ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ค่าขนส่ง 1% ค่าจ้างทำของ 3% ค่าเช่ารถ 5% ต่างกันยังไง SME หักผิดบ่อย
เวลาจ่ายเงินให้คู่ค้า เจ้าของ SME หลายรายสับสนว่าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะสามกรณีที่หน้าตาคล้ายกันแต่ใช้อัตราคนละตัว คือ ค่าขนส่ง ค่าจ้างทำของ/บริการ และค่าเช่าทรัพย์สิน หักผิดอัตราเมื่อไหร่ ผู้จ่ายในฐานะผู้มีหน้าที่หักต้องรับผิดชอบส่วนที่ขาด บทความนี้สรุปอัตราที่ถูกต้องตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 พร้อมจุดที่มักหักผิด เพื่อให้ SME หักและนำส่งได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
สามอัตราที่ SME สับสนบ่อย
ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายเงินได้บางประเภทตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป (นับตามยอดของสัญญา แม้จะทยอยจ่ายแต่ละครั้งไม่ถึง 1,000 บาทก็ตาม) โดยสามกรณีที่มักสับสนกันใช้อัตราต่างกันชัดเจน
- ค่าขนส่ง หัก 1% — จ้างขนส่งสินค้าที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ดำเนินการขนส่งให้ (ไม่รวมค่าโดยสารของการขนส่งสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถเมล์ ตั๋วเครื่องบินโดยสาร ซึ่งไม่ต้องหัก)
- ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ หัก 3% — จ้างให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จ เช่น รับเหมางาน ผลิตตามสั่ง งานซ่อม งานที่ปรึกษา หรือค่าบริการทั่วไป
- ค่าเช่าทรัพย์สิน หัก 5% — เช่าทรัพย์สินโดยผู้เช่าเป็นผู้ครอบครองใช้เอง เช่น เช่าอาคาร เช่าโกดัง เช่ารถยนต์ หักทุกครั้งที่จ่าย
ลักษณะงาน: ว่าจ้างให้ขนส่งสินค้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดรถ คนขับ และรับผิดชอบการขนส่งให้ทั้งหมด
อัตราหัก: ร้อยละ 1.0 ของค่าขนส่ง
ข้อควรระวัง: ค่าโดยสารของการขนส่งสาธารณะ (แท็กซี่ รถเมล์ เครื่องบินโดยสาร) ไม่ต้องหัก เพราะเป็นการโดยสาร ไม่ใช่การจ้างขนส่งสินค้า
ลักษณะงาน: ว่าจ้างให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จเป็นชิ้นงานหรือบริการ เช่น งานรับเหมา งานผลิตตามแบบ งานซ่อม งานออกแบบ ที่ปรึกษา
อัตราหัก: ร้อยละ 3.0 ของค่าจ้าง/ค่าบริการ
ข้อควรระวัง: ถ้าจ้างขนส่งแต่พ่วงบริการอื่นที่เป็นสาระสำคัญ อาจถือเป็นค่าจ้างทำของ 3% ควรดูเนื้อหาสัญญาเป็นหลัก ไม่ใช่ชื่อที่ตั้ง
ลักษณะงาน: เช่าทรัพย์สินมาครอบครองใช้เอง เช่น เช่าอาคารสำนักงาน เช่าโกดัง เช่ารถยนต์ (ผู้เช่าเป็นผู้ควบคุมการใช้)
อัตราหัก: ร้อยละ 5.0 ของค่าเช่า หักทุกครั้งที่จ่าย
ข้อควรระวัง: จุดที่พลาดบ่อยคือ "เช่ารถ" กับ "จ้างขนส่ง" ถ้าเช่ารถมาใช้เองคือค่าเช่า 5% แต่ถ้าจ้างให้เขาขนของให้โดยเขาคุมรถและคนขับคือค่าขนส่ง 1%
จุดที่ SME มักหักผิด
ความผิดพลาดส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากไม่รู้ว่าต้องหัก แต่เกิดจากจัดประเภทเงินได้ผิด ทำให้ใช้อัตราผิดตาม
- สับสนระหว่างเช่ารถกับจ้างขนส่ง — ให้ดูว่าใครควบคุมรถและคนขับ ถ้าผู้ให้บริการคุมและขนของให้ = ขนส่ง 1% ถ้าเราเช่ารถมาใช้เอง = เช่า 5%
- มองว่าจ่ายไม่ถึง 1,000 บาทเลยไม่หัก — ต้องดูยอดตามสัญญา ถ้าสัญญาต่อเนื่องรวมแล้วตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ต้องหักแม้แบ่งจ่ายแต่ละครั้งไม่ถึง
- เหมาว่าบริการทุกอย่างหัก 3% — ค่าขนส่งเป็นบริการก็จริง แต่กฎหมายให้ใช้อัตราเฉพาะ 1% ไม่ใช่ 3%
- ลืมออกหนังสือรับรองการหักภาษี (50 ทวิ) — เมื่อหักแล้วต้องออกหลักฐานให้ผู้รับเงิน และนำส่งด้วย ภ.ง.ด.3 (จ่ายบุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (จ่ายนิติบุคคล) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
- ดูเนื้อหางานจริงตามสัญญา ว่าเป็นขนส่ง จ้างทำของ/บริการ หรือเช่าทรัพย์สิน
- เลือกอัตราให้ตรงประเภท ขนส่ง 1% / จ้างทำของ-บริการ 3% / เช่า 5%
- เช็กว่ายอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปหรือไม่
- ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับเงิน
- นำส่งด้วย ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
หักผิดอัตราหรือลืมหักไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะผู้จ่ายอาจต้องรับผิดชอบภาษีส่วนที่ขาดพร้อมเงินเพิ่ม การจัดประเภทเงินได้ให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดความเสี่ยงได้มาก หากไม่แน่ใจว่ารายจ่ายของกิจการเข้าประเภทไหน หรือต้องการวางระบบหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งให้ครบถ้วน ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยดูสัญญา จัดประเภทเงินได้ และจัดทำเอกสารนำส่งภาษีให้ถูกต้อง
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับปี พ.ศ. 2569 อ้างอิงอัตราหัก ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 (ค่าขนส่งที่ไม่ใช่ขนส่งสาธารณะ 1% ค่าจ้างทำของ/บริการ 3% ค่าเช่าทรัพย์สิน 5%) การจัดประเภทเงินได้และอัตราที่ใช้จริงขึ้นกับข้อเท็จจริงและเนื้อหาสัญญาของแต่ละกรณี รวมถึงอาจมีมาตรการอัตราพิเศษเป็นครั้งคราว โปรดตรวจสอบกับประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรและปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือผู้ทำบัญชีก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี