กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
รายได้ · 31 ก.ค. 2569

สินค้าฝากขาย (Consignment) บันทึกบัญชี–รับรู้รายได้ และจุด VAT ต่างจากขายขาดยังไง

ร้านค้าและซัพพลายเออร์ SME จำนวนมากใช้วิธี "ฝากขาย" (Consignment) คือเอาสินค้าไปวางขายที่หน้าร้านคนอื่น แล้วค่อยแบ่งเงินกันเมื่อขายได้ วิธีนี้ช่วยกระจายสินค้าโดยร้านไม่ต้องลงทุนซื้อของก่อน แต่หลายคนบันทึกบัญชีและออกใบกำกับภาษีผิด เพราะเข้าใจว่า "ส่งของออกจากคลังแล้ว = ขายแล้ว" ทั้งที่การฝากขายกับการขายขาด (ขายเด็ดขาดให้ร้าน) รับรู้รายได้และเกิดจุด VAT คนละเวลากัน บทความนี้สรุปให้เจ้าของธุรกิจเห็นความต่าง และเงื่อนไขสำคัญตามประมวลรัษฎากร

ฝากขาย ต่างจากขายขาดตรงที่ "ใครเป็นเจ้าของสินค้า"

หัวใจของการแยกสองแบบนี้อยู่ที่กรรมสิทธิ์และความเสี่ยงในสินค้า ยังอยู่กับใคร

  • ขายขาด — ผู้ขายส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ให้ร้านทันที ร้านกลายเป็นเจ้าของสินค้า ขายได้หรือขายไม่ได้ก็เป็นความเสี่ยงของร้าน ผู้ขายรับรู้รายได้และตัดสต็อกออกตั้งแต่ตอนส่งมอบ
  • ฝากขาย — ผู้ฝากขาย (ตัวการ) ยังเป็นเจ้าของสินค้า จนกว่าร้าน (ตัวแทน) จะขายให้ลูกค้าปลายทาง สินค้าที่วางอยู่หน้าร้านยังนับเป็นสินค้าคงเหลือของผู้ฝากขาย ไม่ใช่ของร้าน ถ้าขายไม่ออกก็ส่งคืนได้

ผลตามมาคือ ผู้ฝากขายจะยังไม่ตัดสินค้าออกจากสต็อกและยังไม่รับรู้รายได้ตอนที่ส่งของไปวางที่ร้าน ต้องรอจนร้านขายของชิ้นนั้นให้ลูกค้าจริง ๆ ก่อน ส่วนร้าน (ตัวแทน) จะไม่บันทึกสินค้าฝากขายเป็นสินค้าคงเหลือของตัวเอง เพราะไม่ใช่ของร้าน และรับรู้เฉพาะรายได้ค่าบำเหน็จหรือส่วนแบ่ง (commission) เมื่อขายได้

รับรู้รายได้เมื่อไหร่ บันทึกบัญชียังไง

ตามหลักการรับรู้รายได้ (TFRS 15 สำหรับกิจการทั่วไป และมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับ NPAEs) รายได้จะรับรู้เมื่อโอนการควบคุมสินค้าให้ลูกค้าปลายทาง ซึ่งในการฝากขายจะเกิดตอนที่ร้านขายของให้ลูกค้า ไม่ใช่ตอนส่งของไปฝาก

  • ตอนส่งสินค้าไปฝากขาย — ผู้ฝากขายยังไม่รับรู้รายได้ แค่โอนสินค้าจากบัญชีสินค้าคงเหลือปกติไปเป็น "สินค้าฝากขาย" (ยังเป็นสินทรัพย์ของตัวเอง) เพื่อคุมยอดว่าของอยู่ที่ร้านไหนเท่าไร
  • ตอนร้านขายของได้ — ผู้ฝากขายรับรู้รายได้เต็มจำนวนที่ขายให้ลูกค้า ตัดต้นทุนสินค้าที่ขายออกจากสต็อก และบันทึกค่าบำเหน็จที่จ่ายให้ร้านเป็นค่าใช้จ่าย
  • ฝั่งร้าน (ตัวแทน) — รับรู้เฉพาะรายได้ค่าบำเหน็จ/ส่วนแบ่งเป็นรายได้ของร้าน ไม่ใช่เอายอดขายเต็มมาลงเป็นรายได้ของตัวเอง
ลองเลือกดู

โรงงานขนมส่งสินค้าไปวางฝากขายที่ร้านสะดวกซื้อ 1,000 ชิ้น เดือน มิ.ย. พอสิ้นเดือน ร้านขายได้จริง 300 ชิ้น ที่เหลือ 700 ชิ้นยังวางอยู่ โรงงานควรรับรู้รายได้จากล็อตนี้อย่างไร?

ไม่ถูกต้อง — การฝากขายยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ตอนส่งของ สินค้าที่ยังไม่ถูกขายให้ลูกค้าปลายทางยังเป็นสต็อกของโรงงาน จะรับรู้รายได้ทั้งล็อตทันทีไม่ได้
ถูกต้อง — รับรู้รายได้เฉพาะ 300 ชิ้นที่โอนการควบคุมให้ลูกค้าปลายทางแล้ว ส่วนอีก 700 ชิ้นที่ยังวางอยู่หน้าร้านยังนับเป็นสินค้าคงเหลือของโรงงาน
ไม่ถูกต้อง — ไม่ต้องรอขายครบทั้งล็อต ทันทีที่ขายได้ 300 ชิ้นก็รับรู้รายได้ 300 ชิ้นตามส่วนที่ขายจริง
ไม่ถูกต้อง — ร้านเป็นเพียงตัวแทนขาย รับรู้เฉพาะค่าบำเหน็จ/ส่วนแบ่งเป็นรายได้ ไม่ใช่ยอดขายเต็มจำนวน

จุด VAT ของสินค้าฝากขาย ขึ้นกับ "สัญญาตั้งตัวแทน"

ด้านภาษีมูลค่าเพิ่มมีจุดที่ SME พลาดบ่อย เพราะโดยหลักการส่งมอบสินค้าให้ผู้อื่นถือเป็นการขายและเกิดจุดความรับผิดทันที แต่กรณีฝากขายมีข้อยกเว้นเฉพาะ ถ้าเข้าเงื่อนไข

  • ถ้าทำสัญญาตั้งตัวแทนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ฉบับที่ 8) จุดความรับผิด VAT ของตัวการจะเลื่อนไปเกิดเมื่อตัวแทนส่งมอบ/ขายสินค้าให้ลูกค้า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78(3) ตัวการจึงยังไม่ต้องออกใบกำกับภาษีตอนส่งของไปฝาก
  • ถ้าไม่มีสัญญาหรือไม่เข้าเงื่อนไข การส่งมอบสินค้าให้ร้านจะถูกถือเป็นการขายทันที ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่งภาษีขายตั้งแต่วันส่งของ แม้ร้านจะยังขายไม่ได้

เงื่อนไขสำคัญของสัญญาตั้งตัวแทนที่จะได้สิทธิเลื่อนจุดรับผิด คือ ทั้งตัวการและตัวแทนต้องเป็นผู้ประกอบการจด VAT ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งสัญญาต่อเจ้าพนักงานสรรพากรภายใน 15 วันนับแต่แต่งตั้ง เก็บสัญญาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี และตัวแทนต้องจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบแยกต่างหากสำหรับสินค้าฝากขาย

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มระบบฝากขาย
คุมทั้งบัญชีและภาษีให้ครบ0/5
  • ตกลงให้ชัดว่าเป็น "ฝากขาย" หรือ "ขายขาด" เพราะรับรู้รายได้และจุด VAT ต่างกัน
  • สินค้าที่ฝากไว้ยังเป็นสต็อกของผู้ฝากขาย ต้องคุมยอดว่าของอยู่ร้านไหนเท่าไร
  • รับรู้รายได้เมื่อร้านขายของให้ลูกค้าจริง ไม่ใช่ตอนส่งของไปฝาก
  • ทำสัญญาตั้งตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษร และแจ้งสรรพากรภายใน 15 วัน เพื่อเลื่อนจุดรับผิด VAT
  • ตัวแทนจัดทำรายงานสินค้าฝากขายแยก และออกใบกำกับภาษีเมื่อขายให้ลูกค้า

ธุรกิจที่กระจายสินค้าผ่านหน้าร้านหลายแห่งแบบฝากขาย มักปวดหัวเรื่องคุมสต็อกและออกใบกำกับภาษีให้ตรงเวลา หากอยากวางระบบบัญชีฝากขายและสัญญาตั้งตัวแทนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยดูตั้งแต่รูปแบบสัญญา การรับรู้รายได้ ไปจนถึงการจัดทำเอกสาร VAT ให้ครบถ้วน

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่ออธิบายการบันทึกบัญชีและภาษีของสินค้าฝากขาย (อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 78(3) และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 8 อัปเดต พ.ศ. 2569) รายละเอียดเงื่อนไขและการปฏิบัติอาจต่างกันตามข้อเท็จจริงของแต่ละกิจการ โปรดตรวจสอบกับประกาศของกรมสรรพากรและปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี