กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ภาษีมูลค่าเพิ่ม · 23 ก.ย. 2569

ถอนทะเบียน VAT รายรับต่ำกว่า 1.8 ล้าน 3 ปีติดกัน ยื่น ภ.พ.08 ยังไง สต็อกคงเหลือเสียภาษีไหม

หลายกิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ตอนที่ยอดขายกำลังดี แต่ผ่านไปสองสามปี รายรับกลับลดลงเหลือปีละไม่กี่แสนถึงล้านต้น ๆ ทุกเดือนยังต้องออกใบกำกับภาษี ทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และยื่น ภ.พ.30 ทั้งที่ยอดขายไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายบังคับให้จดตั้งแต่แรก คำถามที่สำนักงานบัญชีได้รับบ่อยคือ ถอนทะเบียนออกจากระบบ VAT ได้ไหม ต้องรอกี่ปี ยื่นแบบอะไร และสต็อกสินค้ากับทรัพย์สินที่เคยขอคืนภาษีซื้อไว้จะโดนเรียกภาษีคืนหรือเปล่า บทความนี้อธิบายเงื่อนไขตามประมวลรัษฎากร มาตรา 85/10 ขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.พ.08 หน้าที่ระหว่างรอคำสั่ง และภาระภาษีของสินค้าคงเหลือในวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งถอนทะเบียน

ใครมีสิทธิขอถอนทะเบียน VAT ตามมาตรา 85/10

การถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่สิทธิที่ใช้ได้ทันทีเมื่อยอดขายตก ประมวลรัษฎากร มาตรา 85/10 ให้สิทธิผู้ประกอบการจดทะเบียน ขอให้อธิบดีสั่งถอนทะเบียน ได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด และต้องเป็นอธิบดีเป็นผู้สั่ง ไม่ใช่ผู้ประกอบการหยุดยื่นแบบเอง กรณีหลักที่ SME เจอมีดังนี้

  • กรณีจดทะเบียนเพราะรายรับเกินเกณฑ์ (มาตรา 85/10 (1)) กิจการต้องมีมูลค่าของฐานภาษี ต่ำกว่าฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งปัจจุบันคือ 1,800,000 บาทต่อปี ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 เป็นเวลา ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนวันขอถอนทะเบียน ขาดช่วงปีใดปีหนึ่งต้องเริ่มนับใหม่
  • กรณีกฎหมายปรับเกณฑ์กิจการขนาดย่อมสูงขึ้น (มาตรา 85/10 (2)) ถ้าภายหลังมีการแก้พระราชกฤษฎีกาให้เกณฑ์สูงขึ้นจนรายรับของกิจการต่ำกว่าเกณฑ์ใหม่ และรายรับต่ำกว่าเกณฑ์นั้นติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนการแก้ไข ก็ขอถอนได้ โดยมาตรา 85/11 ระบุชัดว่าการจดทะเบียนเดิมยังมีผลต่อไปจนกว่าจะใช้สิทธิขอถอน ไม่ได้หลุดจากระบบอัตโนมัติ
  • กรณีจดทะเบียนโดยสมัครใจตามมาตรา 81/3 (มาตรา 85/10 (3)) เช่น รายรับไม่ถึง 1.8 ล้านแต่ขอจดเพื่อใช้ภาษีซื้อ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎกระทรวงกำหนด นับแต่วันที่เริ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน โดยตัวบทกำหนดเพดานล่างไว้ว่าระยะเวลานั้น ต้องไม่น้อยกว่า 2 ปี และรายรับต้องต่ำกว่าเกณฑ์กิจการขนาดย่อมตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

จุดที่พลาดบ่อยคือการนับ 3 ปี ต้องนับในฐานะผู้ประกอบการจดทะเบียน ไม่ใช่นับจากวันที่รายรับเริ่มต่ำ ข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0706/พ./9482 เป็นตัวอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการรายหนึ่งจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเดือนมกราคม 2548 ต่อมามีรายรับต่ำกว่าเกณฑ์และขอถอนทะเบียน กรมสรรพากรตอบว่ายังใช้สิทธิไม่ได้ เพราะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนมายังไม่ครบ 3 ปี แม้รายรับจะต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทมาตลอดก็ตาม

เครื่องช่วยตัดสินใจ: กิจการคุณขอถอนทะเบียน VAT ได้หรือยัง

กิจการจดทะเบียน VAT ด้วยเหตุผลอะไร?

รายรับต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ติดต่อกันครบ 3 ปีแล้วหรือยัง (นับเฉพาะช่วงที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน)?

เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี โดยรายรับต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทตลอดช่วงนั้นหรือไม่?

เข้าเงื่อนไขมาตรา 85/10 (1) ยื่น ภ.พ.08 ได้

เตรียมข้อมูลรายรับตาม ภ.พ.30 ย้อนหลังครบ 3 ปีให้พิสูจน์ได้ว่าทุกปีต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท แล้วยื่นคำขอถอนทะเบียน (ภ.พ.08) ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่จดทะเบียนไว้ ระหว่างรอคำสั่งยังต้องยื่น ภ.พ.30 และปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

อาจเข้าเงื่อนไขมาตรา 85/10 (3) ตรวจระยะเวลาตามกฎกระทรวงก่อนยื่น

กฎหมายกำหนดเพดานล่างไว้ที่ 2 ปี แต่กฎกระทรวงอาจกำหนดระยะเวลาต่างกันตามประเภทกิจการ ให้สอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือผู้ทำบัญชีเพื่อยืนยันระยะเวลาที่ใช้กับกิจการของคุณก่อนยื่น ภ.พ.08

ยังขอถอนไม่ได้ ต้องอยู่ในระบบต่อและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน

ระยะเวลาต้องติดต่อกัน ถ้าปีใดรายรับเกินเกณฑ์ต้องเริ่มนับใหม่ และการนับเริ่มจากวันที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ไม่ใช่วันที่รายรับเริ่มต่ำ ระหว่างนี้ห้ามหยุดยื่นแบบเอง เพราะยังมีหน้าที่เต็มตามมาตรา 85/18

ใช้ช่องทางแจ้งเลิกกิจการ (มาตรา 85/15) ไม่ใช่การถอนทะเบียน

ถ้าเลิกประกอบกิจการจริง ให้แจ้งเลิกตามแบบที่อธิบดีกำหนด (ภ.พ.09) ภายใน 15 วันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ พร้อมคืนใบทะเบียน ภ.พ.20 ไม่ต้องรอให้รายรับต่ำครบ 3 ปี แต่สินค้าคงเหลือและทรัพย์สิน ณ วันเลิกถือเป็นการขายตามมาตรา 77/1 (8) (ฉ) เช่นกัน

ขั้นตอนยื่น ภ.พ.08 และหน้าที่ระหว่างรอคำสั่ง

มาตรา 85/10 วรรคสอง กำหนดให้การใช้สิทธิเป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด แบบที่ใช้คือ คำขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.08) ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร เมื่อเจ้าพนักงานตรวจสอบแล้วว่าเข้าเงื่อนไข จึงเสนอผู้มีอำนาจสั่งถอนทะเบียน จุดสำคัญที่สุดอยู่ที่มาตรา 85/18 คือ ตราบใดที่อธิบดียังไม่สั่งขีดชื่อออกจากทะเบียนตามมาตรา 85/19 ผู้ประกอบการ ยังคงต้องรับผิดในฐานะผู้ประกอบการจดทะเบียนต่อไป หมายความว่าการยื่นคำขอไม่ใช่วันสิ้นสุดหน้าที่

ลำดับการถอนทะเบียน VAT ตั้งแต่เตรียมเรื่องจนพ้นความรับผิด
  1. รวบรวมยอดขายจาก ภ.พ.30 ย้อนหลัง 3 ปี — ทำตารางรายรับรายปีจากแบบที่ยื่นไว้ทุกเดือน ตรวจว่าไม่มีปีใดเกิน 1,800,000 บาท และตรวจวันที่จดทะเบียนใน ภ.พ.20 ว่าครบ 3 ปีแล้วจริง
  2. ยื่นคำขอ ภ.พ.08 ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่จดทะเบียนไว้ — พร้อมเอกสารประกอบตามที่สำนักงานพื้นที่แจ้ง เช่น สำเนา ภ.พ.20 และหลักฐานรายรับ ควรสอบถามรายการเอกสารกับเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อยื่นได้ครบในครั้งเดียว
  3. ระหว่างรอคำสั่ง ทำทุกอย่างเหมือนเดิม — ออกใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนตามปกติ แม้เดือนนั้นไม่มีรายการก็ต้องยื่น เพราะมาตรา 85/18 ยังถือว่าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนอยู่
  4. เมื่อได้รับแจ้งคำสั่งถอนทะเบียน จัดการสินค้าคงเหลือและทรัพย์สิน — กฎกระทรวง ฉบับที่ 188 (พ.ศ. 2534) ที่ออกตามมาตรา 77/1 (8) (ช) กำหนดว่า สินค้าคงเหลือและทรัพย์สินที่มีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งถอนทะเบียน ให้ถือเป็นการขาย ต้องนำมาเสียภาษีขายใน ภ.พ.30 ของเดือนภาษีนั้น โดยฐานภาษีใช้ราคาตลาดตามหลักมาตรา 79/3
  5. รอคำสั่งขีดชื่อตามมาตรา 85/19 — อธิบดีจะแจ้งคำสั่งขีดชื่อเป็นหนังสือ ผู้ประกอบการพ้นความรับผิดในฐานะผู้ประกอบการจดทะเบียนในวันที่มีคำสั่งขีดชื่อ ถ้าเป็นนิติบุคคล กรมสรรพากรจะแจ้งนายทะเบียนนิติบุคคลภายใน 30 วันเพื่อจดแจ้งการเพิกถอนไว้ในทะเบียนด้วย
  6. หลังพ้นจากระบบ ปรับวิธีทำงานทั้งหมด — ห้ามออกใบกำกับภาษีอีก เปลี่ยนเป็นใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งหนี้ธรรมดา ภาษีซื้อจากค่าใช้จ่ายกลายเป็นต้นทุนของกิจการ และถ้าปีใดรายรับกลับมาเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องยื่นขอจดทะเบียนใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เกินเกณฑ์ตามมาตรา 85/1 (1)

ถอนทะเบียนแล้วคุ้มจริงไหม เช็กก่อนตัดสินใจ

การพ้นจากระบบ VAT ช่วยลดงานเอกสารรายเดือนและทำให้ราคาขายต่อผู้บริโภคไม่ต้องบวก 7% แต่ก็มีต้นทุนแฝงที่ต้องคิดให้ครบก่อน โดยเฉพาะภาษีขายที่ต้องเสียจากสินค้าคงเหลือและทรัพย์สินในวันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ซึ่งเป็นเงินสดที่ต้องจ่ายออกโดยไม่มีรายรับเข้ามา และการที่ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลจด VAT จะไม่ได้ภาษีซื้อจากการซื้อของเราอีกต่อไป

เช็กลิสต์ก่อนยื่น ภ.พ.08
ยิ่งติ๊กได้มาก การถอนทะเบียนยิ่งเหมาะกับกิจการคุณ0/7
  • รายรับต่อปีต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทติดต่อกันครบ 3 ปี (หรือครบระยะเวลาตามกฎกระทรวงกรณีจดโดยสมัครใจ) และมีแนวโน้มไม่กลับไปเกินเกณฑ์ใน 1-2 ปีข้างหน้า
  • ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคทั่วไปหรือกิจการที่ไม่ได้จด VAT จึงไม่เสียเปรียบเมื่อออกใบกำกับภาษีให้ไม่ได้
  • สินค้าคงเหลือและทรัพย์สินที่เคยขอคืนภาษีซื้อไว้มีมูลค่าตลาดไม่มาก ภาษีขายที่ต้องเสียในวันได้รับแจ้งคำสั่งอยู่ในระดับที่จ่ายได้
  • ไม่มีแผนลงทุนใหญ่ เช่น ซื้อเครื่องจักร รถขนส่ง หรือปรับปรุงร้าน ที่จะเสียสิทธิใช้ภาษีซื้อก้อนโตหลังออกจากระบบ
  • ต้นทุนหลักของกิจการเป็นค่าแรงหรือวัตถุดิบที่ไม่มีภาษีซื้ออยู่แล้ว การเสียสิทธิภาษีซื้อจึงกระทบน้อย
  • ยื่น ภ.พ.30 ครบทุกเดือนไม่มีค้าง และพร้อมยื่นต่อไปจนกว่าจะได้รับคำสั่งขีดชื่อ
  • ได้คุยกับผู้ทำบัญชีเรื่องการปรับระบบเอกสาร รายงาน และราคาขายหลังพ้นจากระบบแล้ว

สำหรับกิจการที่ขายให้ลูกค้านิติบุคคลเป็นหลัก หรือมีสต็อกและทรัพย์สินที่ขอคืนภาษีซื้อไว้มาก การอยู่ในระบบต่อมักคุ้มกว่าแม้รายรับต่ำ เพราะภาษีซื้อที่ได้เครดิตทุกเดือนมีมูลค่ามากกว่าภาระงานเอกสาร ส่วนร้านค้าปลีก ร้านอาหาร หรือบริการที่ขายให้ผู้บริโภคโดยตรงและรายรับหดตัวถาวร การถอนทะเบียนช่วยตัดต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายและทำให้ราคาแข่งขันได้มากขึ้น

สรุปคือ ถอนทะเบียน VAT ได้ตามมาตรา 85/10 เมื่อรายรับต่ำกว่า 1.8 ล้านบาทติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปีในฐานะผู้ประกอบการจดทะเบียน (กรณีจดโดยสมัครใจใช้ระยะเวลาตามกฎกระทรวงซึ่งไม่น้อยกว่า 2 ปี) ยื่นคำขอด้วยแบบ ภ.พ.08 ระหว่างรอต้องยื่น ภ.พ.30 ต่อจนกว่าจะถูกขีดชื่อ และในวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งถอนทะเบียน สินค้าคงเหลือกับทรัพย์สินถือเป็นการขายที่ต้องเสียภาษีขายตามราคาตลาด วางแผนเรื่องสต็อกและกระแสเงินสดล่วงหน้าจะช่วยให้ออกจากระบบได้โดยไม่สะดุด

ถ้าไม่แน่ใจว่ากิจการนับระยะเวลาครบหรือยัง อยากประเมินภาษีขายจากสินค้าคงเหลือก่อนยื่นคำขอ หรือต้องการให้ช่วยเตรียมเอกสาร ภ.พ.08 และดูแลการยื่น ภ.พ.30 ระหว่างรอคำสั่ง ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยตรวจเงื่อนไข วางแผนจังหวะการถอนทะเบียน และปรับระบบเอกสารหลังออกจากระบบให้เรียบร้อย

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของการขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8) มาตรา 79/3 มาตรา 81/3 มาตรา 85/1 มาตรา 85/10 มาตรา 85/11 มาตรา 85/15 มาตรา 85/18 และมาตรา 85/19 พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 กฎกระทรวง ฉบับที่ 188 (พ.ศ. 2534) และข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0706/พ./9482 ระยะเวลาตามกฎกระทรวงสำหรับผู้จดทะเบียนโดยสมัครใจและรายการเอกสารประกอบคำขออาจต่างกันตามประเภทกิจการและสำนักงานพื้นที่ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี