กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย · 24 ต.ค. 2569

จ่ายค่านายหน้า บุคคลธรรมดาหักอัตราก้าวหน้า ภ.ง.ด.1 บริษัท 3% ไม่รู้ผู้รับห้ามหักรายจ่าย

ธุรกิจจำนวนมากโตด้วยคนช่วยหาลูกค้า ทั้งนายหน้าอิสระที่พาลูกค้ามาซื้อบ้านหรือรถ เพื่อนที่แนะนำงานให้แล้วขอส่วนแบ่ง ตัวแทนที่รับค่าคอมมิชชั่นตามยอดขาย ไปจนถึง Affiliate ที่แปะลิงก์ขายของออนไลน์ เงินที่จ่ายออกไปเรียกรวม ๆ ว่าค่านายหน้า แต่ภาระภาษีไม่ได้ขึ้นกับชื่อเรียก ขึ้นกับว่าผู้รับเป็นใคร ถ้าจ่ายให้บุคคลธรรมดาภายนอก SME มักหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แล้วยื่น ภ.ง.ด.3 ซึ่งผิดแบบและผิดวิธี เพราะค่านายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ต้องคำนวณตามอัตราก้าวหน้าและยื่น ภ.ง.ด.1 ส่วนที่จ่ายให้บริษัทจึงจะหัก 3% และยื่น ภ.ง.ด.53 และถึงหักภาษีถูก ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าจ่ายให้ใครจริง ค่านายหน้าทั้งก้อนก็เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18) บทความนี้สรุปทั้งสองด้าน คือวิธีหักภาษีให้ถูกตามประเภทผู้รับ และหลักฐานที่ต้องมีเพื่อให้บริษัทหักรายจ่ายได้

ค่านายหน้าเป็นเงินได้ประเภทไหน อยู่ที่ว่าผู้รับเป็นใคร

มาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เป็นเงินได้ประเภทที่ 2 ไม่ว่างานนั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว แต่คำว่าค่านายหน้าไปโผล่ในเงินได้ประเภทอื่นได้ด้วย ผู้จ่ายจึงต้องแยกผู้รับออกเป็นกลุ่มก่อนตัดสินใจว่าหักเท่าไหร่และยื่นแบบไหน

  • พนักงานของบริษัทเอง ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้พนักงานขายซึ่งมีเงินเดือนอยู่แล้ว เป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) ไม่ใช่ 40 (2) หนังสือตอบข้อหารือที่ กค 0706/4108 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2546 วินิจฉัยกรณีพนักงานรับเงินเดือนจากสำนักงานใหญ่และค่านายหน้าจากสาขาของบริษัทเดียวกัน ว่าค่านายหน้านั้นเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) ต้องรวมกับเงินเดือนคำนวณหักภาษีตามมาตรา 50 (1) และยื่น ภ.ง.ด.1 และบริการของพนักงานตามสัญญาจ้างแรงงานได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (ฐ)
  • บุคคลธรรมดาภายนอกที่อยู่ในประเทศไทย เช่น นายหน้าอิสระ คนรู้จักที่แนะนำลูกค้า หรือ Affiliate ที่ไม่ใช่ลูกจ้าง เป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ผู้จ่ายต้องหักภาษีตามมาตรา 50 (1) คือคำนวณตามอัตราก้าวหน้าเสมือนจ่ายทั้งปี แล้วยื่นด้วย ภ.ง.ด.1 ไม่ใช่หัก 3% แล้วยื่น ภ.ง.ด.3 ฝั่งผู้รับเมื่อยื่นภาษีประจำปีหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ร้อยละ 50 แต่เมื่อรวมกับเงินได้ตามมาตรา 40 (1) แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • บุคคลธรรมดาที่มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย มาตรา 50 (1) วรรคท้ายกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้ ไม่ต้องคำนวณแบบอัตราก้าวหน้า และยื่นด้วย ภ.ง.ด.1 ในช่องที่แยกไว้สำหรับผู้รับที่มิได้อยู่ในประเทศไทย
  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 กำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ในอัตราร้อยละ 3.0 ยื่นด้วย ภ.ง.ด.53 ถ้าผู้รับเป็นมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ (นอกจากที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา 47 (7) (ข)) อัตราเป็นร้อยละ 10.0
  • บริษัทต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในประเทศไทย เช่น จ่ายค่านายหน้าให้เอเย่นต์ในต่างประเทศที่หาลูกค้าให้ กรณีนี้อยู่ใต้มาตรา 70 และต้องดูอนุสัญญาภาษีซ้อนของประเทศผู้รับประกอบ นำส่งด้วย ภ.ง.ด.54 ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเป็นรายกรณีก่อนจ่าย
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นคนละเรื่องกับหัก ณ ที่จ่าย ค่านายหน้าเป็นค่าบริการ ถ้าผู้รับเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีคิด VAT 7% เพิ่ม ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณจากค่านายหน้าก่อนรวม VAT และนายหน้าอิสระที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนผู้ให้บริการทั่วไป
เครื่องช่วยตัดสินใจ: จ่ายค่านายหน้าก้อนนี้ต้องหักยังไง ยื่นแบบไหน

ผู้รับค่านายหน้าเป็นใคร

ผู้รับเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ (อยู่ในไทยรวมกันถึง 180 วันในปีภาษี)

ผู้รับเป็นนิติบุคคลประเภทไหน

เป็นเงินได้ 40 (1) รวมกับเงินเดือนคำนวณอัตราก้าวหน้า ยื่น ภ.ง.ด.1

ตามแนวหนังสือที่ กค 0706/4108 ค่าคอมมิชชั่นที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ให้รวมกับเงินเดือนของเดือนนั้นแล้วคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) ตามปกติ ไม่ต้องหัก 3% และไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม แสดงยอดรวมในหนังสือรับรอง 50 ทวิ และ ภ.ง.ด.1ก ปลายปี

เป็นเงินได้ 40 (2) หักตามมาตรา 50 (1) แบบอัตราก้าวหน้า ยื่น ภ.ง.ด.1 ไม่ใช่ ภ.ง.ด.3

คูณค่านายหน้าที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะจ่ายในปี หักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 50 ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว แล้วคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราก้าวหน้า หารด้วยจำนวนคราว ได้เท่าไหร่หักไว้เท่านั้น ถ้าคำนวณแล้วเป็นศูนย์ก็ไม่ต้องหัก แต่ต้องเก็บหลักฐานผู้รับให้ครบและรวมในสรุปประจำปี ใช้เครื่องคำนวณด้านล่างเพื่อดูตัวเลข

หักร้อยละ 15 ของค่านายหน้า ยื่น ภ.ง.ด.1 ช่องผู้รับที่มิได้อยู่ในประเทศไทย

มาตรา 50 (1) กำหนดอัตราคงที่ร้อยละ 15 สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ที่จ่ายให้ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องคูณจำนวนคราวหรือหักค่าใช้จ่าย เก็บหลักฐานถิ่นที่อยู่ของผู้รับ เช่น สำเนาหนังสือเดินทางและที่อยู่ในต่างประเทศ ไว้ประกอบ

หักร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 ยื่น ภ.ง.ด.53 ออก 50 ทวิ ทุกครั้ง

คำนวณจากค่านายหน้าก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าผู้รับจดทะเบียน VAT ต้องได้รับใบกำกับภาษีจากผู้รับด้วย และบริษัทผู้จ่ายขอคืนภาษีซื้อได้ตามปกติเมื่อเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการ

หักร้อยละ 10 ยื่น ภ.ง.ด.53

ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 กำหนดอัตราร้อยละ 10.0 สำหรับมูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้ ยกเว้นมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) ซึ่งไม่ต้องหัก ตรวจรายชื่อองค์การสาธารณกุศลก่อนจ่าย

อยู่ใต้มาตรา 70 และอนุสัญญาภาษีซ้อน ยื่น ภ.ง.ด.54 ควรตรวจเป็นรายกรณี

ผลภาษีขึ้นกับว่าผู้รับอยู่ประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับไทยหรือไม่ มีสถานประกอบการถาวรในไทยหรือไม่ และเอกสารรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีครบหรือไม่ รวมถึงอาจมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ภ.พ.36 ถ้าถือว่าใช้บริการในไทย ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนโอนเงิน

จ่ายให้บุคคลธรรมดา ทำไมหัก 3% ไม่ได้ และคำนวณตามมาตรา 50 (1) ยังไง

มาตรา 50 (1) กำหนดวิธีเดียวกับการหักภาษีเงินเดือน คือให้คูณเงินได้ที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใด แล้วหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เท่าใดให้หักไว้เท่านั้น ผู้จ่ายจึงต้องทำสามขั้น

  • ขั้นที่ 1 ประมาณเงินได้ทั้งปี ถ้าตกลงจ่ายค่านายหน้าเป็นรายเดือน ให้คูณด้วย 12 ถ้าจ่ายเป็นครั้งคราวตามดีลที่ปิดได้โดยไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีกี่ครั้ง ในทางปฏิบัติมักถือว่าคราวที่จ่ายนั้นเป็นเงินได้ทั้งปีไปก่อน และเมื่อจ่ายครั้งต่อไปในปีเดียวกันให้นำยอดสะสมมาคำนวณใหม่แล้วหักส่วนต่าง
  • ขั้นที่ 2 คำนวณภาษีทั้งปีตามมาตรา 48 หักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 50 ของเงินได้แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท แล้วนำเงินได้สุทธิไปเข้าบัญชีอัตราก้าวหน้า เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินเริ่มที่ร้อยละ 5 ไล่ขึ้นไปถึงร้อยละ 35 ค่าลดหย่อนอื่นของผู้รับ เช่น คู่สมรส บุตร หรือเบี้ยประกัน ผู้จ่ายจะนำมาหักได้ก็ต่อเมื่อผู้รับแจ้งรายการให้ไว้ ไม่เช่นนั้นให้ผู้รับไปใช้สิทธิเองตอนยื่น ภ.ง.ด.90
  • ขั้นที่ 3 หารด้วยจำนวนคราวแล้วหักไว้ เช่น ตกลงจ่ายเดือนละ 50,000 บาท 12 เดือน เงินได้ทั้งปี 600,000 บาท หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท และลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 440,000 บาท ภาษีทั้งปี 21,500 บาท หารด้วย 12 หักไว้เดือนละประมาณ 1,792 บาท ถ้าเป็นค่านายหน้าก้อนเดียว 600,000 บาท หักไว้ทั้ง 21,500 บาทในคราวนั้น และถ้าก้อนเดียว 200,000 บาท เงินได้สุทธิเหลือ 40,000 บาท ภาษีเป็นศูนย์ ไม่ต้องหัก
  • นำส่งและออกหนังสือรับรอง ยื่น ภ.ง.ด.1 และนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่าย ถ้ายื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรได้รับขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับ และรวมชื่อผู้รับทุกคนในแบบสรุป ภ.ง.ด.1ก ปลายปีแม้จะไม่มีภาษีให้หักก็ตาม
  • ถ้าเคยหัก 3% แล้วยื่น ภ.ง.ด.3 ไปแล้ว ผู้รับจะไม่มีเครดิตภาษีในระบบที่ตรงกับประเภทเงินได้ และผู้จ่ายเสี่ยงถูกมองว่านำส่งผิดแบบ ควรปรึกษาสำนักงานบัญชีเพื่อยื่นแบบเพิ่มเติมหรือปรับปรุงให้ถูกต้อง การหักน้อยกว่าที่ควรทำให้ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมในภาษีส่วนที่ขาดพร้อมเงินเพิ่ม
คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายค่านายหน้าให้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 50 (1)

ใส่ค่านายหน้าต่อครั้งและจำนวนครั้งที่จะจ่ายในปี (จ่ายก้อนเดียวใส่ 1 จ่ายรายเดือนใส่ 12) ระบบจะหักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 50 ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท แล้วคำนวณตามบัญชีอัตราก้าวหน้าให้

  • เงินได้เสมือนจ่ายทั้งปี (ค่านายหน้าต่อครั้ง x จำนวนคราว)—
  • หักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 50 ไม่เกิน 100,000 บาท—
  • เงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท—
  • ภาษีทั้งปีตามอัตราก้าวหน้า (150,000 บาทแรกยกเว้น)—
  • ภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายต่อครั้ง—

ตัวเลขนี้ใช้กับบุคคลธรรมดาที่อยู่ในประเทศไทยและไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัท โดยสมมติว่าผู้รับไม่ได้แจ้งค่าลดหย่อนอื่นและไม่มีเงินได้ 40 (1) หรือ 40 (2) จากผู้จ่ายรายนี้อีก ถ้าผู้รับมีเงินเดือนจากบริษัทด้วยต้องนำไปรวมคำนวณเป็นก้อนเดียว ส่วนผู้รับที่มิได้อยู่ในประเทศไทยหักร้อยละ 15 คงที่ และนิติบุคคลหักร้อยละ 3

ฝั่งบริษัท ค่านายหน้าหักรายจ่ายได้ ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าจ่ายจริง จ่ายให้ใคร และมีเหตุต้องจ่าย

ค่านายหน้าเป็นรายจ่ายที่สรรพากรเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่องที่ถูกใช้ดึงกำไรออกจากบริษัทได้ง่าย มาตรา 65 ตรี (18) ห้ามนำรายจ่ายซึ่งผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิ และมาตรา 65 ตรี (9) ห้ามรายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง แนวคำวินิจฉัยและคำพิพากษาที่เกี่ยวกับค่านายหน้าโดยตรงมีหลายเรื่อง

  • ไม่มีลายมือชื่อผู้รับ เช็คไม่ระบุชื่อ ถือว่าไม่มีการจ่าย หนังสือตอบข้อหารือที่ กค 0811/742 ลงวันที่ 25 มกราคม 2545 กรณีบริษัทส่งออกจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลธรรมดา แต่เอกสารไม่ปรากฏลายมือชื่อผู้รับเงิน และเช็คที่สั่งจ่ายไม่ระบุชื่อผู้รับ กรมสรรพากรวินิจฉัยว่าเมื่อบริษัทไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้มีการจ่ายค่านายหน้าจริง ถือว่าบริษัทไม่มีการจ่าย ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (9) และ (18)
  • ลูกค้าเป็นหน่วยราชการที่จัดซื้อตามระเบียบ ค่านายหน้าจึงไม่สมเหตุสมผล คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2549 ยอดขายส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นการขายให้หน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจซึ่งจัดซื้อตามระเบียบ ศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายค่านายหน้า พยานหลักฐานการจ่ายก็ไม่มีน้ำหนักพอ จึงเป็นรายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ และเพราะบริษัทเพิ่งนำเอกสารการจ่ายค่านายหน้ามาแสดงในชั้นอุทธรณ์ ไม่ได้ส่งให้เจ้าพนักงานตั้งแต่ชั้นตรวจสอบไต่สวน ศาลจึงไม่งดเบี้ยปรับให้ทั้งหมด คงลดให้เพียงกึ่งหนึ่ง
  • แบบฟอร์มที่บริษัททำเองและมีแค่ลายเซ็น ไม่พอ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5816/2534 บริษัทจ่ายเงินช่วยเหลือชักนำลูกค้าโดยใช้แบบฟอร์มของบริษัทเองที่มีเพียงลายมือชื่อผู้รับ ไม่มีนามสกุลและที่อยู่ ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่มีน้ำหนักให้เชื่อว่าได้จ่ายจริง ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18)
  • จ่ายผ่านตัวกลางต้องตามไปถึงผู้รับปลายทาง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9067/2547 วางหลักว่าการแสดงหลักฐานว่าจ่ายให้บริษัทตัวแทนอย่างเดียวไม่พอ ต้องพิสูจน์ได้ว่าผู้รับปลายทางได้รับเงินไปจริงเท่าใด ใช้ได้กับกรณีจ่ายค่านายหน้าผ่านหัวหน้าทีมหรือผู้รวบรวมด้วย
  • ใบสำคัญจ่ายที่ครบองค์ประกอบใช้เป็นหลักฐานได้ หนังสือตอบข้อหารือที่ กค 0706/4722 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2549 วินิจฉัยว่าใบสำคัญจ่ายที่ระบุชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชนของผู้รับ วันที่ จำนวนเงิน รายละเอียดการจ่าย และมีลายมือชื่อผู้รับเงิน บริษัทมีสิทธิใช้เป็นเอกสารประกอบการลงบัญชีรายจ่ายได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18) แม้เรื่องนั้นเป็นค่าจ้างรายวัน แต่หลักเดียวกันใช้กับค่านายหน้าที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาได้

สรุปเป็นชุดเอกสารที่ควรมีทุกครั้งที่จ่ายค่านายหน้า คือ ข้อตกลงหรือสัญญานายหน้าที่ระบุขอบเขตงานและอัตราค่าตอบแทนล่วงหน้า หลักฐานว่านายหน้าทำงานจริง เช่น ชื่อลูกค้าที่แนะนำ ใบเสนอราคาหรือสัญญาขายที่เชื่อมโยงกับนายหน้าคนนั้น ใบสำคัญจ่ายหรือใบแจ้งหนี้ที่มีชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และลายมือชื่อผู้รับ การโอนเงินเข้าบัญชีชื่อผู้รับหรือเช็คระบุชื่อขีดคร่อม และหนังสือรับรอง 50 ทวิ กับแบบ ภ.ง.ด.1 หรือ ภ.ง.ด.53 ที่ยอดตรงกัน ส่วนการจ่ายเงินให้พนักงานจัดซื้อของลูกค้าหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่สั่งซื้อ ไม่ใช่ค่านายหน้าและมีประเด็นกฎหมายอื่นนอกเหนือจากภาษี ไม่ควรบันทึกเป็นค่านายหน้าเพื่อหักรายจ่าย

เช็กลิสต์ก่อนโอนค่านายหน้าทุกครั้ง
ตรวจให้ครบทั้งฝั่งหัก ณ ที่จ่ายและฝั่งหลักฐานรายจ่าย0/8
  • ระบุประเภทผู้รับให้ชัด พนักงาน บุคคลธรรมดาในไทย บุคคลธรรมดานอกไทย นิติบุคคลไทย มูลนิธิ หรือบริษัทต่างประเทศ แล้วเลือกวิธีหักและแบบยื่นตามประเภทนั้น
  • มีข้อตกลงหรือสัญญานายหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุขอบเขตงาน อัตราค่าตอบแทน และเงื่อนไขการจ่าย ลงวันที่ก่อนดีลที่จะจ่าย
  • เก็บหลักฐานว่านายหน้าทำงานจริง เช่น ชื่อลูกค้าที่แนะนำ อีเมลหรือแชตแนะนำ ใบเสนอราคาหรือสัญญาขายที่ผูกกับนายหน้าคนนั้น
  • ขอสำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือรับรองบริษัทของผู้รับ และใบสำคัญจ่ายหรือใบแจ้งหนี้ที่มีชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ จำนวนเงิน และลายมือชื่อผู้รับ
  • จ่ายโดยโอนเข้าบัญชีชื่อผู้รับโดยตรง หรือเช็คระบุชื่อผู้รับขีดคร่อม ไม่จ่ายเงินสดก้อนใหญ่และไม่จ่ายผ่านคนกลางโดยไม่มีหลักฐานถึงผู้รับปลายทาง
  • ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาในไทย คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แบบอัตราก้าวหน้าและยื่น ภ.ง.ด.1 ถ้าเป็นนิติบุคคลหัก 3% ยื่น ภ.ง.ด.53 ไม่ใช้ ภ.ง.ด.3 กับค่านายหน้า
  • ออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้ผู้รับ และตรวจว่ายอดค่านายหน้าในบัญชี ใบสำคัญจ่าย 50 ทวิ และแบบที่ยื่นตรงกันทุกรายการ
  • ถ้าผู้รับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้รับใบกำกับภาษีถูกต้องก่อนจ่าย และคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากยอดก่อน VAT

ถ้าธุรกิจของคุณจ่ายค่านายหน้าหรือค่าคอมมิชชั่นเป็นประจำ ไม่ว่าจะให้ตัวแทนอิสระ Affiliate หรือพาร์ตเนอร์ในต่างประเทศ และไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาหักภาษีถูกแบบและเก็บหลักฐานพอหรือไม่ CKH Accounting ช่วยวางระบบจ่ายค่านายหน้าตั้งแต่สัญญา ใบสำคัญจ่าย การคำนวณหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทผู้รับ ไปจนถึงการยื่นแบบและแก้ไขแบบที่เคยยื่นผิด ติดต่อปรึกษาเราได้ที่นี่

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่จ่ายค่านายหน้าหรือค่าคอมมิชชั่น (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (1) และ (2) มาตรา 48 มาตรา 50 (1) มาตรา 65 ตรี (9) และ (18) มาตรา 70 มาตรา 81 (1) (ฐ) คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 หนังสือตอบข้อหารือที่ กค 0811/742 กค 0706/4108 และ กค 0706/4722 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5816/2534 9067/2547 และ 171/2549 ตัวเลขค่าใช้จ่ายเหมา ค่าลดหย่อน และอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายในแต่ละปี และข้อเท็จจริงเรื่องสถานะของผู้รับอาจทำให้ผลต่างกันไป โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี