โอนหุ้นบริษัทจำกัด ทำยังไง ตราสารต้องมีพยาน อากรแสตมป์ 1 บาทต่อ 1,000 กำไรหัก ณ ที่จ่ายไหม
เมื่อหุ้นส่วนคนหนึ่งอยากถอนตัว มีนักลงทุนใหม่เข้ามาร่วมทุน หรือเจ้าของต้องการโอนหุ้นให้ลูกหลานเพื่อวางแผนสืบทอดกิจการ ทางออกที่ง่ายกว่าการลดทุนหรือเพิ่มทุนคือ "โอนหุ้น" ระหว่างผู้ถือหุ้นเดิมกับผู้รับโอน แต่ SME จำนวนมากทำแค่ตกลงกันปากเปล่า จ่ายเงินแล้วแก้ชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) โดยไม่มีตราสารโอนหุ้น ไม่ติดอากรแสตมป์ และไม่รู้ว่าผู้ซื้อมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากกำไรของผู้ขาย ผลคือการโอนอาจตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้ยันบริษัทไม่ได้ และมีความเสี่ยงทั้งเงินเพิ่มอากรแสตมป์และภาษีที่ไม่ได้หักนำส่ง บทความนี้สรุปว่าการโอนหุ้นในบริษัทจำกัดต้องทำอะไรบ้าง เอกสารมีอะไร อากรแสตมป์คิดจากอะไร ใครจ่าย กำไรจากการขายหุ้นเสียภาษีอย่างไร และต้องแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือไม่
กฎหมายบังคับอะไรบ้างเมื่อโอนหุ้นชนิดระบุชื่อ
หุ้นของบริษัทจำกัดในไทยเกือบทั้งหมดเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วางหลักว่าหุ้นย่อมโอนกันได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่ข้อบังคับของบริษัทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เช่น ให้ต้องเสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมก่อน หรือให้คณะกรรมการอนุมัติ จึงต้องเปิดข้อบังคับบริษัทดูก่อนทุกครั้ง จากนั้นมาตราเดียวกันกำหนดเงื่อนไขของตัวการโอนไว้ 3 ข้อที่พลาดไม่ได้
- ต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน และมีพยานอย่างน้อย 1 คนลงชื่อรับรองลายมือชื่อนั้น ถ้าไม่ครบ กฎหมายบัญญัติว่าการโอน "เป็นโมฆะ"
- ตราสารต้องระบุเลขหมายของหุ้นที่โอน ไม่ใช่แค่จำนวนหุ้น ต้องบอกว่าหุ้นหมายเลขใดถึงหมายเลขใด ซึ่งดูได้จากใบหุ้นและสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
- ต้องจดแจ้งการโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น ทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้รับโอน มิฉะนั้นจะนำการโอนมาใช้ยันบริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือถ้าบริษัทยังไม่ลงทะเบียน ผู้รับโอนก็ยังไม่มีสิทธิประชุมหรือรับเงินปันผลในสายตาบริษัท
นอกจากนี้ มาตรา 1130 ให้บริษัทมีสิทธิไม่ยอมรับจดทะเบียนการโอนหุ้นที่ยังค้างชำระค่าหุ้นอยู่ ส่วนมาตรา 1141 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้อง สมุดทะเบียนเล่มนี้จึงเป็นเอกสารที่กรรมการต้องดูแลให้เป็นปัจจุบันเสมอ ไม่ใช่แค่ทำไว้ตอนจดตั้งบริษัทแล้วเก็บเข้าลิ้นชัก
- เปิดข้อบังคับบริษัทและสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น — ตรวจว่าข้อบังคับกำหนดเงื่อนไขการโอนไว้หรือไม่ เช่น สิทธิซื้อก่อนของผู้ถือหุ้นเดิมหรือการอนุมัติของกรรมการ และตรวจว่าหุ้นที่จะโอนชำระค่าหุ้นครบแล้ว พร้อมจดเลขหมายหุ้นที่จะโอนไว้
- ตกลงราคาและทำตราสารโอนหุ้นเป็นหนังสือ — ระบุชื่อผู้โอน ผู้รับโอน จำนวนหุ้น เลขหมายหุ้น ราคาโอน วันที่โอน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย และให้พยานอย่างน้อย 1 คนลงชื่อรับรอง ตามมาตรา 1129
- ติดอากรแสตมป์บนตราสารโอนหุ้น — ผู้โอนเป็นผู้เสียอากรในอัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท คิดจากราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือราคาในตราสาร แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า และผู้รับโอนเป็นผู้ขีดฆ่าอากร
- ผู้ซื้อหักภาษี ณ ที่จ่ายจากกำไรของผู้ขาย (ถ้ามี) — ถ้าผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาและขายได้สูงกว่าเงินที่ลงทุน ส่วนต่างเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ช) ผู้จ่ายเงินต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าตามมาตรา 50(2) เฉพาะส่วนกำไร ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
- กรรมการจดแจ้งการโอนลงสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและออกใบหุ้นใหม่ — บันทึกชื่อ ที่อยู่ของผู้รับโอน เลขหมายหุ้น และวันที่โอน ยกเลิกใบหุ้นเดิมของผู้โอนแล้วออกใบหุ้นให้ผู้รับโอน ถ้าข้อบังคับกำหนดให้กรรมการหรือที่ประชุมอนุมัติ ให้ทำรายงานการประชุมไว้ด้วย
- จัดทำ บอจ.5 ฉบับใหม่และนำส่ง DBD — การโอนหุ้นเป็นเรื่องภายในบริษัท ไม่ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกับนายทะเบียน แต่ควรยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับปัจจุบันผ่านระบบ DBD e-Filing ทันทีหลังโอน และต้องนำส่งหลังประชุมสามัญประจำปีภายใน 14 วันตามปกติอยู่แล้ว เพื่อให้ข้อมูลผู้ถือหุ้นที่ธนาคาร คู่ค้า และสรรพากรคัดจาก DBD ตรงกับความจริง
อากรแสตมป์ตราสารโอนหุ้น ใครจ่าย คิดจากตัวเลขไหน
บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ลักษณะแห่งตราสาร 2 กำหนดว่าการโอนใบหุ้น ใบหุ้นกู้ พันธบัตร และใบรับรองหนี้ที่บริษัทเป็นผู้ออก ต้องเสียอากร 1 บาท ต่อทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท โดยคิดตาม ราคาหุ้นที่ชำระแล้ว หรือราคาในตราสาร แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ผู้ที่ต้องเสียอากรคือผู้โอน และผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์คือผู้รับโอน ข้อยกเว้นมีเฉพาะการโอนพันธบัตรรัฐบาลไทย และการโอนใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ที่สหกรณ์หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นผู้ออก การโอนหุ้นบริษัทจำกัดทั่วไปจึงต้องติดอากรทุกกรณี แม้จะโอนให้ญาติในราคาเท่าทุนหรือโอนโดยไม่คิดเงินก็ตาม เพราะฐานอากรอย่างน้อยคือราคาหุ้นที่ชำระแล้ว
- ตัวอย่างขายสูงกว่าทุน โอนหุ้น 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ชำระเต็มแล้ว (1,000,000 บาท) ในราคา 1,500,000 บาท ฐานอากรใช้ 1,500,000 บาท อากรแสตมป์ 1,500 บาท
- ตัวอย่างขายต่ำกว่าทุน หุ้นชุดเดียวกันโอนในราคา 800,000 บาท ฐานอากรใช้ราคาหุ้นที่ชำระแล้ว 1,000,000 บาท ซึ่งสูงกว่า อากรแสตมป์ 1,000 บาท
- ถ้าไม่ติดอากรหรือติดไม่ครบ ตราสารนั้นใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มครบ ซึ่งเงินเพิ่มอาจสูงถึง 6 เท่าของค่าอากร ดังนั้นควรติดและขีดฆ่าให้เรียบร้อยในวันที่ลงนาม
กำไรจากการขายหุ้นเสียภาษีอย่างไร และใครมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4)(ช) กำหนดให้ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหุ้น เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน เป็นเงินได้พึงประเมินของผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดา ต่างจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับยกเว้นภาษี กำไรจากการขายหุ้นบริษัทจำกัดนอกตลาดต้องเสียภาษีเต็มจำนวน และเป็นเงินได้ประเภทที่ ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าตามมาตรา 50(2) โดยคำนวณเฉพาะส่วนกำไร ไม่ใช่ราคาขายทั้งก้อน แนวทางที่กรมสรรพากรตอบข้อหารือไว้ยืนยันว่าหน้าที่นี้มีทั้งกรณีผู้ซื้อเป็นบริษัท (หนังสือที่ กค 0811/5267 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2544) และกรณีผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาด้วยกัน (หนังสือที่ กค 0706/2168 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2546)
- ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา กำไร = ราคาขาย ลบ เงินที่ลงทุนในหุ้นนั้น (ค่าหุ้นที่ชำระหรือราคาที่ซื้อต่อมา) ผู้ซื้อหักภาษี ณ ที่จ่ายจากกำไรตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นำส่งด้วย ภ.ง.ด.2 และผู้ขายต้องนำกำไรไปรวมยื่น ภ.ง.ด.90 ปลายปีตามมาตรา 56 โดยใช้ภาษีที่ถูกหักไว้เป็นเครดิต
- ขายเท่าทุนหรือต่ำกว่าทุน ไม่มีเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ช) จึงไม่มีอะไรให้หัก ณ ที่จ่าย แต่ยังต้องติดอากรแสตมป์ตามข้างต้น และควรเก็บหลักฐานราคาทุนเดิม เช่น ใบสำคัญรับชำระค่าหุ้นหรือตราสารโอนหุ้นครั้งก่อน ไว้พิสูจน์
- ผู้ขายเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน กำไรจากการขายหุ้นนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ และถ้าโอนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินราคาตามราคาตลาดตามมาตรา 65 ทวิ (4)
- ราคาโอนควรมีที่มา การใช้ราคาพาร์ทั้งที่บริษัทมีกำไรสะสมสูง หรือใช้ราคาสูงเกินจริงเพื่อดึงเงินออกจากบริษัทผู้ซื้อ ล้วนเป็นจุดที่สรรพากรถามถึงได้ ควรมีมูลค่าตามบัญชีล่าสุดหรือหลักฐานการต่อรองประกอบ
นาย ก. ถือหุ้นบริษัท SME แห่งหนึ่ง 5,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ชำระเต็มแล้ว ตกลงขายทั้งหมดให้บริษัท ข. ในราคา 900,000 บาท ทำตราสารโอนหุ้นถูกต้อง ข้อใดถูกต้องที่สุด
ไม่ต้องจดทะเบียนกับ DBD แต่ต้องอัปเดตให้ทันและเก็บเอกสารให้ครบ
หลายคนเข้าใจว่าต้องไปจดทะเบียนเปลี่ยนผู้ถือหุ้นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเหมือนตอนเปลี่ยนกรรมการ ความจริงคือรายชื่อผู้ถือหุ้นไม่ใช่รายการที่จดทะเบียนไว้กับนายทะเบียน การโอนหุ้นจึงมีผลสมบูรณ์เมื่อทำตราสารถูกต้องและจดแจ้งลงสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทเอง สิ่งที่ DBD ได้รับคือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ซึ่งบริษัทต้องนำส่งหลังประชุมสามัญประจำปีทุกปี และสามารถยื่นฉบับปรับปรุงระหว่างปีได้เมื่อมีการโอนหุ้น แต่อย่าลืมว่าถ้าการโอนหุ้นทำให้ผู้ถือหุ้นเหลือไม่ถึง 2 คน หรือผู้รับโอนเป็นชาวต่างชาติจนสัดส่วนหุ้นต่างชาติเปลี่ยน อาจกระทบเงื่อนไขกฎหมายอื่นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
- ตราสารโอนหุ้นที่ระบุเลขหมายหุ้น ราคาโอน ลงลายมือชื่อผู้โอน ผู้รับโอน และพยานอย่างน้อย 1 คน
- อากรแสตมป์ติดครบตามอัตรา 1 บาทต่อ 1,000 บาท และผู้รับโอนขีดฆ่าพร้อมลงวันที่แล้ว
- หลักฐานการรับชำระเงินค่าหุ้น เช่น สลิปโอนเงินหรือใบสำคัญรับเงิน ที่ตรงกับราคาในตราสาร
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายและสำเนา ภ.ง.ด.2 กรณีผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาและมีกำไร
- รายงานการประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้นอนุมัติการโอน ถ้าข้อบังคับบริษัทกำหนดไว้
- สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นบันทึกการโอนแล้ว ยกเลิกใบหุ้นเดิมและออกใบหุ้นใหม่ให้ผู้รับโอน
- บอจ.5 ฉบับปรับปรุงยื่นผ่าน DBD e-Filing และแจ้งผู้ทำบัญชีให้ปรับส่วนของผู้ถือหุ้นและรายการเกี่ยวโยง
กำลังจะรับหุ้นส่วนใหม่ ซื้อหุ้นคืนจากหุ้นส่วนเดิม หรือโอนหุ้นให้ทายาท และไม่แน่ใจว่าตราสาร อากรแสตมป์ และภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องทำอย่างไรให้ครบ ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยตรวจข้อบังคับบริษัท ร่างตราสารโอนหุ้น คำนวณอากรแสตมป์และภาษีจากกำไร พร้อมจัดทำ บอจ.5 ให้ตรงกับความจริง
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของการโอนหุ้นในบริษัทจำกัด (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 มาตรา 1130 มาตรา 1138 และมาตรา 1141 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ลักษณะแห่งตราสาร 2 ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4)(ช) มาตรา 50(2) มาตรา 56 และมาตรา 65 ทวิ (4) และหนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0811/5267 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2544 และ กค 0706/2168 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2546 ตัวเลขราคาหุ้นในบทความเป็นการสมมติเพื่ออธิบาย จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายจริงขึ้นกับการคำนวณตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ และข้อบังคับของแต่ละบริษัทอาจกำหนดเงื่อนไขการโอนเพิ่มเติม โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี