ต้นทุนการถือครองสินค้าคงคลัง (Carrying Cost) สต็อกที่กองอยู่กินเงินคุณปีละเท่าไหร่
เจ้าของ SME ที่ขายสินค้ามักมองว่าสต็อกในคลังคือ "ทรัพย์สิน" ที่รอทำเงิน จึงสั่งของเผื่อไว้เยอะ ๆ เพื่อกันของขาด แต่ความจริงคือทุกชิ้นที่ค้างอยู่ในคลังมีต้นทุนแฝงที่กินเงินทุกเดือน ทั้งเงินทุนที่จมไปกับของ ค่าที่เก็บ ค่าประกัน และความเสี่ยงที่สินค้าจะเสื่อมหรือล้าสมัย ต้นทุนก้อนนี้เรียกว่า "ต้นทุนการถือครองสินค้าคงคลัง" (Inventory Carrying Cost) ซึ่งไม่ค่อยโผล่มาเป็นบรรทัดเดียวในงบ ทำให้หลายกิจการประเมินต่ำกว่าความจริง บทความนี้อธิบายว่าต้นทุนนี้ประกอบด้วยอะไร ประเมินคร่าว ๆ ยังไง และลดได้ด้วยวิธีไหน
ต้นทุนการถือครองสินค้าคงคลังคืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ต้นทุนการถือครองคือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการเก็บสินค้าไว้ในคลังตลอดช่วงที่ยังขายไม่ออก ยิ่งของค้างนานและกองมาก ต้นทุนยิ่งสูง โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
- ต้นทุนเงินทุนและค่าเสียโอกาส เงินที่จ่ายซื้อสินค้ามากองไว้คือเงินที่เอาไปใช้อย่างอื่นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ที่ยังต้องจ่าย หรือโอกาสที่จะนำเงินก้อนนั้นไปหมุนหรือลงทุนสร้างผลตอบแทน มักเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุด
- ค่าจัดเก็บในคลัง ค่าเช่าหรือค่าเสื่อมของพื้นที่คลัง ค่าไฟ ค่าระบบควบคุมอุณหภูมิ ชั้นวาง และค่าแรงคนดูแลคลัง ยิ่งเก็บของมากยิ่งต้องใช้พื้นที่และคนมากขึ้น
- ต้นทุนบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยสินค้า ภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่ผูกกับมูลค่าสต็อก และค่าใช้จ่ายในการตรวจนับดูแลรักษา
- ต้นทุนความเสี่ยง ความสูญเสียจากสินค้าเสื่อมสภาพ หมดอายุ ล้าสมัยจนต้องลดราคาล้างสต็อก แตกหักเสียหาย หรือสูญหายจากการทุจริต ยิ่งของค้างนานความเสี่ยงยิ่งสูง
เพื่อให้เห็นภาพ หลายตำราด้านบริหารสินค้าคงคลังมักประเมินต้นทุนถือครองรวมไว้คร่าว ๆ ราว 20-30% ของมูลค่าสินค้าต่อปี โดยมักใช้ค่ากลางประมาณ 25% เป็นจุดเริ่มต้น ตัวเลขนี้เป็นเพียงกรอบอ้างอิงทั่วไป ธุรกิจที่เก็บของนานหรือใช้คลังพิเศษอาจสูงกว่านี้ ส่วนธุรกิจที่หมุนสต็อกเร็วก็อาจต่ำกว่า จึงควรประเมินจากโครงสร้างต้นทุนจริงของกิจการเอง
ประเมินต้นทุนถือครองของกิจการคุณ
ลองใส่มูลค่าสินค้าคงคลังเฉลี่ยและอัตราต้นทุนแต่ละด้านที่ประเมินไว้ต่อปี เครื่องมือนี้จะช่วยกระจายให้เห็นว่าแต่ละส่วนคิดเป็นเงินเท่าไร และรวมกันเป็นต้นทุนถือครองต่อปีประมาณเท่าใด (ปรับอัตราให้ตรงกับกิจการของคุณได้)
ประเมินต้นทุนการถือครองสินค้าคงคลังต่อปีแบบคร่าว ๆ จากมูลค่าสต็อกเฉลี่ยและอัตราต้นทุนแต่ละด้าน
- ต้นทุนเงินทุน/ค่าเสียโอกาสต่อปี—
- ค่าจัดเก็บในคลังต่อปี—
- ต้นทุนบริการและความเสี่ยงต่อปี—
- ต้นทุนถือครองรวมต่อปี (โดยประมาณ)—
เป็นการประมาณเบื้องต้นเพื่อให้เห็นขนาดของต้นทุนแฝงเท่านั้น อัตราจริงแตกต่างกันในแต่ละกิจการ ควรปรับตามโครงสร้างต้นทุนและวิธีตีราคาสินค้าคงเหลือของคุณ
ลดต้นทุนถือครองยังไงให้เงินไม่จมในสต็อก
เมื่อเห็นแล้วว่าสต็อกที่กองอยู่มีต้นทุนจริง เป้าหมายคือถือสินค้าให้พอขายโดยไม่ต้องแบกของเกินความจำเป็น ลองไล่เช็กแนวทางต่อไปนี้กับกิจการของคุณ
- วัดอัตราหมุนเวียนสินค้า (Inventory Turnover) และแยกดูว่าสินค้ารายการไหนขายช้าหรือค้างนานเป็นพิเศษ
- จัดกลุ่มสินค้าแบบ ABC เพื่อโฟกัสคุมสต็อกกลุ่มที่มูลค่าสูงและกลุ่มที่ค้างนานก่อน
- ตั้งจุดสั่งซื้อซ้ำและปริมาณสั่งที่เหมาะสม แทนการสั่งเผื่อครั้งละมาก ๆ จนของล้นคลัง
- เร่งระบายสินค้าค้างสต็อก สินค้าใกล้หมดอายุหรือล้าสมัย ด้วยโปรโมชันหรือช่องทางขายเพิ่มก่อนมูลค่าจะหด
- ตรวจนับสต็อกสม่ำเสมอและกระทบยอดกับบัญชี เพื่อจับของหาย ของเสีย และความคลาดเคลื่อนได้เร็ว
การถือสต็อกไม่ใช่เรื่องผิด แต่การถือมากเกินจำเป็นคือการปล่อยให้เงินทุนจมและต้นทุนแฝงกัดกินกำไรเงียบ ๆ การรู้ขนาดของต้นทุนถือครองจะช่วยให้เจ้าของตัดสินใจเรื่องการสั่งซื้อและการระบายสต็อกได้คมขึ้น
ถ้าอยากรู้ว่าเงินทุนของกิจการจมอยู่ในสต็อกมากแค่ไหน อยากวางระบบคุมสินค้าคงคลังให้เชื่อมกับบัญชี หรือประเมินต้นทุนถือครองที่แท้จริงเพื่อวางแผนการเงิน ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุน จัดระบบสินค้าคงคลัง และเชื่อมข้อมูลกับงบการเงินให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของต้นทุนการถือครองสินค้าคงคลังและการบริหารสต็อก (อัปเดต พ.ศ. 2569) อัตราต้นทุนถือครองเป็นเพียงกรอบอ้างอิงที่ต่างกันในแต่ละกิจการ วิธีตีราคาและการบันทึกบัญชีสินค้าคงเหลือควรเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่ใช้ โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี