วงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle) เงินจมในธุรกิจกี่วันกว่าจะกลับมาเป็นเงินสด
เจ้าของธุรกิจหลายรายมีกำไรในงบ แต่กลับรู้สึกว่าเงินสดในมือตึงตลอด สาเหตุสำคัญคือเงินทุนไปจมอยู่กับสต็อกและลูกหนี้ระหว่างรอเก็บเงิน ตัวเลขที่ช่วยบอกว่าเงินหนึ่งบาทที่จ่ายไปกับสินค้าใช้เวลากี่วันกว่าจะกลับมาเป็นเงินสดคือ วงจรเงินสด (Cash Conversion Cycle) ซึ่งรวมทั้งระยะเวลาขายสินค้า ระยะเวลาเก็บหนี้ และระยะเวลาที่เราได้เครดิตจากเจ้าหนี้เข้าไว้ด้วยกัน บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณอย่างเข้าใจง่าย พร้อมเครื่องมือให้ลองใส่ตัวเลขของกิจการ และแนวทางอ่านค่าเพื่อบริหารสภาพคล่องให้เงินไม่จม
วงจรเงินสดคืออะไร คำนวณยังไง
วงจรเงินสดคือจำนวนวันเฉลี่ยตั้งแต่จ่ายเงินซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ ไปจนถึงวันที่เก็บเงินจากลูกค้าได้จริง ยิ่งจำนวนวันน้อยยิ่งดี เพราะเงินหมุนกลับมาเร็ว ใช้ตัวเลข 3 ส่วนประกอบกัน
- ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (DIO) คือจำนวนวันที่สินค้าค้างในสต็อกก่อนขายออก คิดจาก 365 ÷ อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงคลัง หรือ (สินค้าคงคลังเฉลี่ย × 365) ÷ ต้นทุนขาย ยิ่งน้อยยิ่งแปลว่าขายของออกเร็ว
- ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (DSO) คือจำนวนวันเฉลี่ยกว่าจะเก็บเงินจากลูกหนี้ได้ คิดจาก (ลูกหนี้การค้าเฉลี่ย × 365) ÷ ยอดขายเชื่อ ยิ่งน้อยยิ่งได้เงินคืนไว
- ระยะเวลาชำระเจ้าหนี้เฉลี่ย (DPO) คือจำนวนวันเฉลี่ยที่เราได้เครดิตจากซัพพลายเออร์ก่อนต้องจ่าย คิดจาก (เจ้าหนี้การค้าเฉลี่ย × 365) ÷ ยอดซื้อเชื่อ ส่วนนี้ยิ่งยาวยิ่งช่วยยืดเงินสดของเรา
- วงจรเงินสด (CCC) = DIO + DSO − DPO ส่วน DIO + DSO เรียกว่าวงจรดำเนินงาน (Operating Cycle) คือเวลาตั้งแต่ได้ของจนเก็บเงินได้ แล้วหักด้วยเครดิตที่เจ้าหนี้ให้ ก็เหลือเป็นจำนวนวันที่กิจการต้องหาเงินมาหมุนเอง
ลองใส่ระยะเวลาทั้งสามส่วนของกิจการเป็นจำนวนวัน เพื่อดูวงจรดำเนินงานและวงจรเงินสดว่ากี่วันกว่าเงินจะกลับมาเป็นเงินสด
คำนวณวงจรดำเนินงานและวงจรเงินสดเป็นจำนวนวัน
- วงจรดำเนินงาน Operating Cycle (วัน)—
- วงจรเงินสด Cash Conversion Cycle (วัน)—
ค่านี้เป็นการประมาณเชิงบริหารเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น ธุรกิจต่างประเภทมีวงจรเงินสดที่เหมาะสมต่างกัน เช่น ค้าปลีกหมุนเร็วกว่างานรับเหมา จึงควรเทียบกับค่าในอดีตของกิจการเองและลักษณะธุรกิจประกอบด้วย
อ่านค่ายังไง และทำให้วงจรเงินสดสั้นลงได้อย่างไร
วงจรเงินสดไม่มีค่ามาตรฐานตายตัวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจ สิ่งที่มีประโยชน์คือดูแนวโน้มของกิจการเองหลายงวด และหาทางลดจำนวนวันลงโดยไม่กระทบยอดขายหรือความสัมพันธ์กับคู่ค้า
- วงจรสั้น (ค่าน้อยหรือติดลบ) เงินหมุนกลับเร็ว บางธุรกิจที่เก็บเงินสดหน้าร้านแต่ได้เครดิตซื้อยาว อาจมีค่าติดลบ แปลว่าใช้เงินเจ้าหนี้หมุนก่อนได้ ถือเป็นสัญญาณสภาพคล่องที่ดี
- วงจรยาว (ค่ามาก) เงินจมอยู่กับสต็อกและลูกหนี้นาน ต้องหาเงินทุนหมุนเวียนมาประคองระหว่างรอ เสี่ยงตึงตัวและเสียดอกเบี้ยเงินกู้มากขึ้น
- ลด DIO วางแผนสั่งซื้อและสต็อกให้พอดี ระบายสินค้าค้างสต็อก ลดของที่ขายช้า เพื่อไม่ให้เงินจมในโกดัง
- ลด DSO ทบทวนเงื่อนไขเครดิต วางระบบติดตามหนี้ ออกใบแจ้งหนี้ให้ไว และเสนอส่วนลดจ่ายเร็วเมื่อเหมาะสม
- ยืด DPO อย่างพอดี เจรจาเครดิตเทอมกับซัพพลายเออร์ให้ยาวขึ้นเท่าที่ตกลงกันได้ แต่ไม่จ่ายช้าจนเสียเครดิตหรือเสียส่วนลดจ่ายเร็วที่คุ้มกว่า
ก่อนนำตัวเลขไปใช้เทียบกับปีก่อนหรือตัดสินใจเรื่องเงินทุนหมุนเวียน ลองไล่เช็กว่าดึงข้อมูลถูกฐานและใช้ช่วงเวลาสอดคล้องกันหรือยัง
- คิด DIO และ DPO จากต้นทุนขายและยอดซื้อ ไม่ใช่ยอดขาย เพื่อให้ฐานสอดคล้องกับมูลค่าสินค้าและเจ้าหนี้จริง
- ใช้ค่าเฉลี่ยของสต็อก ลูกหนี้ และเจ้าหนี้จากต้นงวดบวกปลายงวดหารสอง หากยอดผันผวนมากในระหว่างปี
- ใช้ตัวเลขจากช่วงเวลาเดียวกันเป็นรายปีทั้งหมด อย่านำคนละงวดมาปนกัน
- แยกเฉพาะลูกหนี้และเจ้าหนี้การค้า ตัดลูกหนี้อื่นหรือเจ้าหนี้อื่นที่ไม่เกี่ยวกับการค้าออก
- เทียบวงจรเงินสดกับค่าในอดีตของกิจการเองและลักษณะธุรกิจเดียวกัน ไม่เทียบข้ามประเภทธุรกิจ
วงจรเงินสดช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพว่าเงินทุนจมอยู่ในกระบวนการทำงานนานแค่ไหน และควรไปเร่งตรงจุดไหน ทั้งการบริหารสต็อก การเก็บหนี้ และการต่อรองเครดิตกับเจ้าหนี้ เพื่อให้กระแสเงินสดคล่องขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเงินกู้มากเกินจำเป็น
ถ้าอยากจัดทำงบการเงิน วิเคราะห์วงจรเงินสด และวางระบบบริหารเงินทุนหมุนเวียนให้เห็นภาพชัดเจน ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยจัดโครงสร้างบัญชี วิเคราะห์กระแสเงินสด และวางแผนการเงินให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของการวิเคราะห์วงจรเงินสด (อัปเดต พ.ศ. 2569) ตัวเลขจากเครื่องมือเป็นการประมาณเชิงบริหารตามข้อมูลที่กรอก ระดับที่เหมาะสมขึ้นกับประเภทธุรกิจและข้อเท็จจริงเฉพาะราย โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่ปรึกษาการเงินก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี