กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ธุรกิจเฉพาะ · 10 ก.พ. 2569

ธุรกิจขนส่ง–โลจิสติกส์ บัญชีต้องดูอะไร

ธุรกิจขนส่ง/โลจิสติกส์มีต้นทุนผันแปรหลัก — น้ำมัน รถ พนักงานขับ ค่าทางด่วน — รวมกัน 60-70% ของรายได้ ต้องคำนวณ ต้นทุนต่อเที่ยว/ต่อกิโลเมตร ให้แม่นถึงตั้งราคาได้ถูก

ตัวเลข KPI ที่ต้องติดตาม

  • Cost per Km = (ต้นทุนรวม / กิโลเมตรรวม) — ครอบคลุมน้ำมัน + ค่าเสื่อมรถ + ค่าซ่อม + ค่าจ้างขับ
  • Revenue per Km — รายได้ต่อกิโล เปรียบเทียบกับต้นทุนแต่ละเส้นทาง
  • % Utilization = ชั่วโมงรถวิ่งจริง / ชั่วโมงทั้งหมด — ทั่วไป 60-75% ถ้าต่ำกว่านี้คือสูญเสีย
  • % Empty Miles — ระยะวิ่งเที่ยวเปล่า ควร < 20%
  • Fuel Efficiency (กิโลต่อลิตร) ติดตามต่อคัน เปรียบเทียบเดือนต่อเดือน
  • On-time Delivery % — ส่งตรงเวลา ตัวชี้วัดคุณภาพบริการ
ลองคำนวณ

ใส่ต้นทุนรวมต่อเดือน (น้ำมัน+ค่าเสื่อม+ซ่อม+ค่าจ้างขับ) สมมติวิ่งรวม 20,000 กม./เดือน — ดู Cost per Km โดยประมาณ

฿
Cost per Km (÷ 20,000 กม.)—

ภาษีและบัญชีเฉพาะธุรกิจขนส่ง

VAT: จุดที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด — การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร ได้รับยกเว้น VAT ตาม ม.81(1)(ณ) ไม่ว่าจะขนคนหรือขนสินค้า (ยกเว้นขนส่งในประเทศโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล ที่ถูกถอดออกจากการยกเว้นแล้ว จึงเสีย 7%) ถ้าอยากอยู่ในระบบเพื่อขอคืนภาษีซื้อ ต้องแจ้งขอจดทะเบียนเองตาม ม.81/3(3) ขนส่งระหว่างประเทศ — ถ้าไม่ใช่อากาศยานหรือเรือเดินทะเล ยกเว้น VAT ตาม ม.81(1)(ด) ถ้าเป็นอากาศยานหรือเรือเดินทะเลและผู้ให้บริการเป็นนิติบุคคล เสีย VAT อัตรา 0% ตาม ม.80/1(3) Pitfall: งานโลจิสติกส์ครบวงจร — คลังสินค้า บรรจุหีบห่อ พิธีการศุลกากร รับจัดการขนส่ง (Freight Forwarder) — ไม่ถือเป็นการขนส่งล้วน ๆ จึงเสีย VAT 7% ตามปกติ กิจการที่ทำทั้งสองอย่างต้องแยกรายรับให้ชัด ค่าน้ำมัน: ถ้ากิจการเป็นขนส่งที่ยกเว้น VAT จะขอคืนภาษีซื้อไม่ได้เลย ต้องบันทึกรวมเป็นต้นทุน แต่ถ้าจดทะเบียน VAT แล้ว ขอคืนภาษีซื้อค่าน้ำมันของรถบรรทุก/รถส่งของได้ ส่วน รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน เป็นภาษีซื้อต้องห้าม — ขอคืนไม่ได้ ค่าเสื่อมรถ: รถยนต์นั่งมูลค่าเกิน 1 ล้านบาท — หักค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายเฉพาะส่วนไม่เกิน 1 ล้าน Pitfall: หลายเจ้าของซื้อรถส่วนตัวลงในบริษัทเพื่อหักภาษี — สรรพากรเข้มงวด เช็คการใช้งานจริงเพื่อธุรกิจ

เปรียบเทียบ

น้ำมัน + ค่าจ้างขับ + ค่าทางด่วน — ขึ้นตามระยะวิ่ง คิดเป็น 60–70% ของรายได้ ยิ่งวิ่งมากยิ่งสูง ใช้คำนวณกำไรส่วนเพิ่มต่อเที่ยว

ค่าเสื่อมรถ + ประกัน + ภาษีรถยนต์ — เกิดทุกเดือนไม่ว่ารถจะวิ่งหรือไม่ ราว 20–25% ต้องแยกออกมาเพื่อคำนวณ Break-even ต่อเที่ยว

ธุรกิจขนส่งต้องบริหารแบบ Operations + Finance พร้อมกัน — ปรึกษาผู้สอบบัญชีที่เข้าใจอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

มีคำถามเพิ่มเติม? ปรึกษาทีม CKH Accounting ได้ฟรี

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตรา/เกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง — โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปปฏิบัติจริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี