หจก. ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจงบแทน CPA ได้ไหม เกณฑ์ทุน 5 ล้าน รายได้ 30 ล้าน
นิติบุคคลไทยทุกรายมีหน้าที่จัดทำงบการเงินประจำปี และงบนั้นต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีก่อนนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และแนบยื่นพร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 ต่อกรมสรรพากร แต่หลายคนไม่รู้ว่าห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เสมอไป กฎหมายเปิดให้ใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ซึ่งค่าบริการมักถูกกว่าได้ บทความนี้สรุปว่าใครใช้ TA ได้ ใครต้องใช้ CPA และเกณฑ์ขนาดที่ต้องดู
ทุกนิติบุคคลต้องส่งงบที่ผ่านการตรวจสอบ
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชน หรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (หจก. และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล) ล้วนต้องปิดงบและให้ผู้สอบบัญชีตรวจก่อนนำส่ง โดยมีจุดที่ต้องรู้ดังนี้
- งบต้องมีผู้สอบบัญชีเซ็นรับรอง — จะยื่นงบต่อ DBD และแนบ ภ.ง.ด.50 ได้ ต้องผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีที่ขึ้นทะเบียนไว้
- บริษัทจำกัดใช้ได้เฉพาะ CPA — ไม่ว่าบริษัทจะเล็กแค่ไหน ยอดขายน้อยเพียงใด งบก็ต้องตรวจโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เท่านั้น
- ห้างหุ้นส่วนเล็กมีทางเลือกเพิ่ม — ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่เข้าเกณฑ์ขนาดเล็กสามารถเลือกใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) แทน CPA ได้ หรือจะใช้ CPA ก็ได้เช่นกัน
- กำหนดนำส่งงบ — ห้างหุ้นส่วนต้องนำส่งงบการเงินต่อ DBD ภายใน 5 เดือนนับแต่วันปิดรอบบัญชี ส่วนบริษัทต้องจัดประชุมอนุมัติงบก่อนแล้วจึงนำส่งตามกำหนด
TA ตรวจได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนเล็ก ต้องเข้าครบทั้ง 3 เกณฑ์
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (Tax Auditor: TA) ตรวจสอบและรับรองบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีขนาดไม่เกินเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งต้องเข้าครบทั้งสามข้อพร้อมกัน
- ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท — ดูจากทุนที่จดทะเบียนไว้ ณ วันสิ้นรอบบัญชี
- สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท — ยอดสินทรัพย์รวมตามงบแสดงฐานะการเงิน
- รายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท — รายได้รวมทั้งรอบระยะเวลาบัญชี
- เกินข้อใดข้อหนึ่งต้องใช้ CPA — หากทุน สินทรัพย์รวม หรือรายได้รวมข้อใดข้อหนึ่งเกินเกณฑ์ ห้างหุ้นส่วนนั้นต้องกลับไปใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
หจก. แห่งหนึ่งมีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 18 ล้านบาท แต่ปีนี้รายได้รวมพุ่งเป็น 35 ล้านบาท จะใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) เซ็นรับรองงบได้ไหม
TA กับ CPA ต่างกันตรงไหน
ทั้งสองต่างเป็นผู้สอบบัญชีที่ขึ้นทะเบียนและมีใบอนุญาต แต่มีขอบเขตและจุดเน้นต่างกัน
- ขอบเขตงาน — CPA ตรวจและรับรองงบได้ทุกประเภทนิติบุคคล ส่วน TA รับรองได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กตามเกณฑ์ข้างต้น
- จุดเน้นการตรวจ — CPA แสดงความเห็นต่องบตามมาตรฐานการสอบบัญชี ส่วน TA ตรวจความถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญและเน้นความถูกต้องด้านภาษีอากรควบคู่กัน
- การกำกับดูแล — TA ต้องยื่นแบบ บภ.07 แจ้งจำนวนและรายชื่อห้างหุ้นส่วนที่จะลงลายมือชื่อรับรองต่อกรมสรรพากร และแจ้งการเปลี่ยนแปลงด้วยแบบ บภ.08
- ค่าบริการ — โดยทั่วไปค่าสอบบัญชีของ TA มักต่ำกว่า CPA ทำให้เป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนของห้างหุ้นส่วนขนาดเล็กได้
- เป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (หจก./ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล) ไม่ใช่บริษัทจำกัด
- ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท
- สินทรัพย์รวม ณ วันสิ้นรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท
- รายได้รวมทั้งรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท
- ตรวจว่าผู้สอบบัญชีขึ้นทะเบียนและใบอนุญาตยังไม่หมดอายุก่อนให้เซ็นรับรอง
การเลือกผู้สอบบัญชีให้ตรงกับประเภทและขนาดของกิจการช่วยให้งบผ่านการรับรองได้ถูกต้องและประหยัดค่าใช้จ่าย หากไม่แน่ใจว่าห้างหุ้นส่วนของคุณเข้าเกณฑ์ใช้ TA ได้หรือไม่ หรือต้องการวางแผนปิดงบให้ทันกำหนด ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยดูขนาดกิจการ จัดทำบัญชี และประสานผู้สอบบัญชีที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับปี พ.ศ. 2569 อ้างอิงหลักเกณฑ์ขอบเขตงานของผู้สอบบัญชีภาษีอากรตามกรมสรรพากร (ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมและรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท) หลักเกณฑ์และเกณฑ์ขนาดอาจมีการปรับปรุง โปรดตรวจสอบกับประกาศฉบับล่าสุดของกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี