มีค่ามาตรฐานตายตัวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ สิ่งที่มีประโยชน์กว่าคือการดูแนวโน้มของกิจการเองเทียบหลายปี และเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

  • หมุนเร็ว (ค่าสูง จำนวนวันน้อย) เงินไม่จมในสต็อกนาน สภาพคล่องดี แต่ถ้าเร็วเกินไปอาจเสี่ยงของขาดจนเสียโอกาสขายหรือต้องสั่งบ่อยจนต้นทุนการสั่งซื้อสูงขึ้น
  • หมุนช้า (ค่าต่ำ จำนวนวันมาก) สินค้าค้างคลังนาน เงินทุนจมและมีความเสี่ยงสินค้าล้าสมัย เสื่อมสภาพ หรือต้องลดราคาระบายจนกระทบกำไร
  • ดูควบคู่กับการตีราคาสต็อก ถ้าหมุนช้าลงเรื่อย ๆ ควรตรวจว่ามีสินค้าเก่าค้างที่มูลค่าจริงต่ำกว่าที่บันทึกไว้หรือไม่ เพื่อพิจารณาปรับมูลค่าให้สะท้อนความเป็นจริง
  • แยกดูรายกลุ่มสินค้า ค่ารวมทั้งกิจการอาจกลบสินค้าบางตัวที่ขายไม่ออก การแยกดูรายหมวดหรือรายรุ่นช่วยชี้ว่าตัวไหนควรเร่งระบายหรือลดการสั่งซื้อ

ก่อนนำตัวเลขไปใช้ตัดสินใจบริหารสต็อกหรือเทียบกับปีก่อน ลองไล่เช็กว่าดึงข้อมูลถูกฐานและใช้ช่วงเวลาสอดคล้องกันหรือยัง

เช็กก่อนใช้ตัวเลข
ไล่เช็กให้ครบก่อนสรุปอัตราการหมุน0/5
  • ใช้ต้นทุนขายเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ยอดขาย เพื่อให้ฐานตรงกับมูลค่าสินค้าคงเหลือที่บันทึกตามต้นทุน
  • คิดสินค้าคงเหลือเฉลี่ยจากต้นงวดบวกปลายงวดหารสอง หรือเฉลี่ยหลายเดือนหากยอดสต็อกผันผวนมาก
  • ใช้ตัวเลขจากช่วงเวลาเดียวกันเป็นรายปีทั้งคู่ อย่านำคนละงวดมาหารกัน
  • ตัดสินค้าฝากขายหรือสินค้าที่ไม่ใช่ของกิจการออกจากมูลค่าสต็อก เพื่อไม่ให้ตัวเลขเพี้ยน
  • เทียบกับค่าในอดีตของกิจการเองและค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเดียวกัน ไม่เทียบข้ามประเภทธุรกิจ

อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงคลังช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นว่าเงินทุนจมอยู่ในสต็อกมากไปหรือไม่ และวางแผนสั่งซื้อกับระบายสินค้าได้แม่นขึ้น แต่การบริหารสภาพคล่องให้รอบด้านยังต้องดูวงจรเงินสด ลูกหนี้ และเจ้าหนี้การค้าควบคู่กัน

ถ้าอยากจัดทำงบการเงิน วิเคราะห์การหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง และวางระบบบัญชีต้นทุนให้เห็นภาพสต็อกชัดเจน ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยจัดโครงสร้างบัญชี วิเคราะห์กระแสเงินสด และวางแผนการเงินให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของการวิเคราะห์การหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (อัปเดต พ.ศ. 2569) ตัวเลขจากเครื่องมือเป็นการประมาณเชิงบริหารตามข้อมูลที่กรอก ระดับการหมุนที่เหมาะสมขึ้นกับประเภทธุรกิจและข้อเท็จจริงเฉพาะราย โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่ปรึกษาการเงินก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี