กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ภาษี · 4 ส.ค. 2569

ประมาณการกำไรสุทธิ ภ.ง.ด.51 ขาดเกิน 25% โดนเงินเพิ่ม 20% เลี่ยงยังไง

บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องยื่นภาษีเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด.51) โดยประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีล่วงหน้าแล้วเสียภาษีครึ่งหนึ่งไปก่อน จุดที่ SME พลาดบ่อยคือประมาณการกำไรไว้ต่ำเกินจริง พอปิดงบจริงตอนสิ้นปีแล้วกำไรพุ่งกว่าที่คาด ทำให้ประมาณการ "ขาดไป" เกินเกณฑ์และถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม บทความนี้สรุปว่าเกณฑ์ 25% คิดยังไง เจอเงินเพิ่มเท่าไหร่ และมีวิธีอะไรช่วยลดความเสี่ยงได้บ้าง

ภ.ง.ด.51 และการประมาณการกำไรสุทธิคืออะไร

ภ.ง.ด.51 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ "ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี" ซึ่งกิจการต้องประเมินผลประกอบการทั้งปีล่วงหน้าแล้วชำระภาษีบางส่วนไปก่อน จุดสำคัญที่ต้องรู้มีดังนี้

  • กำหนดยื่นภายใน 2 เดือน — นับแต่วันสุดท้ายของครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี เช่น รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม ครึ่งรอบคือ 30 มิถุนายน ต้องยื่นภายในสิ้นเดือนสิงหาคม
  • บริษัททั่วไปใช้วิธีประมาณการ — ประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี แล้วเสียภาษีจากกึ่งหนึ่งของประมาณการนั้น (ตามมาตรา 67 ทวิ)
  • ภาษีที่จ่ายเป็นเครดิตล่วงหน้า — เมื่อยื่น ภ.ง.ด.50 ปลายปี ภาษีที่จ่ายตอน ภ.ง.ด.51 นำมาหักออกจากภาษีทั้งปีได้

เพราะเป็นการ "ประมาณการ" อนาคต ตัวเลขจึงคลาดเคลื่อนจากผลจริงได้เป็นธรรมดา แต่กฎหมายกำหนดกรอบไว้ว่าคลาดเคลื่อนได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น หากต่ำกว่าจริงมากเกินไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะมีบทลงโทษ

ประมาณการขาดเกิน 25% เจอเงินเพิ่ม 20%

ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร หากประมาณการกำไรสุทธิ "ขาดไป" เกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร กิจการต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนภาษีที่ชำระขาดในครึ่งปีนั้น

  • สูตรตรวจว่าขาดเกิน 25% หรือไม่ — (กำไรสุทธิจริงทั้งปี − ประมาณการกำไรสุทธิ) x 100 หารด้วยกำไรสุทธิจริงทั้งปี ถ้าผลลัพธ์เกิน 25% ถือว่าเข้าข่าย
  • ฐานของเงินเพิ่ม — คิดร้อยละ 20 จาก "ภาษีที่ชำระขาด" คือกึ่งหนึ่งของภาษีจากกำไรสุทธิจริงทั้งปี หักด้วยภาษีที่ได้ชำระไว้แล้วตอนยื่น ภ.ง.ด.51
  • ยื่นเองก่อนถูกเรียกตรวจ ลดได้ — หากยื่นเพิ่มเติมและชำระภาษีเองก่อนได้รับหนังสือเตือนหรือหมายเรียกตรวจสอบ กฎหมายให้ลดเงินเพิ่มลงตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด
ลองคำนวณ

ใส่จำนวน "ภาษีที่ชำระขาด" ในครึ่งปี (บาท) เพื่อดูเงินเพิ่มโดยประมาณในอัตราร้อยละ 20 กรณีประมาณการขาดเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร

฿
เงินเพิ่มโดยประมาณ—
ลองเลือกดู

บริษัทยื่น ภ.ง.ด.51 โดยเสียภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งปีที่เคยยื่นในรอบบัญชีก่อน แม้ปลายปีกำไรจริงจะสูงจนประมาณการขาดเกิน 25% ผลเป็นอย่างไร

ไม่ถูกต้อง — เกณฑ์ 25% มีข้อยกเว้นกรณี "มีเหตุอันสมควร" การเสียภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีทั้งปีของรอบก่อนเป็นหนึ่งในกรณีที่กรมสรรพากรถือว่ามีเหตุอันสมควร
ถูกต้อง — ตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร (คำสั่ง ป.50/2537) หากเสียภาษีครึ่งปีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีนิติบุคคลที่ยื่นไว้ในรอบบัญชีก่อน โดยหลักถือว่ามีเหตุอันสมควร แม้ประมาณการจะขาดเกิน 25% ก็ตาม
ไม่ถูกต้อง — กรณีนี้เป็นเรื่องเงินเพิ่มทางแพ่ง ไม่ใช่การยื่นแบบใหม่ทั้งฉบับหรือค่าปรับอาญา

วิธีลดความเสี่ยงเงินเพิ่ม 20%

เป้าหมายคือประมาณการให้ใกล้เคียงผลจริงมากที่สุด และใช้ช่องทางที่กฎหมายเปิดให้เพื่อลดโอกาสถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม

เช็กลิสต์ก่อนยื่น ภ.ง.ด.51
ลดโอกาสประมาณการขาดเกิน 25%0/5
  • ทำประมาณการจากผลจริงครึ่งปีแรก บวกแนวโน้มครึ่งปีหลัง ไม่ประมาณต่ำไว้เผื่อ
  • เทียบกับภาษีนิติบุคคลที่ยื่นจริงในรอบบัญชีก่อน เพื่อดูเกณฑ์ "กึ่งหนึ่ง" เป็นแนวป้องกัน
  • รวมรายการพิเศษที่คาดว่าจะเกิดครึ่งปีหลัง เช่น กำไรจากการขายสินทรัพย์ ออร์เดอร์ใหญ่
  • ยื่นและชำระภายในกำหนด 2 เดือน เพื่อเลี่ยงเบี้ยปรับเงินเพิ่มจากการยื่นล่าช้า
  • หากรู้ภายหลังว่าประมาณการต่ำไป รีบยื่นเพิ่มและชำระเองก่อนถูกเรียกตรวจเพื่อขอลดเงินเพิ่ม

การประมาณการกำไรสุทธิให้แม่นและรู้ว่ากรณีไหนถือว่ามีเหตุอันสมควร ช่วยประหยัดเงินเพิ่มได้มากในแต่ละปี หากธุรกิจของคุณกำไรผันผวนคาดเดายาก หรือไม่แน่ใจว่าประมาณการเท่าไหร่ถึงปลอดภัย ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวางประมาณการ ภ.ง.ด.51 และตรวจสอบเกณฑ์เงินเพิ่มให้เหมาะกับกิจการของคุณ

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับปีภาษี พ.ศ. 2569 อ้างอิงมาตรา 67 ทวิ และมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537 หลักเกณฑ์และเหตุอันสมควรขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกิจการ โปรดตรวจสอบกับประกาศฉบับล่าสุดของกรมสรรพากรและปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี