ของแถม ของแจก ของขวัญปีใหม่ ต้องเสีย VAT ขายไหม ต้องออกใบกำกับภาษีไหม ภาษีซื้อขอคืนได้ไหม
ซื้อ 1 แถม 1 แจกสินค้าตัวอย่างหน้าร้าน ส่งกระเช้าปีใหม่ให้ลูกค้ารายใหญ่ หรือจับฉลากแจกรางวัลท้ายปี กิจกรรมเหล่านี้เจ้าของ SME ทำกันเป็นปกติ แต่หลายรายไม่รู้ว่าในสายตาของกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม การเอาสินค้าออกจากสต็อกไปให้คนอื่นโดยไม่เก็บเงิน "ถือเป็นการขาย" ที่ต้องเสียภาษีขาย เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นที่กรมสรรพากรประกาศไว้ บทความนี้สรุปว่าของแถม ของแจก สินค้าตัวอย่าง และของขวัญตามเทศกาล กรณีไหนไม่ต้องเสีย VAT กรณีไหนต้องเสีย ต้องออกใบกำกับภาษีหรือไม่ และภาษีซื้อของสิ่งของเหล่านั้นขอคืนได้หรือเปล่า โดยอ้างอิงจากตัวบทและคำสั่งของกรมสรรพากรโดยตรง
กฎตั้งต้น แจกฟรีก็ถือว่าขาย
มาตรา 77/1(8) แห่งประมวลรัษฎากรนิยามคำว่า "ขาย" ให้รวมถึงการจำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ข้อ 2(10) ก็ระบุชัดว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าโดยไม่มีค่าตอบแทน ถือเป็นการขายสินค้าที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อความรับผิดเกิดขึ้น ดังนั้นโดยหลักแล้ว ของที่แจกฟรีต้องเสียภาษีขายเหมือนของที่ขาย เพียงแต่ไม่จำต้องจัดทำใบกำกับภาษี
ข้อยกเว้นอยู่ที่มาตรา 79(4) ซึ่งให้อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด "ค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี" โดยอนุมัติรัฐมนตรี ประกาศที่ว่านั้นคือ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ซึ่งมีรายการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการขายของ SME อยู่ 4 รายการหลัก ถ้าเข้าเงื่อนไขครบ มูลค่าของสินค้าที่ให้ไปไม่ต้องนำมาเสียภาษีขาย
4 กรณีที่ไม่ต้องนำมูลค่ามาเสียภาษีขาย ตามประกาศฉบับที่ 40
- ข้อ 2(1) ของแถมพร้อมการขาย: มูลค่าของสินค้าที่แถมพร้อมกับการขายสินค้าหรือการให้บริการ ไม่ว่าของแถมจะเป็นสินค้าประเภทและชนิดเดียวกับที่ขายหรือไม่ แต่ มูลค่าของแถมต้องไม่เกินมูลค่าของสินค้าที่ขายหรือบริการ เช่น ซื้อแชมพู 1 ขวดแถมครีมนวด 1 ซอง หรือซื้อเครื่องกรองน้ำแถมไส้กรอง
- ข้อ 2(2) ของแจกหรือรางวัลให้ผู้ซื้อ: สินค้าที่แจกหรือให้เป็นรางวัลแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการที่ซื้อในแต่ละวันโดยมีมูลค่ารวมกันตามที่ผู้ประกอบการกำหนด เช่น ซื้อครบ 1,000 บาทในวันนั้นรับกระบอกน้ำฟรี โดยมูลค่าของแจกต้องไม่เกินมูลค่าของสินค้าที่ขายเช่นกัน
- ข้อ 2(6) ของขวัญตามประเพณี: สินค้าที่แจกหรือให้เป็นของขวัญเนื่องในพิธีหรือโอกาสตามขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ การเปิดแนะนำสินค้าใหม่ เฉพาะสินค้าที่เป็นปฏิทิน สมุดบันทึกประจำวัน (Diary) หรือของขวัญของชำร่วยทำนองเดียวกันที่มีชื่อผู้ประกอบการ ชื่อการค้า หรือเครื่องหมายการค้าปรากฏอยู่ ต้องเป็นสิ่งของที่พึงให้แก่กันตามประเพณีทางธุรกิจทั่วไปและมีราคาไม่เกินสมควร
- ข้อ 2(7) สินค้าตัวอย่าง: มูลค่าของสินค้าตัวอย่างที่แจกเนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น แจกซองทดลองขนาดเล็กหน้าร้านหรือส่งตัวอย่างให้ลูกค้าธุรกิจทดสอบก่อนสั่งซื้อ
สังเกตว่ากรณีที่ไม่อยู่ในรายการ เช่น รางวัลจากการจับฉลากชิงโชค ที่ผู้รับไม่ได้ซื้อสินค้าในวันนั้น หรือของขวัญปีใหม่ที่ไม่ใช่ปฏิทิน ไดอารี่ หรือของชำร่วยติดโลโก้ เช่น กระเช้าผลไม้ ไวน์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า จะกลับไปใช้กฎตั้งต้น คือต้องนำมูลค่าไปรวมเป็นฐานภาษีและเสียภาษีขาย หนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811(กม)/466 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2541 ก็แยกสองกรณีนี้ไว้ชัดเจน ของแถมที่มูลค่าไม่เกินสินค้าที่ขายไม่ต้องรวมฐานภาษี แต่รางวัลจากการจับฉลากต้องนำมูลค่ามารวมเป็นฐานภาษี
ร้านของคุณจดทะเบียน VAT ปลายปีอยากขอบคุณลูกค้าประจำ 30 ราย กำลังเลือกระหว่างสามทางเลือกนี้ ทางเลือกไหนที่ไม่ต้องเสียภาษีขายจากมูลค่าของที่ให้ไป
ต้องออกใบกำกับภาษีให้ของแถมของแจกไหม
คำตอบต่างกันตามประเภทของกิจกรรม คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 วางไว้สองกรณี
- ของแถมพร้อมการขาย (ข้อ 13): ผู้ประกอบการต้องจัดทำใบกำกับภาษีโดย ระบุชนิด ประเภท และปริมาณของสินค้าที่แถมไว้ในใบกำกับภาษีฉบับเดียวกันกับสินค้าที่ขาย แต่ไม่ต้องนำมูลค่าของแถมมารวมคำนวณเป็นฐานภาษี ในทางปฏิบัติคือใส่รายการของแถมเป็นอีกบรรทัดในใบกำกับภาษี ระบุจำนวน และแสดงมูลค่าเป็นศูนย์หรือระบุว่าเป็นของแถม เพื่อให้พิสูจน์ได้ว่าเป็นการแถมพร้อมการขายจริง ถ้าออกใบกำกับภาษีขายไปแล้วโดยไม่ระบุของแถม เวลาถูกตรวจจะอธิบายยากว่าของที่หายไปจากสต็อกเป็นของแถมหรือเป็นการขายที่ไม่ออกใบกำกับ
- ของแจก สินค้าตัวอย่าง และของขวัญตามข้อยกเว้นอื่นของประกาศฉบับที่ 40 (ข้อ 2(12)): เมื่อไม่ต้องนำมูลค่ามารวมเป็นฐานภาษี จึง ไม่ต้องจัดทำใบกำกับภาษี เพราะไม่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้รับ
- ของแจกที่ไม่เข้าข้อยกเว้น (ข้อ 2(10)): ถือเป็นการขายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยไม่จำต้องจัดทำใบกำกับภาษี แต่ต้องนำมูลค่ามารวมเป็นฐานภาษีเพื่อยื่นใน ภ.พ.30 ของเดือนที่ส่งมอบ
ไม่ว่าจะออกใบกำกับภาษีหรือไม่ สินค้าทุกชิ้นที่ออกจากสต็อกเพื่อแถม แจก หรือเป็นตัวอย่าง ต้องตัดออกจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบให้ตรงกับของจริง เพราะรายงานสต็อกเป็นสิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่ใช้กระทบกับยอดขาย ถ้าของหายไปโดยไม่มีหลักฐานว่าเป็นของแถมหรือของแจกที่เข้าข้อยกเว้น เจ้าหน้าที่มีสิทธิถือว่าเป็นการขายที่ไม่ได้เสียภาษี
ภาษีซื้อของสิ่งที่นำไปแถมหรือแจก ขอคืนได้ไหม
เรื่องภาษีซื้อเป็นคนละประเด็นกับภาษีขาย และผลลัพธ์อาจสวนทางกัน
- ของแถมและของแจกเพื่อส่งเสริมการขาย: ภาษีซื้อจากการซื้อสินค้ามาแถมหรือแจกให้ลูกค้าตามแผนส่งเสริมการขาย เป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ นำมาหักออกจากภาษีขายได้ ตามแนวหนังสือตอบข้อหารือเลขที่ กค 0811(กม)/466 ซึ่งให้เครดิตภาษีซื้อได้ทั้งของแถมและของรางวัล แม้ของรางวัลจับฉลากจะต้องเสียภาษีขายก็ตาม
- ของขวัญปีใหม่และกระเช้าให้ลูกค้า: ภาษีซื้อเป็น ภาษีซื้อต้องห้าม ตามมาตรา 82/5(4) ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ข้อ 5 เพราะถือเป็นรายจ่ายเพื่อการรับรอง ซึ่งรวมค่าสิ่งของหรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลที่ได้รับการรับรอง กรมสรรพากรอธิบายกรณีกระเช้าของขวัญไว้ตรง ๆ ว่าภาษีซื้อขอคืนไม่ได้ แม้ตัวกระเช้าจะเข้าข้อยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีขายเมื่อเป็นของที่ให้กันตามประเพณีและมีมูลค่าสมควร
- ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล: ของขวัญให้ลูกค้าเป็นค่ารับรองที่หักรายจ่ายได้ไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราว ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) และยังติดเพดานรวมของค่ารับรองต่อรอบบัญชี ส่วนของแถมและสินค้าตัวอย่างตามแผนส่งเสริมการขายเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการตามปกติที่ไม่ติดเพดานนี้
- มีเงื่อนไขโปรโมชันเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุช่วงเวลา ยอดซื้อขั้นต่ำ และของแถมหรือของแจกที่จะให้ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นการแถมพร้อมการขายหรือแจกให้ผู้ซื้อในแต่ละวันจริง
- เทียบแล้วว่ามูลค่าของแถมหรือของแจกไม่เกินมูลค่าสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าซื้อในคราวนั้น
- ใบกำกับภาษีขายทุกฉบับที่มีของแถม ระบุชนิด ประเภท และปริมาณของแถมไว้ในฉบับเดียวกัน
- ของขวัญตามเทศกาลเลือกเป็นปฏิทิน ไดอารี่ หรือของชำร่วยที่มีชื่อหรือโลโก้กิจการ ถ้าเป็นกระเช้าหรือของอื่น รู้แล้วว่าต้องเสียภาษีขายและภาษีซื้อขอคืนไม่ได้
- ตัดสินค้าที่แถม แจก หรือเป็นตัวอย่างออกจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ พร้อมทะเบียนแจกที่ระบุวันที่ รายการ จำนวน และผู้รับ
- ถ้ามีการจับฉลากชิงโชค ได้แยกมูลค่ารางวัลไปรวมฐานภาษีขายใน ภ.พ.30 และตรวจประเด็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายของผู้รับรางวัลแล้ว
บริษัทขายเครื่องกรองน้ำจดทะเบียน VAT จัดโปรโมชันซื้อเครื่องกรองน้ำราคา 5,000 บาท แถมไส้กรองมูลค่า 800 บาท ข้อใดถูกต้อง
สรุปคือ สินค้าที่ออกจากสต็อกไปโดยไม่เก็บเงินถือเป็นการขายที่ต้องเสียภาษีขายเป็นหลัก ยกเว้นของแถมพร้อมการขาย ของแจกให้ผู้ซื้อ สินค้าตัวอย่าง และของขวัญตามประเพณีที่เป็นปฏิทิน ไดอารี่ หรือของชำร่วยติดชื่อกิจการ ซึ่งไม่ต้องนำมูลค่ามารวมเป็นฐานภาษีเมื่อเข้าเงื่อนไขครบ ของแถมต้องระบุในใบกำกับภาษีฉบับเดียวกับสินค้าที่ขาย ส่วนของแจกและสินค้าตัวอย่างไม่ต้องออกใบกำกับภาษี และอย่าลืมว่าภาษีซื้อของของแถมของแจกขอคืนได้ แต่ภาษีซื้อของขวัญที่เป็นค่ารับรองขอคืนไม่ได้แม้ไม่ต้องเสียภาษีขายก็ตาม
กำลังวางแผนโปรโมชันปลายปี หรือไม่แน่ใจว่าของแถมของแจกที่ผ่านมาบันทึกภาษีขายและภาษีซื้อถูกต้องหรือไม่ ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยออกแบบเงื่อนไขโปรโมชันให้เข้าข้อยกเว้น ตรวจรูปแบบใบกำกับภาษีที่มีของแถม และกระทบยอดรายงานสต็อกกับ ภ.พ.30 ให้พร้อมรับการตรวจสอบ
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีของแถม ของแจก สินค้าตัวอย่าง และของขวัญ (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1(8) มาตรา 79(4) และมาตรา 82/5(4) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ข้อ 2(1) (2) (6) และ (7) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ข้อ 5 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ข้อ 2(10) ข้อ 2(12) และข้อ 13 กฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) และหนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811(กม)/466 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2541 ตัวเลขราคาสินค้าในบทความเป็นการสมมติเพื่ออธิบาย การตีความว่าของขวัญมีมูลค่า "ไม่เกินสมควร" หรือไม่ขึ้นกับข้อเท็จจริงแต่ละกรณี โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี