ย้ายที่ตั้งบริษัท เปลี่ยนกรรมการ เปลี่ยนชื่อ ต้องแจ้ง DBD สรรพากร ประกันสังคม ภายในกี่วัน
ธุรกิจเติบโตแล้วย้ายออฟฟิศไปที่ใหม่ กรรมการคนหนึ่งลาออกแล้วตั้งคนใหม่แทน หรือรีแบรนด์เปลี่ยนชื่อบริษัท เจ้าของ SME จำนวนไม่น้อยคิดว่าไปจดแก้ไขที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ครั้งเดียวก็จบ แต่ในความเป็นจริงมีอย่างน้อย 3 หน่วยงานที่ต้องแจ้ง และแต่ละหน่วยนับเวลาไม่เหมือนกัน DBD ให้เวลา 14 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลงหรือวันลงมติ กรมสรรพากรสำหรับผู้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกลับต้องยื่น ภ.พ.09 ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนวันย้าย ส่วนสำนักงานประกันสังคมให้แจ้งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้าจัดลำดับผิด ผลที่ตามมาไม่ใช่แค่ค่าปรับ แต่รวมถึงใบกำกับภาษีที่ออกด้วยที่อยู่เดิมซึ่งลูกค้าอาจใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ และหนังสือรับรองบริษัทที่ข้อมูลไม่ตรงกับความจริงเวลาไปติดต่อธนาคาร บทความนี้รวบรวมว่าเปลี่ยนอะไรต้องแจ้งใคร ภายในกี่วัน ใช้แบบฟอร์มอะไร และถ้าไม่แจ้งโดนอะไรบ้าง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) นับ 14 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงหรือวันลงมติ
ข้อมูลที่จดทะเบียนไว้กับ DBD คือสิ่งที่ปรากฏบนหนังสือรับรองบริษัท เมื่อข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนแก้ไขภายใน 14 วัน โดยจุดเริ่มนับต่างกันไปตามประเภทของการเปลี่ยนแปลง คำขอต้องให้กรรมการผู้มีอำนาจตามที่จดทะเบียนไว้เดิมเป็นผู้ยื่น และยื่นได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ หรือผ่านระบบจดทะเบียนนิติบุคคลดิจิทัล (DBD Biz Regist)
- เปลี่ยนกรรมการ หรือแก้ไขอำนาจกรรมการ ต้องจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามมาตรา 1157 กรณีกรรมการลาออก คู่มือของ DBD ระบุให้นับจากวันที่บริษัทได้รับหนังสือลาออกหรือวันที่การลาออกมีผล การปลดกรรมการออกก่อนครบวาระต้องใช้มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเท่านั้น ส่วนการตั้งกรรมการใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลงก่อนครบวาระใช้มติคณะกรรมการได้ การแก้ไขอำนาจกรรมการต้องใช้มติผู้ถือหุ้น เว้นแต่ข้อบังคับบริษัทให้อำนาจคณะกรรมการไว้ เอกสารหลักคือแบบ บอจ.1 แบบคำรับรอง แบบ บอจ.4 และแบบ ก. สำหรับกรรมการเข้าใหม่ ค่าธรรมเนียม 500 บาท
- ย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ มาตรา 1148 กำหนดให้บริษัทมีสำนักงานที่จดทะเบียนไว้และต้องส่งคำบอกกล่าวการเปลี่ยนย้ายสำนักงานแก่นายทะเบียนเพื่อจดทะเบียน ถ้าย้ายภายในจังหวัดเดิม หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 2 ซึ่งระบุเพียงจังหวัดที่ตั้งไม่เปลี่ยน จึงจดเฉพาะรายการแก้ไขที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ พร้อมแผนที่และเลขรหัสประจำบ้านของที่ตั้งใหม่ แต่ถ้าย้ายไปจังหวัดอื่น ต้องประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษด้วยคะแนนไม่ต่ำกว่าสามในสี่เพื่อแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 2 โดยบอกกล่าวนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน แล้วจดทะเบียนมติพิเศษภายใน 14 วันนับแต่วันลงมติตามมาตรา 1146 ค่าธรรมเนียม 500 บาท และหนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขต้องติดอากรแสตมป์ 50 บาท
- เปลี่ยนชื่อบริษัท ต้องตรวจสอบและจองชื่อใหม่ในระบบของ DBD ก่อน จากนั้นประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1 และจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันลงมติ ถ้าตราสำคัญของบริษัทมีชื่อบริษัทอยู่ในตรา ต้องจดแก้ไขตราสำคัญให้ตรงกับชื่อใหม่ในคำขอเดียวกันด้วย ค่าธรรมเนียม 500 บาท และใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนฉบับละ 100 บาท
- ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและห้างหุ้นส่วนจำกัด การเปลี่ยนหุ้นส่วนผู้จัดการต้องจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ตามมาตรา 1064/2 และมาตรา 1078/2
ถ้าจดช้ากว่ากำหนด พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 กำหนดโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนอัตราที่นายทะเบียนใช้เปรียบเทียบปรับจริงตามตารางแนบท้ายระเบียบกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2555 สำหรับกรณีจดแก้ไขกรรมการ มติพิเศษ หรือย้ายสำนักงานล่าช้า อยู่ที่บริษัท 1,000 บาท และกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทอีกคนละ 1,000 บาท กรณีห้างหุ้นส่วน 2,000 บาท ตัวเลขไม่สูง แต่ปัญหาที่ตามมาหนักกว่าค่าปรับ คือหนังสือรับรองยังแสดงกรรมการหรือที่อยู่เดิม ทำให้เซ็นสัญญา เปิดบัญชี หรือยื่นเอกสารกับหน่วยงานอื่นไม่ผ่านจนกว่าจะจดแก้ไขเสร็จ
DBD: ไม่ต้องแก้หนังสือบริคณห์สนธิ เพราะข้อ 2 ระบุเพียงจังหวัด จดเฉพาะรายการแก้ไขที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ พร้อมแผนที่และเลขรหัสประจำบ้าน โดยทั่วไปใช้มติคณะกรรมการได้ แต่ควรตรวจข้อบังคับบริษัทก่อน
สรรพากร (ผู้จด VAT): ถ้ายังอยู่ในท้องที่ของหน่วยจดทะเบียนเดิม ยื่น ภ.พ.09 ที่หน่วยเดิมก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน ถ้าข้ามท้องที่หน่วยจดทะเบียนแม้อยู่จังหวัดเดียวกัน ต้องแจ้งย้ายออกและย้ายเข้าตามแบบข้ามท้องที่
ประกันสังคม: ยื่น สปส.6-15 ข้อ 1 ย้ายสถานประกอบการ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และตรวจว่าสำนักงานที่นำส่งเงินสมทบเปลี่ยนหรือไม่
DBD: ต้องประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษไม่ต่ำกว่าสามในสี่ แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 2 บอกกล่าวนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน จดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันลงมติ พร้อมจดรายการแก้ไขที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่อีกรายการ และยื่นที่หน่วยจดทะเบียนตามที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่
สรรพากร (ผู้จด VAT): ยื่น ภ.พ.09 แจ้งย้ายออกที่หน่วยจดทะเบียนเดิมก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน และยื่น ภ.พ.09 แจ้งย้ายเข้าที่หน่วยจดทะเบียนแห่งใหม่พร้อมคืนใบทะเบียน ภ.พ.20 ฉบับเดิม ก่อนวันเปิดสถานประกอบการแห่งใหม่ไม่น้อยกว่า 15 วัน
ประกันสังคม: ยื่น สปส.6-15 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และระบุการเปลี่ยนสถานที่นำส่งเงินสมทบไปยังสำนักงานประกันสังคมจังหวัดใหม่ตั้งแต่ค่าจ้างงวดเดือนที่กำหนด
กรมสรรพากร ผู้จด VAT ต้องยื่น ภ.พ.09 ล่วงหน้า ไม่ใช่ตามหลัง
จุดที่ต่างจาก DBD อย่างชัดเจนคือทิศทางของเวลา ประมวลรัษฎากร มาตรา 85/8 กำหนดว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะย้ายสถานประกอบการ ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.09 ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ ก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน ไม่ใช่ภายใน 15 วันหลังย้าย ถ้าย้ายข้ามท้องที่ของหน่วยจดทะเบียน ตารางกำหนดเวลาของกรมสรรพากรระบุให้ยื่น ภ.พ.09 แจ้งย้ายออกที่หน่วยเดิมก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน และยื่น ภ.พ.09 แจ้งย้ายเข้าที่หน่วยใหม่พร้อมคืนใบทะเบียน ภ.พ.20 ฉบับเดิม ก่อนวันเปิดสถานประกอบการแห่งใหม่ไม่น้อยกว่า 15 วัน การเปิดสาขาเพิ่มตามมาตรา 85/7 ก็ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันเช่นกัน ส่วนการปิดสาขาให้แจ้งภายใน 15 วันนับจากวันปิด
สำหรับการเปลี่ยนแปลงรายการที่จดทะเบียนไว้ในสาระสำคัญ เช่น ชื่อผู้ประกอบการ ชื่อสถานประกอบการ หรือประเภทกิจการ มาตรา 85/6 ให้แจ้งภายใน 15 วันนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนชื่อบริษัทจึงต้องยื่น ภ.พ.09 หลังจดทะเบียนกับ DBD เสร็จภายในกรอบนี้ ส่วนการเปลี่ยนกรรมการเพียงอย่างเดียวไม่อยู่ในรายการตามมาตรา 85/6 แต่ถ้าผู้มีอำนาจลงนามเปลี่ยน ควรปรับหนังสือมอบอำนาจและข้อมูลผู้ใช้งานระบบยื่นแบบออนไลน์ให้ตรงกับหนังสือรับรองใหม่ด้วย ผู้ไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงตามมาตรา 85/6 ไม่แจ้งย้ายตามมาตรา 85/8 หรือไม่คืนใบทะเบียน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 90 กิจการที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต้องยื่น ภ.พ.09 แต่ควรตรวจสอบกับสำนักงานสรรพากรพื้นที่ว่าข้อมูลที่อยู่และผู้มีอำนาจในระบบตรงกับหนังสือรับรองฉบับใหม่แล้ว
ผลกระทบที่มักถูกลืมคือใบกำกับภาษี คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ข้อ 11 กำหนดว่า เมื่อผู้ประกอบการจดทะเบียนได้แจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อหรือที่อยู่ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ใบกำกับภาษีที่ออกหลังจากนั้นต้องระบุชื่อหรือที่อยู่ที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ใบกำกับภาษีที่พิมพ์ที่อยู่เดิมไว้ล่วงหน้าจึงใช้ต่อไม่ได้ และผู้ซื้อที่ได้รับใบกำกับภาษีที่อยู่เดิมอาจถูกโต้แย้งสิทธิภาษีซื้อ ข้อยกเว้นตามข้อ 12 มีเฉพาะกรณีทางราชการเป็นผู้เปลี่ยนเลขที่บ้าน ชื่อถนน หรือเขตการปกครอง ซึ่งผ่อนให้ขีดฆ่าที่อยู่เดิมและเขียนหรือประทับตราที่อยู่ใหม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด ในทางกลับกัน ฝั่งผู้ซื้อก็ต้องแจ้งคู่ค้าให้ออกใบกำกับภาษีด้วยชื่อและที่อยู่ใหม่ของตนตั้งแต่วันที่มีผล มิฉะนั้นจะได้ใบกำกับภาษีที่รายการสำคัญไม่ถูกต้องและต้องขอให้ยกเลิกออกใหม่
- จดทะเบียนแก้ไขกับ DBD ภายใน 14 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงหรือวันลงมติพิเศษ และคัดหนังสือรับรองฉบับใหม่
- ผู้จด VAT ยื่น ภ.พ.09 แจ้งย้ายก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน หรือแจ้งเปลี่ยนชื่อภายใน 15 วันนับจากวันเปลี่ยนแปลง
- กรณีย้ายข้ามท้องที่หน่วยจดทะเบียน ยื่น ภ.พ.09 แจ้งย้ายเข้าที่หน่วยใหม่พร้อมคืนใบทะเบียน ภ.พ.20 ฉบับเดิม และรับใบทะเบียนใหม่มาติดไว้ในที่เปิดเผย
- ยื่น สปส.6-15 ต่อสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่เปลี่ยนแปลง รวมกรณีเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนาม
- เลิกใช้ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารการค้าที่พิมพ์ชื่อหรือที่อยู่เดิม ปรับข้อมูลในโปรแกรมบัญชีและระบบ e-Tax Invoice (ถ้าใช้)
- แจ้งคู่ค้าและลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้ออกใบกำกับภาษีด้วยชื่อและที่อยู่ใหม่ตั้งแต่วันที่มีผล
- แจ้งธนาคารเพื่อเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนามในบัญชี ที่อยู่จัดส่งเอกสาร และเงื่อนไขการสั่งจ่าย พร้อมแนบหนังสือรับรองฉบับใหม่
- แก้ไขตราสำคัญ ตรายาง ป้ายหน้าสำนักงาน และใบอนุญาตประกอบกิจการเฉพาะที่ระบุชื่อหรือที่อยู่ (ถ้ามี) ให้ตรงกับข้อมูลใหม่
- ปรับสัญญาที่ยังมีผล เช่น สัญญาเช่า สัญญาบริการ และเอกสารมอบอำนาจ ให้อ้างชื่อ ที่อยู่ และผู้มีอำนาจลงนามชุดใหม่
สำนักงานประกันสังคม สปส.6-15 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
นายจ้างที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมไว้มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 44 ว่าเมื่อข้อเท็จจริงในแบบรายการที่ยื่นไว้เปลี่ยนแปลงไป ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อสำนักงานเพื่อขอเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง แบบที่ใช้คือ สปส.6-15 แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง ซึ่งครอบคลุมทั้งการย้ายสถานประกอบการ เปลี่ยนชื่อสถานประกอบการ เปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนาม เปลี่ยนผู้รับมอบอำนาจ เพิ่มหรือยกเลิกสาขา หยุดกิจการชั่วคราว เลิกกิจการ และเปลี่ยนสถานที่นำส่งเงินสมทบ ยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่
รายการที่ SME พลาดบ่อยที่สุดคือการเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนาม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของ DBD อย่างเดียว ทั้งที่แบบ สปส.6-15 มีช่องนี้โดยเฉพาะ และเมื่อย้ายสำนักงานข้ามพื้นที่ ควรระบุการเปลี่ยนสถานที่นำส่งเงินสมทบด้วย เพื่อให้ยอดเงินสมทบและเอกสารของลูกจ้างไปอยู่ที่สำนักงานที่ถูกต้อง นายจ้างที่โดยเจตนาไม่แจ้งเป็นหนังสือภายในกำหนดตามมาตรา 44 มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 96 คือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหนักกว่าค่าปรับของ DBD และสรรพากรมาก
บริษัท ข จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม วางแผนย้ายสำนักงานแห่งใหญ่ไปอาคารใหม่ในเขตเดียวกันตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน โดยไม่มีสาขา บริษัท ข ต้องยื่น ภ.พ.09 แจ้งย้ายสถานประกอบการเมื่อใด
สรุปคือ การเปลี่ยนที่ตั้ง กรรมการ หรือชื่อบริษัท เป็นงานที่ต้องวางลำดับเวลาให้ดีตั้งแต่ก่อนวันมีผล ผู้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะย้ายสำนักงานต้องยื่น ภ.พ.09 ก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่า 15 วัน การจดแก้ไขกับ DBD ต้องเสร็จภายใน 14 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงหรือวันลงมติพิเศษ และ สปส.6-15 ต้องถึงสำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้าต้องประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติพิเศษ ให้บวกเวลาบอกกล่าวนัดประชุมอย่างน้อย 14 วันเข้าไปอีก ในทางปฏิบัติจึงควรเริ่มวางแผนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 ถึง 2 เดือน และตั้งวันมีผลของทุกหน่วยงานให้ตรงกัน เพื่อไม่ให้มีช่วงที่หนังสือรับรอง ใบทะเบียน ภ.พ.20 และใบกำกับภาษีบอกที่อยู่คนละแห่ง
ถ้ากำลังจะย้ายสำนักงาน เปลี่ยนกรรมการ หรือเปลี่ยนชื่อบริษัท และไม่แน่ใจว่าต้องแจ้งหน่วยงานใดก่อนหลัง เตรียมเอกสารอะไร หรือจะจัดวันประชุมผู้ถือหุ้นกับวันยื่น ภ.พ.09 ให้สอดคล้องกันอย่างไร ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวางแผนลำดับเวลา จัดทำเอกสารจดทะเบียน DBD ยื่น ภ.พ.09 และ สปส.6-15 ให้ครบทุกหน่วยงานในรอบเดียว
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของหน้าที่แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลนิติบุคคลต่อหน่วยงานราชการ (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1064/2 มาตรา 1078/2 มาตรา 1146 มาตรา 1148 และมาตรา 1157 พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 และตารางอัตราเปรียบเทียบปรับแนบท้ายระเบียบกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2555 คู่มือการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประมวลรัษฎากร มาตรา 85/6 มาตรา 85/7 มาตรา 85/8 และมาตรา 90 ตารางสถานที่และกำหนดเวลาการยื่นแจ้งแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากร คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ข้อ 11 และข้อ 12 พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 44 และมาตรา 96 และแบบ สปส.6-15 ค่าธรรมเนียม อัตราค่าปรับ และแบบฟอร์มอาจเปลี่ยนแปลงได้ ตัวอย่างวันที่ในบทความเป็นการสมมติเพื่ออธิบาย โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี