กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ภาษี · 16 ก.ย. 2569

ถูกหัก ณ ที่จ่ายเกินภาษี ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลยังไง ต้องยื่นภายในกี่ปี ได้ดอกเบี้ยไหม

บริษัทรับจ้าง บริษัทที่ปรึกษา บริษัทซ่อมบำรุง หรือกิจการบริการแทบทุกประเภท ถูกลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกบิลตลอดปี พอปิดงบแล้วกำไรสุทธิน้อยหรือขาดทุน ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องเสียจริงกลับต่ำกว่าภาษีที่ถูกหักไปแล้ว ส่วนต่างนี้คือเงินของกิจการที่ค้างอยู่กับกรมสรรพากร และกฎหมายให้สิทธิขอคืนได้ แต่ SME จำนวนไม่น้อยปล่อยทิ้งเพราะกลัวถูกตรวจ ไม่รู้ขั้นตอน หรือรู้ตัวช้าจนพ้นกำหนด บทความนี้อธิบายว่าขอคืนได้ทางไหน ต้องทำภายในกี่ปี สรรพากรตรวจอะไรก่อนคืน และดอกเบี้ยเงินคืนคิดอย่างไร

ทำไมบริษัทถึงถูกหักภาษีเกิน และเงินส่วนเกินไปอยู่ไหน

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ใช่ภาษีตัวจริง แต่เป็นการจ่ายภาษีล่วงหน้าที่ผู้จ่ายเงินหักไว้แทนกิจการแล้วนำส่งสรรพากร เมื่อสิ้นรอบบัญชี กิจการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิใน ภ.ง.ด.50 แล้วนำภาษีที่ถูกหักไว้ตามหนังสือรับรอง 50 ทวิ มาเครดิตหักออก ถ้าภาษีที่ถูกหักมากกว่าภาษีที่ต้องเสีย ส่วนเกินนั้นกิจการมีสิทธิได้รับคืนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 63 และต่างจากภาษีมูลค่าเพิ่มตรงที่ภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่มีกลไกยกเครดิตส่วนเกินไปใช้ในปีถัดไป ทางเดียวที่จะได้เงินก้อนนี้กลับมาคือขอคืน

ตัวอย่าง บริษัทบริการแห่งหนึ่งมีรายได้ค่าบริการ 10,000,000 บาท ถูกลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% รวม 300,000 บาท สิ้นปีมีกำไรสุทธิทางภาษี 1,000,000 บาท และเข้าเกณฑ์ SME ที่ได้อัตราภาษีแบบขั้นบันได ภาษีที่ต้องเสียคือ กำไร 300,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เหลือ 700,000 บาท เสียในอัตรา 15% เท่ากับ 105,000 บาท เมื่อนำภาษีที่ถูกหักไว้ 300,000 บาทมาเครดิต บริษัทจึงมีภาษีที่ชำระเกินอยู่ 195,000 บาท ซึ่งขอคืนได้ทั้งจำนวน ถ้าปีนั้นขาดทุน ภาษีที่ถูกหักไว้ทั้ง 300,000 บาทก็เป็นส่วนเกินที่ขอคืนได้ทั้งหมด

ขอคืนได้ 2 ช่องทาง และต้องยื่นภายในกี่ปี

  • ระบุขอคืนในแบบ ภ.ง.ด.50 ตอนยื่นประจำปี เป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุด เมื่อคำนวณแล้วมีภาษีชำระเกิน ให้แสดงความประสงค์ขอคืนในแบบ ภ.ง.ด.50 ที่ยื่นภายในกำหนด 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี พร้อมงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว การยื่นผ่านระบบ e-Filing ยังเข้าเกณฑ์บริการ Fast Track พิจารณาคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่กรมสรรพากรประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งให้สิทธิเฉพาะผู้ยื่นออนไลน์ ส่วนผู้ยื่นแบบกระดาษไม่ได้สิทธินี้
  • ยื่นคำร้องขอคืน ค.10 ภายหลัง ใช้เมื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ไปแล้วแต่ไม่ได้ขอคืนไว้ หรือมาพบภายหลังว่าคำนวณภาษีไว้เกิน หรือลูกค้าหักภาษีไว้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยยื่นคำร้องตามแบบที่อธิบดีกำหนด (แบบ ค.10) ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่กิจการตั้งอยู่ พร้อมเอกสารประกอบ

กำหนดเวลาตามมาตรา 27 ตรี ต้องยื่นคำร้องขอคืนภายใน 3 ปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบ ไม่ใช่นับจากวันสิ้นรอบบัญชีและไม่ใช่นับจากวันที่ถูกหักภาษี เช่น รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 อยู่ราวปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน 2569 สิทธิขอคืนจึงมีถึงราวกลางปี 2572 แต่ถ้ากิจการยื่น ภ.ง.ด.50 ล่าช้ากว่ากำหนด ระยะเวลา 3 ปีจะเริ่มนับจากวันที่ยื่นแบบจริงแทน พ้นกำหนดแล้วสิทธิขอคืนสิ้นไป แม้เงินนั้นจะเป็นภาษีที่จ่ายเกินจริงก็ตาม

ลำดับการขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล
  1. รวบรวมหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้ครบและกระทบยอดกับรายได้ — ทำทะเบียนภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายรายลูกค้า ตรวจว่ายอดเงินได้ในใบ 50 ทวิ ตรงกับรายได้ที่บันทึกบัญชี ใบไหนยังไม่ได้รับให้ทวงลูกค้าก่อนปิดงบ เพราะยอดที่ไม่มีหลักฐานจะขอคืนไม่ได้
  2. ปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมระบุขอคืนผ่าน e-Filing — คำนวณภาษีที่ต้องเสียจากกำไรสุทธิทางภาษี นำเครดิตภาษีถูกหักมาหัก แล้วแสดงความประสงค์ขอคืนส่วนที่ชำระเกินในแบบ ยื่นภายในกำหนดพร้อมงบการเงินและรายงานผู้สอบบัญชี
  3. เตรียมเอกสารรอเจ้าพนักงานขอ — สำเนา ภ.ง.ด.50 งบการเงิน หนังสือรับรอง 50 ทวิ ทุกฉบับ บัญชีแยกประเภทรายได้ และรายงานภาษีขาย เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่ารายได้ที่ถูกหักภาษีถูกบันทึกครบ
  4. ตอบหนังสือขอเอกสารภายในเวลาที่กำหนด — ถ้าเจ้าพนักงานมีหนังสือขอเอกสารเพิ่มแล้วกิจการส่งช้า นอกจากเงินคืนจะล่าช้าแล้ว ช่วงเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจะไม่ถูกนำมาคิดดอกเบี้ยเงินคืนด้วย
  5. ติดตามสถานะและตรวจยอดเงินคืน — ตรวจสถานะการขอคืนผ่านระบบของกรมสรรพากร เมื่อได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงินให้ตรวจว่าจำนวนเงินและดอกเบี้ยตรงกับที่คำนวณ กรมสรรพากรคืนเงินโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของนิติบุคคลที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขทะเบียนนิติบุคคล จึงควรผูกบัญชีไว้ล่วงหน้า

สรรพากรตรวจอะไรก่อนคืน และควรเตรียมตัวอย่างไร

เหตุที่หลายกิจการไม่กล้าขอคืนคือกลัวถูกตรวจ ซึ่งเป็นความจริงว่าการขอคืนภาษีจำนวนมากมักมาพร้อมการขอเอกสารหรือการตรวจสอบ แต่สิ่งที่เจ้าพนักงานตรวจส่วนใหญ่เป็นเรื่องพื้นฐานที่กิจการทำบัญชีถูกต้องอยู่แล้วตอบได้ไม่ยาก

  • รายได้ตามใบ 50 ทวิ เทียบกับรายได้ในงบ ถ้ายอดเงินได้ที่ถูกหักภาษีรวมกันสูงกว่ารายได้ที่แสดงในงบการเงิน แปลว่ามีรายได้ที่ไม่ได้บันทึก การขอคืนอาจกลายเป็นการถูกประเมินภาษีเพิ่มแทน
  • รายได้ใน ภ.พ.30 เทียบกับ ภ.ง.ด.50 กิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะถูกกระทบยอดรายได้ทั้งปีระหว่างสองแบบ ผลต่างต้องอธิบายได้ เช่น รายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับ VAT หรือจุดรับรู้รายได้ต่างกัน
  • หลักฐานการหักภาษีต้องมีจริง หนังสือรับรอง 50 ทวิ ต้องออกโดยผู้จ่ายเงินและผู้จ่ายต้องนำส่งภาษีนั้นแล้ว ถ้าลูกค้าหักเงินไว้แต่ไม่นำส่ง กิจการจะเครดิตหรือขอคืนยอดนั้นได้ยาก จึงควรค้าขายกับคู่ค้าที่ปฏิบัติถูกต้องและติดตามใบ 50 ทวิ ให้ครบทุกงวด
  • รายจ่ายที่นำมาหักในการคำนวณกำไร เมื่อเปิดตรวจแล้ว เจ้าพนักงานอาจดูรายจ่ายต้องห้าม รายจ่ายส่วนตัวของกรรมการ หรือค่าเสื่อมราคาที่คิดไม่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิทางภาษีสูงขึ้นและเงินคืนลดลง

ในทางกลับกัน กิจการที่ถูกหักภาษีเกินทุกปีต่อเนื่องอาจทบทวนต้นเหตุด้วย เช่น สัญญาที่รวมค่าสินค้ากับค่าบริการเป็นราคาเดียวจนถูกหักภาษีจากทั้งยอด ทั้งที่ค่าสินค้าไม่อยู่ในบังคับต้องหัก การแยกรายการในสัญญาและใบแจ้งหนี้ให้ชัดจะช่วยลดเงินที่ต้องรอขอคืนได้ แต่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนปรับโครงสร้างสัญญา

ดอกเบี้ยเงินคืนภาษี คิดอย่างไร

ถ้ากรมสรรพากรคืนเงินล่าช้า กิจการมีสิทธิได้ดอกเบี้ยตามมาตรา 4 ทศ ในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ได้รับคืน โดยไม่คิดทบต้น และดอกเบี้ยรวมต้องไม่เกินจำนวนเงินภาษีที่ได้รับคืน ส่วนวันเริ่มคิดดอกเบี้ยเป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 161 ดังนี้

  • ขอคืนไว้ในแบบภายในกำหนดยื่น เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบ 3 เดือนนับแต่วันสิ้นกำหนดเวลายื่นแบบ (หรือกำหนดที่ขยายให้)
  • ขอคืนภายหลังด้วย ค.10 หรือยื่นแบบล่าช้า เริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันถัดจากวันครบ 3 เดือนนับแต่วันยื่นคำร้องขอคืน
  • คิดถึงเมื่อไหร่ คิดจนถึงวันที่ลงในหนังสือแจ้งคำสั่งคืนเงินภาษี และเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือน แต่ช่วงเวลาที่กิจการยังไม่ส่งเอกสารตามที่เจ้าพนักงานสั่งจะถูกระงับไม่นำมาคิดดอกเบี้ย

จากตัวอย่างข้างต้น ถ้าบริษัทขอคืน 195,000 บาทไว้ในแบบภายในกำหนด และกรมสรรพากรมีคำสั่งคืนเงินหลังพ้นช่วง 3 เดือนไปอีก 5 เดือน ดอกเบี้ยที่ได้จะประมาณ 195,000 x 1% x 5 เท่ากับ 9,750 บาท ดอกเบี้ยนี้เป็นเพียงการชดเชยความล่าช้า ไม่ใช่เหตุผลให้ทิ้งเงินไว้กับสรรพากรนาน ๆ เพราะเงินสด 195,000 บาทที่ได้คืนเร็วมีค่าต่อสภาพคล่องของกิจการมากกว่า

ทดสอบความเข้าใจ

บริษัทยื่น ภ.ง.ด.50 รอบบัญชีปี 2568 ตรงเวลาในปี 2569 มีภาษีชำระเกิน 80,000 บาท แต่ลืมแสดงความประสงค์ขอคืนในแบบ มารู้ตัวในปี 2571 ยังทำอะไรได้บ้าง

เช็กความพร้อมก่อนขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล
ไล่เช็กให้ครบก่อนแสดงความประสงค์ขอคืนใน ภ.ง.ด.500/6
  • มีหนังสือรับรอง 50 ทวิ ครบทุกยอดที่นำมาเครดิต และยอดเงินได้รวมในใบ 50 ทวิ ไม่สูงกว่ารายได้ในงบการเงิน
  • รายได้ใน ภ.พ.30 ทั้งปีกระทบยอดกับรายได้ใน ภ.ง.ด.50 ได้ และมีคำอธิบายผลต่างเป็นลายลักษณ์อักษร
  • งบการเงินผ่านการตรวจสอบและยื่น ภ.ง.ด.50 ผ่าน e-Filing ภายในกำหนด 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี
  • ตรวจรายจ่ายต้องห้ามและรายการปรับปรุงทางภาษีแล้ว เพื่อให้กำไรสุทธิทางภาษีและยอดขอคืนถูกต้องตั้งแต่แรก
  • บัญชีธนาคารของนิติบุคคลผูกพร้อมเพย์กับเลขทะเบียนนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว
  • จดวันครบกำหนด 3 ปีของแต่ละรอบบัญชีที่มีภาษีชำระเกินไว้ในปฏิทิน เพื่อไม่ให้สิทธิขอคืนหลุด

สรุปคือ ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายเกินไม่ใช่ต้นทุนที่ต้องยอมเสีย แต่เป็นเงินสดของกิจการที่ขอคืนได้ภายใน 3 ปี วิธีที่ง่ายที่สุดคือทำบัญชีให้ตรงกับหลักฐาน 50 ทวิ ตั้งแต่ระหว่างปี แล้วแสดงความประสงค์ขอคืนใน ภ.ง.ด.50 ที่ยื่นผ่าน e-Filing ภายในกำหนด กิจการที่เอกสารพร้อมและตัวเลขกระทบยอดกันได้ไม่มีเหตุต้องกลัวการตรวจ และยังได้ดอกเบี้ยชดเชยถ้ากรมสรรพากรคืนช้า

ถ้าอยากให้ช่วยกระทบยอด 50 ทวิ กับรายได้ เตรียมเอกสารขอคืน หรือประเมินว่ากิจการมีภาษีชำระเกินค้างอยู่ปีไหนบ้างที่ยังอยู่ในกำหนด 3 ปี ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมขอคืน ตอบหนังสือเจ้าพนักงาน และติดตามเงินคืนจนเข้าบัญชี

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของการขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 27 ตรี มาตรา 63 และมาตรา 4 ทศ กฎกระทรวง ฉบับที่ 161 (พ.ศ. 2526) ว่าด้วยการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากร และข่าวกรมสรรพากรเรื่องบริการ Fast Track ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลผ่าน e-Filing (พฤษภาคม 2569) ตัวเลขในตัวอย่างเป็นการสมมติเพื่ออธิบาย อัตราภาษีในตัวอย่างใช้เกณฑ์ SME ซึ่งมีเงื่อนไขทุนจดทะเบียนและรายได้ ระยะเวลาพิจารณาคืนและเอกสารที่เจ้าพนักงานขออาจต่างกันตามข้อเท็จจริงเฉพาะราย โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี