ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) อัตราคิดลดของโครงการมาจากไหน
เวลาประเมินโครงการลงทุนด้วยมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) หรือเทียบกับอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “อัตราคิดลด” ที่ใส่ลงไปควรมาจากไหน ถ้าตั้งมั่วอาจตัดสินใจผิดทั้งที่คำนวณถูก คำตอบที่เป็นมาตรฐานคือต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average Cost of Capital หรือ WACC) ซึ่งสะท้อนว่าเงินทุกบาทที่ธุรกิจนำมาใช้ ทั้งจากเจ้าของและจากการกู้ มีต้นทุนรวมเฉลี่ยเท่าไหร่ บทความนี้อธิบายที่มาของ WACC แบบเข้าใจง่าย พร้อมเครื่องมือให้ลองใส่โครงสร้างเงินทุนของคุณเอง
WACC คืออะไร คำนวณมาจากไหน
ธุรกิจได้เงินมาลงทุนจากสองแหล่งหลัก คือส่วนของผู้ถือหุ้น (เงินทุนของเจ้าของ) และหนี้สินที่มีดอกเบี้ย (เงินกู้) เงินสองก้อนนี้มีต้นทุนไม่เท่ากัน WACC คือการนำต้นทุนของแต่ละแหล่งมาถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนที่ใช้จริง แล้วเฉลี่ยออกมาเป็นอัตราเดียว
- ต้นทุนของหนี้ (Cost of Debt) คืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จ่ายจริง จุดสำคัญคือดอกเบี้ยเป็นรายจ่ายที่หักภาษีได้ ต้นทุนหนี้ที่แท้จริงจึงเป็น “หลังหักภาษี” = อัตราดอกเบี้ย × (1 − อัตราภาษี) เช่น กู้ดอกเบี้ย 7% เมื่อคิดผลของภาษีแล้วต้นทุนจริงจะต่ำกว่านั้น
- ต้นทุนของส่วนผู้ถือหุ้น (Cost of Equity) คือผลตอบแทนขั้นต่ำที่เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นคาดหวังจากการเอาเงินมาลงในธุรกิจแทนที่จะไปลงทุนอย่างอื่นที่เสี่ยงพอกัน โดยทั่วไปจะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะผู้ถือหุ้นรับความเสี่ยงมากกว่าเจ้าหนี้และไม่มีหลักประกัน
- ถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วน WACC = (สัดส่วนส่วนผู้ถือหุ้น × ต้นทุนส่วนผู้ถือหุ้น) + (สัดส่วนหนี้ × ต้นทุนหนี้หลังหักภาษี) ยิ่งใช้หนี้ในสัดส่วนมาก ต้นทุนเฉลี่ยมักลดลงเพราะได้ประโยชน์ทางภาษี แต่หนี้ที่มากเกินไปก็เพิ่มความเสี่ยงและทำให้ทั้งเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นเรียกผลตอบแทนสูงขึ้น
ลองใส่โครงสร้างเงินทุนของกิจการ เครื่องมือด้านล่างจะแยกให้เห็นว่าต้นทุนของเงินแต่ละก้อนคิดเป็นตัวเงินปีละเท่าไหร่ และรวมเป็นต้นทุนเงินทุนทั้งหมดต่อปีกี่บาท เพื่อให้เห็นภาพก่อนนำอัตรา WACC ไปใช้เป็นอัตราคิดลด
แยกต้นทุนเงินทุนของกิจการเป็นตัวเงินต่อปี
- ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นต่อปี (บาท)—
- ต้นทุนหนี้หลังหักภาษีต่อปี (บาท)—
- ต้นทุนเงินทุนรวมต่อปี (บาท)—
นำ “ต้นทุนเงินทุนรวมต่อปี” หารด้วยเงินทุนรวม (ส่วนผู้ถือหุ้น + หนี้) จะได้อัตรา WACC โดยประมาณ เช่น ต้นทุนรวม 562,000 บาท จากเงินทุนรวม 5,000,000 บาท คิดเป็น WACC ราว 11.2% ต่อปี ค่านี้เป็นการประมาณเชิงบริหาร อัตราภาษีที่กิจการเสียจริงและผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นคาดหวังอาจต่างจากนี้
เอา WACC ไปใช้ยังไง และข้อควรระวัง
WACC ทำหน้าที่เป็น “เส้นผ่าน” ของการตัดสินใจ โครงการหรือการลงทุนใดที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า WACC ถือว่าสร้างมูลค่าเพิ่มให้กิจการ ส่วนที่ต่ำกว่า WACC คือการทำให้เจ้าของจนลงแม้จะยังมีกำไรทางบัญชี
- ใช้เป็นอัตราคิดลดใน NPV เมื่อประเมินโครงการด้วย NPV ควรใช้ WACC เป็นอัตราคิดลดตั้งต้น เพราะสะท้อนต้นทุนเงินจริงที่ธุรกิจต้องจ่ายให้ทั้งเจ้าหนี้และเจ้าของ
- ใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ (Hurdle Rate) ถ้า IRR หรือผลตอบแทนคาดหวังของโครงการต่ำกว่า WACC ควรทบทวนก่อนลงทุน โครงการที่เสี่ยงกว่าปกติควรบวกส่วนชดเชยความเสี่ยงเพิ่มจาก WACC ด้วย
- อย่าลืมผลของภาษี ประโยชน์ทางภาษีของดอกเบี้ยทำให้ต้นทุนหนี้ต่ำกว่าที่เห็น กิจการ SME ที่เสียภาษีในอัตราขั้นบันได (เช่น ยกเว้นกำไรส่วนแรก แล้ว 15% และ 20%) ต้นทุนหนี้หลังภาษีจะต่างจากบริษัทที่เสียอัตราปกติ 20% เต็ม
- ข้อจำกัด ต้นทุนส่วนผู้ถือหุ้นเป็นค่าที่ประมาณจากความคาดหวัง ไม่มีตัวเลขตายตัวเหมือนดอกเบี้ยเงินกู้ อีกทั้งสัดส่วนหนี้ต่อทุนที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ WACC เปลี่ยน จึงควรทบทวนเป็นระยะ ไม่ใช่คำนวณครั้งเดียวใช้ตลอด
ก่อนนำ WACC ไปตัดสินใจจริง ลองไล่เช็กว่าประกอบข้อมูลครบและสมเหตุสมผลหรือยัง
- แยกเงินทุนเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นและหนี้ที่มีดอกเบี้ยตามสัดส่วนที่ใช้จริง
- คิดต้นทุนหนี้แบบหลังหักภาษี ไม่ใช้อัตราดอกเบี้ยดิบ
- ตั้งผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นคาดหวังให้สมเหตุสมผลกับความเสี่ยงของกิจการ
- ใช้อัตราภาษีที่กิจการเสียจริง โดยเฉพาะ SME ที่ได้อัตราขั้นบันได
- ทบทวน WACC ใหม่เมื่อโครงสร้างหนี้ต่อทุนหรืออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยน
WACC ช่วยให้เจ้าของธุรกิจตอบได้ว่าโครงการที่กำลังจะลงทุนคุ้มกับต้นทุนเงินที่แท้จริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่ดูว่ามีกำไรทางบัญชี แต่การประเมินจะแม่นแค่ไหนขึ้นกับคุณภาพของตัวเลขต้นทุนแต่ละก้อนและโครงสร้างเงินทุนที่ใช้จริง
ถ้าอยากคำนวณ WACC ของกิจการ วางโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะ และประเมินความคุ้มค่าของโครงการลงทุนพร้อมผลกระทบทางภาษี ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวิเคราะห์ต้นทุนเงินทุน จัดโครงสร้างหนี้ต่อทุน และเชื่อมกับการวางแผนสภาพคล่องและภาษีให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) (อัปเดต พ.ศ. 2569) ตัวเลขจากเครื่องมือเป็นการประมาณเชิงบริหาร อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและผลตอบแทนที่คาดหวังของแต่ละกิจการต่างกัน โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่ปรึกษาการเงินก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี