รถเก๋งในนามบริษัท ซื้อหรือเช่าดี ภาษีซื้อขอคืนไม่ได้ ค่าเสื่อมเพดาน 1 ล้าน ค่าเช่า 36,000
เจ้าของ SME จำนวนมากอยากซื้อรถในนามบริษัทเพราะเข้าใจว่าจะได้ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มและหักค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวน แต่สำหรับ "รถยนต์นั่ง" และรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน กฎหมายภาษีวางกำแพงไว้สามชั้น ภาษีซื้อขอคืนไม่ได้ ค่าเสื่อมราคาคิดจากต้นทุนได้แค่ส่วนไม่เกิน 1 ล้านบาท และถ้าเลือกเช่าแทนก็หักค่าเช่าเป็นรายจ่ายได้ไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือน บทความนี้สรุปกฎทั้งสามชั้นจากตัวบทของกรมสรรพากร พร้อมเครื่องมือลองเทียบว่าซื้อหรือเช่าคุ้มกว่ากันสำหรับรถที่คุณเล็งอยู่
รถแบบไหนที่โดนกฎพิเศษ
ทั้งสามกฎใช้กับทรัพย์สินประเภทเดียวกันคือ รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พูดง่าย ๆ คือรถเก๋ง รถอเนกประสงค์แบบ SUV และรถตู้ขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อนั่งโดยสาร นิยามนี้ยึดตามกฎหมายสรรพสามิต ไม่ได้ยึดตามการใช้งานจริงของบริษัท ต่อให้ใช้รถเก๋งวิ่งส่งของทุกวันก็ยังเป็นรถยนต์นั่งอยู่ดี
รถที่ไม่เข้านิยามและใช้กฎทั่วไปได้ตามปกติ เช่น รถกระบะ รถบรรทุก รถตู้โดยสารที่มีที่นั่งเกิน 10 คน รวมถึงรถจักรยานยนต์ กรณีที่มักถามกันมากคือ รถกระบะ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งกรมสรรพากรมีข้อหารือเลขที่ กค 0702/พ./2420 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 วินิจฉัยว่ารถกระบะที่ได้มาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560 เป็นต้นไป หากเข้าลักษณะรถยนต์กระบะตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตฉบับปัจจุบัน ภาษีซื้อไม่ต้องห้าม เพราะพิกัดใหม่ไม่จัดรถกระบะ 4 ประตูเป็นรถยนต์นั่งแล้ว ส่วนรถที่ได้มาก่อนวันดังกล่าวยังต้องตีความตามกฎหมายเดิม ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อควรดูให้ชัดว่ารถรุ่นนั้นถูกจัดพิกัดเป็นรถยนต์นั่งหรือรถยนต์กระบะ โดยเฉพาะรถกระบะที่ดัดแปลงต่อเติมหลังคาหรือที่นั่งซึ่งอาจถูกจัดพิกัดต่างออกไป
กำแพงชั้นที่ 1: ภาษีซื้อรถยนต์นั่งเป็นภาษีซื้อต้องห้าม
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ข้อ 2(1) ซึ่งออกตามมาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ภาษีซื้อที่เกิดจาก การซื้อ เช่าซื้อ เช่า หรือรับโอน รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน เป็นภาษีซื้อที่ห้ามนำมาหักออกจากภาษีขาย และยังลามไปถึง ภาษีซื้อของสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับรถคันนั้น ด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ค่าอะไหล่ ค่าประกันภัย หรือค่าเช่าที่จอด
- ซื้อรถเก๋ง 1,070,000 บาท (รวม VAT 70,000 บาท): ภาษีซื้อ 70,000 บาทขอคืนไม่ได้ ต้องบันทึกรวมเป็นต้นทุนรถ ราคาทุนในบัญชีจึงเป็น 1,070,000 บาท
- เช่าซื้อหรือลีสซิ่งรถเก๋ง: ภาษีซื้อในค่างวดแต่ละงวดก็ต้องห้ามเช่นกัน เพราะประกาศระบุคำว่าเช่าซื้อและเช่าไว้ชัดเจน
- ค่าน้ำมันรถเก๋งของบริษัท: ภาษีซื้อในใบกำกับภาษีค่าน้ำมันขอคืนไม่ได้ แต่ยอดรวมยังลงเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ตามปกติถ้าใช้ในกิจการจริง
ข้อยกเว้นมีเฉพาะผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจขายรถยนต์ประเภทนี้ ให้เช่ารถยนต์ประเภทนี้ หรือให้บริการประกันวินาศภัยรถยนต์ประเภทนี้ ซึ่งนำภาษีซื้อมาหักได้ตามปกติ SME ทั่วไปที่ซื้อรถมาใช้เองไม่เข้าข้อยกเว้น
กำแพงชั้นที่ 2: ค่าเสื่อมราคาคิดจากต้นทุนได้เฉพาะส่วนไม่เกิน 1 ล้านบาท
พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 มาตรา 5 กำหนดให้รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนหรือรถยนต์นั่ง หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจาก มูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ในอัตราไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี ตัวอย่างรถราคาทุน 1,070,000 บาทข้างต้น ทางบัญชีคิดค่าเสื่อมจากเต็มจำนวนได้ แต่ทางภาษีคิดได้จาก 1,000,000 บาทเท่านั้น คือปีละไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนต่างค่าเสื่อมของต้นทุนที่เกินเพดานต้องบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีในแบบ ภ.ง.ด.50 ทุกปี
เพดานนี้ยกเว้นให้กิจการให้เช่ารถยนต์ที่นำรถไปให้เช่าเท่านั้นและไม่ได้ใช้ในกิจการอื่น ซึ่งหักจากต้นทุนทั้งหมดได้ นอกจากนี้พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 ยังกำหนดให้มูลค่าต้นทุนของรถยนต์นั่งเฉพาะส่วนที่เกินคันละ 1 ล้านบาทเป็นรายจ่ายต้องห้ามด้วย ผลคือรถหรูราคาหลายล้านบาทในนามบริษัทแทบไม่ช่วยประหยัดภาษีเลย และการปฏิบัติทางภาษีตอนขายรถคันนั้นออกไปมีรายละเอียดที่ควรให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบก่อนบันทึก
กำแพงชั้นที่ 3: เช่ารถยนต์นั่ง หักค่าเช่าได้ไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือน
ถ้าเลี่ยงไปเช่ารถระยะยาวแทนการซื้อ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 มาตรา 4(2) ออกตามมาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ค่าเช่ารถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน เฉพาะส่วนที่เกินคันละ 36,000 บาทต่อเดือน กรณีเช่าเป็นรายเดือนหรือรายปี หรือ เกินคันละ 1,200 บาทต่อวัน กรณีเช่าเป็นรายวัน เป็นรายจ่ายต้องห้าม และตัวบทระบุชัดว่าเพดานนี้ รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับกำแพงชั้นที่ 1 ที่ภาษีซื้อค่าเช่ารถยนต์นั่งขอคืนไม่ได้อยู่แล้ว ค่าเช่าที่ใช้เทียบเพดานจึงเป็นยอดเต็มตามใบกำกับภาษี
- เช่ารถเก๋ง 32,100 บาทต่อเดือนรวม VAT: ไม่เกินเพดาน หักเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน
- เช่ารถ SUV 48,150 บาทต่อเดือนรวม VAT: หักได้ 36,000 บาท ส่วนเกิน 12,150 บาทต่อเดือนต้องบวกกลับทางภาษี
- เช่ารถเก๋งรายวันไปออกงาน 1,500 บาทต่อวัน: หักได้วันละ 1,200 บาท ส่วนเกิน 300 บาทต้องบวกกลับ
เพดานค่าเช่านับต่อรถ 1 คัน การเช่ารถ 2 คัน คันละ 30,000 บาทจึงหักได้ทั้งหมด ส่วนสัญญาเช่ารถแบบรวมค่าบำรุงรักษาและประกันภัยไว้ในค่าเช่าเดียว ยอดทั้งก้อนมักถูกมองเป็นค่าเช่าที่ต้องเทียบเพดาน ถ้าอยากแยกค่าบริการออกจากค่าเช่าควรให้ผู้ให้เช่าแยกรายการในสัญญาและใบกำกับภาษีให้ชัด และปรึกษาผู้สอบบัญชีว่าแยกได้แค่ไหน อย่าลืมด้วยว่าค่าเช่ารถที่จ่ายให้นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในฐานะค่าเช่าตามกฎทั่วไป
ซื้อหรือเช่ารถยนต์นั่งในนามบริษัท ตลอดช่วงที่ใช้งาน บริษัทหักรายจ่ายทางภาษีได้เท่าไหร่ และมีส่วนไหนที่หักไม่ได้
- ซื้อ: ค่าเสื่อมราคาทางภาษีต่อปี (20% ของต้นทุนส่วนไม่เกิน 1 ล้านบาท)—
- ซื้อ: ค่าเสื่อมราคาที่หักได้รวมตลอดช่วงที่ใช้ (บาท)—
- ซื้อ: ต้นทุนส่วนเกิน 1 ล้านบาทที่คิดค่าเสื่อมทางภาษีไม่ได้ (บาท)—
- เช่า: ค่าเช่าที่จ่ายจริงรวมตลอดช่วงที่ใช้ (บาท)—
- เช่า: ค่าเช่าที่หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้รวม (บาท)—
- เช่า: ค่าเช่าส่วนเกินเพดานที่ต้องบวกกลับรวม (บาท)—
ตัวเลขเป็นการประมาณเบื้องต้นเพื่อเปรียบเทียบ ใช้ค่าเสื่อมวิธีเส้นตรง 20% ต่อปีเต็มปี ไม่รวมดอกเบี้ยเช่าซื้อ ค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ประกันภัย มูลค่าซากตอนขายรถ และผลของกระแสเงินสด ซึ่งล้วนมีผลต่อการตัดสินใจจริง ทั้งสองทางภาษีซื้อขอคืนไม่ได้เหมือนกัน
แล้วซื้อหรือเช่าดีกว่ากัน
ในมุมภาษีล้วน ๆ รถราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทและค่าเช่าไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือน ทั้งสองทางหักรายจ่ายได้เกือบเต็ม ความต่างจึงอยู่ที่กระแสเงินสด ภาระดูแลรักษา และความยืดหยุ่นตอนเปลี่ยนรถมากกว่า แต่ถ้าเป็นรถราคาสูง ค่าเช่าที่แพงตามราคารถจะชนเพดานทันที ขณะที่การซื้อก็ชนเพดาน 1 ล้านบาทเช่นกัน ส่วนเกินทั้งสองทางกลายเป็นรายจ่ายที่บริษัทจ่ายจริงแต่ประหยัดภาษีไม่ได้ ข้อควรระวังอีกอย่างคือรถที่กรรมการนำไปใช้ส่วนตัวเป็นหลัก แม้จะอยู่ในนามบริษัท ค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่เกี่ยวกับกิจการก็เสี่ยงถูกประเมินเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) และอาจถูกมองเป็นประโยชน์เพิ่มของกรรมการที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกต่อ
- รู้แล้วว่ารถรุ่นนี้ถูกจัดพิกัดสรรพสามิตเป็นรถยนต์นั่ง หรือเป็นรถกระบะและรถประเภทอื่นที่ไม่ติดกฎพิเศษ
- ถ้าเป็นรถยนต์นั่ง ได้ตัดภาษีซื้อของรถและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถออกจากประมาณการขอคืน VAT แล้ว
- ถ้าซื้อ รู้ว่าค่าเสื่อมทางภาษีคิดได้จากต้นทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และเตรียมบวกกลับส่วนเกินใน ภ.ง.ด.50
- ถ้าเช่า ค่าเช่าต่อเดือนรวม VAT ไม่เกิน 36,000 บาท หรือยอมรับได้ว่าส่วนเกินหักไม่ได้
- มีหลักฐานการใช้รถในกิจการ เช่น บันทึกการใช้รถ ตารางงาน หรือระเบียบการใช้รถของบริษัท
- ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีเรื่องผลทางภาษีตอนขายรถหรือคืนรถเมื่อครบสัญญาแล้ว
บริษัทจดทะเบียน VAT ซื้อรถเก๋งมาให้ฝ่ายขายใช้วิ่งพบลูกค้า ราคา 856,000 บาทรวม VAT 56,000 บาท ข้อใดถูกต้อง
สรุปคือ รถยนต์นั่งในนามบริษัทไม่ใช่เครื่องมือประหยัดภาษีอย่างที่หลายคนคิด ภาษีซื้อทั้งของตัวรถและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถขอคืนไม่ได้ ค่าเสื่อมทางภาษีคิดได้จากต้นทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท และค่าเช่าหักได้ไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือนรวม VAT ถ้ากิจการต้องการรถเพื่อใช้งานจริง รถกระบะหรือรถที่ไม่เข้านิยามรถยนต์นั่งจะได้สิทธิทางภาษีครบกว่า และไม่ว่าจะซื้อหรือเช่า ควรเก็บหลักฐานการใช้รถในกิจการให้พร้อมเสมอ
กำลังตัดสินใจซื้อหรือเช่ารถให้บริษัท หรือมีรถเก๋งในนามบริษัทอยู่แล้วและไม่แน่ใจว่าบันทึกภาษีซื้อและค่าเสื่อมถูกต้องหรือไม่ ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยเทียบตัวเลขซื้อกับเช่าตามข้อมูลจริงของธุรกิจคุณ ตรวจการบวกกลับใน ภ.ง.ด.50 และวางระบบเอกสารการใช้รถให้ผ่านการตรวจสอบ
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของภาระภาษีจากการซื้อหรือเช่ารถยนต์นั่งในนามนิติบุคคล (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (13) และ (20) มาตรา 82/5(6) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ข้อ 2(1) พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 มาตรา 5 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และ 5 และหนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/พ./2420 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2564 ตัวเลขราคารถและค่าเช่าในบทความเป็นการสมมติเพื่ออธิบาย การจัดพิกัดสรรพสามิตของรถแต่ละรุ่นและอัตราหรือเกณฑ์ต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี