ปริมาณสั่งซื้อประหยัดสุด (EOQ) สั่งของครั้งละเท่าไหร่ และสั่งซ้ำเมื่อไหร่ให้สต็อกไม่ขาด
เจ้าของ SME ที่ต้องสั่งสินค้าหรือวัตถุดิบเข้าสต็อกมักเจอคำถามเดิมทุกครั้งว่า "รอบนี้ควรสั่งกี่ชิ้น" สั่งครั้งละมาก ๆ ก็ได้ส่วนลดและไม่ต้องวุ่นวายสั่งบ่อย แต่เงินจมและมีต้นทุนถือครองสูง สั่งครั้งละน้อย ๆ ก็ประหยัดพื้นที่ แต่ต้องสั่งบ่อยจนค่าดำเนินการต่อการสั่งบานปลาย เครื่องมือคลาสสิกทางบัญชีบริหารที่ช่วยหาจุดสมดุลนี้คือ "ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด" หรือ EOQ (Economic Order Quantity) ควบคู่กับ "จุดสั่งซื้อซ้ำ" (Reorder Point) ที่บอกว่าเมื่อสต็อกเหลือเท่าไรจึงควรสั่งใหม่ บทความนี้อธิบายแนวคิดทั้งสอง พร้อมเครื่องมือให้ลองปรับตัวเลขดูต้นทุนรวมของกิจการคุณเอง
EOQ คืออะไร ทำไมสั่งครั้งละมากหรือน้อยเกินไปถึงแพงทั้งคู่
EOQ คือปริมาณการสั่งซื้อต่อครั้งที่ทำให้ต้นทุนรวมของการมีสินค้าคงคลังต่ำที่สุด โดยชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนสองก้อนที่วิ่งสวนทางกัน
- ต้นทุนการสั่งซื้อ (Ordering Cost) ค่าใช้จ่ายต่อการสั่งแต่ละครั้ง เช่น ค่าดำเนินเอกสาร ค่าติดต่อประสานงาน ค่าขนส่ง–ค่าจัดการรับของ ยิ่งสั่งถี่ (สั่งครั้งละน้อย) จำนวนครั้งต่อปีก็ยิ่งมาก ต้นทุนก้อนนี้ยิ่งสูง
- ต้นทุนการถือครอง (Holding Cost) ค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าไว้ในคลัง เช่น เงินทุนที่จม ค่าที่เก็บ ค่าประกัน และความเสี่ยงของเสื่อม–ล้าสมัย ยิ่งสั่งครั้งละมาก สต็อกเฉลี่ยยิ่งสูง ต้นทุนก้อนนี้ยิ่งสูงตาม
EOQ คือจุดที่ต้นทุนสองก้อนนี้สมดุลกันจนต้นทุนรวมต่ำสุด สูตรมาตรฐานทางบัญชีบริหารคือ EOQ เท่ากับรากที่สองของ (2 × ความต้องการสินค้าต่อปี × ต้นทุนต่อการสั่งหนึ่งครั้ง ÷ ต้นทุนถือครองต่อชิ้นต่อปี) ตัวอย่างเช่น ถ้าปีหนึ่งใช้สินค้า 10,000 ชิ้น ต้นทุนต่อการสั่ง 500 บาทต่อครั้ง และต้นทุนถือครอง 40 บาทต่อชิ้นต่อปี จะได้ EOQ เท่ากับรากที่สองของ (2 × 10,000 × 500 ÷ 40) = รากที่สองของ 250,000 = 500 ชิ้นต่อครั้ง เท่ากับสั่งปีละราว 20 ครั้ง ที่ปริมาณนี้ต้นทุนการสั่งซื้อ (20 × 500 = 10,000 บาท) จะเท่ากับต้นทุนถือครอง (สต็อกเฉลี่ย 250 ชิ้น × 40 = 10,000 บาท) พอดี รวมเป็นราว 20,000 บาทต่อปี ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำที่สุด
ลองปรับปริมาณสั่งซื้อ แล้วดูต้นทุนรวมต่อปีของกิจการคุณ
ใส่ตัวเลขของกิจการคุณ แล้วลองเปลี่ยน "ปริมาณที่สั่งต่อครั้ง" ดูว่าต้นทุนการสั่งซื้อและต้นทุนถือครองขยับสวนทางกันยังไง และปริมาณสั่งประมาณไหนที่ทำให้ต้นทุนรวมต่อปีต่ำสุด (ลองไล่จนใกล้ค่า EOQ ที่คำนวณจากสูตรข้างบน)
เปรียบเทียบต้นทุนการสั่งซื้อและต้นทุนถือครองต่อปี ที่ปริมาณสั่งซื้อต่อครั้งที่คุณกำหนด
- ต้นทุนการสั่งซื้อต่อปี (จำนวนครั้งที่สั่ง × ต้นทุนต่อครั้ง)—
- ต้นทุนถือครองต่อปี (สต็อกเฉลี่ย × ต้นทุนถือครองต่อชิ้น)—
- ต้นทุนรวมต่อปี (โดยประมาณ)—
ค่านี้เป็นการประมาณเพื่อให้เห็นภาพการชั่งน้ำหนักต้นทุนเท่านั้น สต็อกเฉลี่ยคิดจากครึ่งหนึ่งของปริมาณที่สั่งต่อครั้ง ในทางปฏิบัติควรพิจารณาส่วนลดปริมาณ พื้นที่คลัง และความผันผวนของยอดขายประกอบด้วย
จุดสั่งซื้อซ้ำ (Reorder Point) สั่งเมื่อไหร่ไม่ให้ของขาด
EOQ ตอบว่า "สั่งครั้งละเท่าไร" แต่ยังต้องรู้ด้วยว่า "สั่งเมื่อไร" ไม่งั้นของอาจหมดก่อนของใหม่จะมาถึง จุดสั่งซื้อซ้ำคือระดับสต็อกที่เมื่อลดลงถึงจุดนี้ให้สั่งของรอบใหม่ทันที คำนวณคร่าว ๆ ได้จาก
- ความต้องการเฉลี่ยต่อวัน × ระยะเวลารอของ (Lead Time) คือปริมาณที่จะถูกใช้ไประหว่างที่รอของใหม่มาส่ง เช่น ใช้วันละ 33 ชิ้น รอของ 7 วัน ก็ต้องมีสต็อกเผื่อช่วงรอราว 231 ชิ้น
- บวกสต็อกเผื่อขาด (Safety Stock) กันกรณียอดขายพุ่งกว่าปกติหรือของมาช้ากว่ากำหนด ยิ่งยอดขายผันผวนหรือซัพพลายเออร์ไม่แน่นอน ยิ่งควรเผื่อมากขึ้น
ดังนั้นจุดสั่งซื้อซ้ำ = (ความต้องการเฉลี่ยต่อวัน × ระยะเวลารอของ) + สต็อกเผื่อขาด เมื่อวางทั้ง EOQ และจุดสั่งซื้อซ้ำเข้าด้วยกัน ก็จะได้นโยบายสั่งซื้อที่ชัดเจนว่าสั่งครั้งละเท่าไรและสั่งเมื่อสต็อกเหลือเท่าไร ลดทั้งของขาดและเงินจม ลองไล่เช็กความพร้อมของระบบสั่งซื้อในกิจการคุณ
- รู้ความต้องการหรือยอดขายเฉลี่ยของสินค้าแต่ละรายการ (ต่อปีและต่อวัน) จากข้อมูลย้อนหลัง
- ประเมินต้นทุนต่อการสั่งหนึ่งครั้ง และต้นทุนถือครองต่อชิ้นต่อปีของกิจการไว้คร่าว ๆ
- รู้ระยะเวลารอของ (Lead Time) ของซัพพลายเออร์แต่ละราย และความน่าเชื่อถือในการส่งตรงเวลา
- ตั้งจุดสั่งซื้อซ้ำและสต็อกเผื่อขาดสำหรับสินค้าหลักที่ขายดีและขาดไม่ได้
- ทบทวนตัวเลขเป็นระยะเมื่อยอดขาย ราคาสินค้า หรือต้นทุนขนส่งเปลี่ยน เพราะ EOQ และจุดสั่งซื้อจะขยับตาม
EOQ และจุดสั่งซื้อซ้ำเป็นเพียงกรอบช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว ธุรกิจจริงยังต้องพิจารณาส่วนลดปริมาณ พื้นที่คลังที่จำกัด อายุสินค้า และฤดูกาลขายประกอบด้วย แต่การเริ่มจากตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้การสั่งซื้อมีหลักคิด ไม่ใช่สั่งตามความรู้สึก
ถ้าอยากวางระบบสั่งซื้อและคุมสินค้าคงคลังให้เชื่อมกับข้อมูลบัญชีและกระแสเงินสดของกิจการ หรืออยากประเมินต้นทุนถือครองและจุดสั่งซื้อที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุน จัดระบบสินค้าคงคลัง และวางแผนการเงินให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจของคุณ
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของการบริหารการสั่งซื้อและสินค้าคงคลัง (อัปเดต พ.ศ. 2569) สูตร EOQ และจุดสั่งซื้อซ้ำเป็นเครื่องมือทางบัญชีบริหารเชิงประมาณ ผลลัพธ์ขึ้นกับสมมติฐานและข้อมูลของแต่ละกิจการ การตีราคาและบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือควรเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่ใช้ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี