จ้าง Outsource เหมาค่าแรง ม.11/1 เราคือนายจ้าง สวัสดิการต้องเท่ากัน ปรับไม่เกิน 100,000
SME จำนวนมากเลือกใช้บริการ Outsource แทนการจ้างพนักงานเอง ตั้งแต่แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย คนขับรถ ไปจนถึงพนักงานแพ็กสินค้าและพนักงานไลน์ผลิตที่บริษัทจัดหาแรงงานส่งคนเข้ามาทำงานในโรงงานของเรา ข้อดีคือยืดหยุ่น เพิ่มลดคนได้ตามออร์เดอร์ และไม่ต้องดูแลเอกสารพนักงานเอง แต่เจ้าของกิจการหลายรายเข้าใจว่าเมื่อจ่ายเงินให้บริษัท Outsource แล้วก็จบ ไม่มีภาระในฐานะนายจ้างอีก ทั้งที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 ซึ่งเพิ่มเข้ามาโดยฉบับแก้ไข พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการที่ใช้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงในงานที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของตน "ถือว่าเป็นนายจ้าง" ของคนเหล่านั้น และต้องจัดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการให้เป็นธรรมเท่าพนักงานที่จ้างตรง ฝ่าฝืนมีโทษปรับตามมาตรา 144/1 บทความนี้แยกให้เห็นว่า Outsource แบบไหนเข้าข่าย แบบไหนเป็นเพียงสัญญาบริการ และฝั่งภาษีต้องหัก ณ ที่จ่ายและจัดการ VAT อย่างไร
Outsource แบบไหนเข้ามาตรา 11/1 แบบไหนเป็นแค่สัญญาจ้างบริการ
มาตรา 11/1 วรรคหนึ่งวางเงื่อนไขไว้ว่า ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานโดยไม่ใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน และงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ ไม่ว่าผู้จัดหาคนจะเป็นฝ่ายควบคุมดูแลการทำงานหรือจ่ายค่าจ้างเองหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานนั้น หัวใจจึงอยู่ที่ลักษณะงาน ไม่ใช่ชื่อสัญญา
- เข้าข่ายลูกจ้างรับเหมาค่าแรง บริษัทจัดหาแรงงานส่งคนเข้ามาทำงานในไลน์ผลิต แพ็กสินค้า จัดเรียงในคลัง หรือยืนขายหน้าร้านของเรา โดยทำงานปะปนกับพนักงานประจำ ใช้เครื่องจักรและสถานที่ของเรา และงานนั้นคือธุรกิจหลักที่เราขายให้ลูกค้า กรณีนี้เราเป็นนายจ้างตามมาตรา 11/1 แม้ค่าจ้างจะจ่ายผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงก็ตาม
- มักเป็นเพียงสัญญาจ้างบริการ จ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยหรือบริษัททำความสะอาดมาดูแลอาคาร โดยบริษัทนั้นรับผิดชอบผลงานตามสัญญา จัดหัวหน้างาน อุปกรณ์ และเครื่องแบบเอง งานรักษาความปลอดภัยหรือทำความสะอาดไม่ใช่กระบวนการผลิตหรือธุรกิจของเรา กรณีนี้โดยทั่วไปเป็นการซื้อบริการ ไม่ใช่ลูกจ้างรับเหมาค่าแรง แต่ถ้าธุรกิจของเราคือบริษัททำความสะอาดแล้วไปรับคนจากบริษัทอื่นมาส่งให้ลูกค้าต่อ งานนั้นกลับเป็นธุรกิจหลักของเราทันที
- จุดที่ศาลและพนักงานตรวจแรงงานดู งานที่ทำเหมือนพนักงานประจำหรือไม่ ใครสั่งงานและประเมินผลในแต่ละวัน ทำงานต่อเนื่องนานแค่ไหน และสัญญาระบุเป็นการส่งคนมาทำงานรายหัวหรือรับผิดชอบผลสำเร็จของงาน ยิ่งใกล้พนักงานประจำมากเท่าไร ยิ่งเข้ามาตรา 11/1 มากเท่านั้น
เมื่อเข้ามาตรา 11/1 ผู้ประกอบกิจการต้องทำอะไร และโทษถ้าไม่ทำ
มาตรา 11/1 วรรคสองสั่งให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ศาลฎีกาเคยวางแนวในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22326–22404/2555 ว่าลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานอย่างเดียวกับพนักงานประจำมีสิทธิได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกัน และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ย้ำให้พนักงานตรวจแรงงานบังคับใช้มาตรานี้อย่างเคร่งครัด
- สวัสดิการที่ต้องเทียบ ค่าอาหาร ค่ากะ เบี้ยขยัน ค่ารถ ชุดฟอร์ม รวมถึงเงินพิเศษอื่นที่พนักงานประจำในตำแหน่งเดียวกันได้รับ หากพนักงานประจำได้แต่ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานแบบเดียวกันไม่ได้ ผู้ประกอบกิจการต้องจัดให้หรือจัดผ่านบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงให้ได้รับเท่ากัน ส่วนสวัสดิการที่ผูกกับอายุงานหรือตำแหน่ง ให้ใช้เกณฑ์เดียวกันกับที่ใช้กับพนักงานประจำ
- โทษตามมาตรา 144/1 ผู้ประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11/1 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และลูกจ้างยังฟ้องเรียกส่วนต่างสวัสดิการย้อนหลังจากผู้ประกอบกิจการได้โดยตรง เพราะกฎหมายถือว่าเราเป็นนายจ้าง
- งานรับเหมาช่วงตามมาตรา 12 ถ้าเราเป็นผู้รับเหมาชั้นต้นแล้วให้ผู้รับเหมาช่วงไปจ้างคนงานอีกทอด กฎหมายให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างในค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าชดเชย และเงินอื่นตามกฎหมาย โดยผู้ที่จ่ายแทนไปแล้วมีสิทธิไล่เบี้ยเอาคืนจากนายจ้างตัวจริงได้ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและโรงงานที่ส่งงานให้ซับคอนแทร็กต์จึงควรตรวจว่าคู่ค้าจ่ายค่าจ้างครบก่อนปิดงวดงาน
- หน้าที่ประกันสังคมและ ภ.ง.ด.1 โดยทั่วไปบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงซึ่งเป็นนายจ้างตามสัญญาเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน นำส่งเงินสมทบ และหักภาษีเงินเดือนของคนเหล่านั้น มาตรา 11/1 ไม่ได้ย้ายหน้าที่เหล่านี้มาที่เรา แต่เราควรขอหลักฐานการนำส่งจากคู่สัญญาเป็นประจำ เพราะหากคู่สัญญาค้างจ่ายค่าจ้างหรือค่าชดเชย ลูกจ้างจะหันมาเรียกร้องจากเราในฐานะนายจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
โรงงานผลิตอาหารแห่งหนึ่งมีพนักงานแพ็กสินค้าประจำ 20 คน ได้ค่าอาหารวันละ 50 บาทและเบี้ยขยันเดือนละ 600 บาท ช่วงออร์เดอร์สูงโรงงานทำสัญญากับบริษัท ก ให้ส่งคนมาแพ็กสินค้าเพิ่มอีก 10 คน ทำงานกะเดียวกัน ใช้เครื่องเดียวกัน หัวหน้าไลน์ของโรงงานเป็นคนสั่งงาน โรงงานจ่ายค่าบริการให้บริษัท ก เป็นรายหัวต่อวัน บริษัท ก จ่ายค่าแรงขั้นต่ำให้คนของตนแต่ไม่มีค่าอาหารและเบี้ยขยัน โรงงานควรมองเรื่องนี้อย่างไร
ฝั่งภาษี จ่ายค่าจ้างเหมาให้บริษัท Outsource หัก ณ ที่จ่าย 3% VAT 7% แต่จ้างยามเองเป็นเงินเดือน 40(1)
ไม่ว่าสัญญาจะเข้ามาตรา 11/1 หรือไม่ เงินที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจ่ายให้บริษัท Outsource เป็นค่าบริการหรือค่าจ้างทำของในทางภาษี ไม่ใช่เงินเดือนของคนงาน ภาระภาษีจึงต่างจากการจ้างคนเข้ามาเอง
- หัก ณ ที่จ่าย 3% ทั้งใบ ค่าจ้างเหมาบริการรักษาความปลอดภัย ทำความสะอาด จัดหาแรงงาน หรือรับเหมาแพ็กสินค้า เป็นค่าบริการตามข้อ 12/1 หรือค่าจ้างทำของตามข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตรา 3% จากค่าบริการก่อน VAT และยื่น ภ.ง.ด.53 เมื่อผู้รับเป็นบริษัท หรือ ภ.ง.ด.3 เมื่อผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา โดยหักจากทั้งจำนวนที่ระบุในใบแจ้งหนี้ แม้ผู้ให้บริการจะแยกบรรทัดว่าเป็นค่าแรงคนงานกับค่าบริหารก็ตาม เพราะคู่สัญญาของเราคือบริษัท Outsource ไม่ใช่คนงาน
- VAT 7% และภาษีซื้อ บริษัท Outsource ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีให้เรา ภาษีซื้อนำไปเครดิตใน ภ.พ.30 ได้ตามปกติหากใบกำกับภาษีถูกต้องและเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ ผู้ให้บริการรายเล็กที่ยังไม่จด VAT จะออกเพียงใบเสร็จรับเงิน เราหัก ณ ที่จ่าย 3% จากยอดเต็มโดยไม่มีภาษีซื้อให้เครดิต
- จ้างยามหรือแม่บ้านเป็นรายคนเอง ถ้าไม่ผ่านบริษัท แต่บริษัทของเราตกลงกับบุคคลธรรมดาให้มาเฝ้าอาคารหรือทำความสะอาดตามเวลาที่เรากำหนด อยู่ใต้ระเบียบและคำสั่งของเรา กรมสรรพากรวินิจฉัยไว้ในหนังสือที่ กค 0706/2356 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2549 ว่าค่าจ้างยามลักษณะนี้เป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40(1) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าและนำส่งด้วย ภ.ง.ด.1 ไม่ใช่หัก 3% แบบค่าบริการ และเมื่อเป็นลูกจ้างแล้วก็ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม จ่ายไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ และมีสิทธิวันหยุดและค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานครบถ้วน
- หลักฐานเพื่อหักรายจ่าย เก็บสัญญาจ้างบริการ ใบแจ้งหนี้ที่ระบุจำนวนคนและช่วงเวลา ใบกำกับภาษี หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และรายงานการเข้างานที่หัวหน้างานของเราลงนาม เอกสารชุดนี้ใช้ทั้งพิสูจน์รายจ่ายกับสรรพากรและพิสูจน์ต่อพนักงานตรวจแรงงานว่าสัญญามีลักษณะอย่างไร
- ระบุชัดว่างานที่จ้างเป็นงานสนับสนุนที่คู่สัญญารับผิดชอบผลงานเอง หรือเป็นการส่งคนเข้ามาทำงานในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของเรา ถ้าเป็นอย่างหลัง วางแผนสวัสดิการตามมาตรา 11/1 ตั้งแต่ต้น
- เทียบตารางสวัสดิการของพนักงานประจำตำแหน่งเดียวกันกับที่ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงจะได้รับ และเขียนในสัญญาให้คู่สัญญาจ่ายให้ครบ พร้อมส่งหลักฐานการจ่ายถึงตัวลูกจ้างทุกเดือน
- ขอสำเนาหนังสือรับรองบริษัท ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 และใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องของคู่สัญญา เช่น ใบอนุญาตธุรกิจรักษาความปลอดภัย
- ขอหลักฐานการนำส่งเงินสมทบประกันสังคมและ ภ.ง.ด.1 ของคนที่ส่งมาทำงานกับเราเป็นรายเดือน เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกจ้างจะมาเรียกร้องจากเราในฐานะนายจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- ตั้งค่าในระบบบัญชีให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าบริการก่อน VAT ทุกใบแจ้งหนี้ ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย และยื่น ภ.ง.ด.53 หรือ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือตามกำหนดที่ขยายให้เมื่อยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต
- ถ้าจ้างบุคคลธรรมดามาทำงานประจำเอง ไม่ผ่านบริษัท ให้ปฏิบัติเป็นลูกจ้างตามมาตรา 40(1) ขึ้นทะเบียนประกันสังคม และทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือ แทนการหัก 3% แบบค่าบริการ
- กรณีรับเหมาก่อสร้างที่มีผู้รับเหมาช่วง เพิ่มเงื่อนไขให้ผู้รับเหมาช่วงส่งหลักฐานการจ่ายค่าจ้างคนงานก่อนเบิกงวดงาน เพื่อรองรับความรับผิดร่วมตามมาตรา 12
กำลังจะใช้ Outsource ชุดแรก หรือใช้อยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าสัญญาเข้ามาตรา 11/1 หรือไม่ และหัก ณ ที่จ่ายถูกประเภทหรือเปล่า ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยทบทวนสัญญาและตารางสวัสดิการ ตั้งค่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายและเครดิตภาษีซื้อให้ถูกต้อง และจัดชุดเอกสารที่ใช้ได้ทั้งกับสรรพากรและพนักงานตรวจแรงงาน
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้บริการ Outsource หรือลูกจ้างรับเหมาค่าแรง (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 มาตรา 12 และมาตรา 144/1 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22326–22404/2555 คำชี้แจงของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 และข้อ 12/1 และหนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0706/2356 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2549 การวินิจฉัยว่าสัญญาใดเข้ามาตรา 11/1 ขึ้นกับข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี และภาครัฐมีแนวคิดแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับลูกจ้างรับเหมาค่าแรงเพิ่มเติม โปรดตรวจประกาศล่าสุดและปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี