กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ภาษีนิติบุคคล · 30 ก.ย. 2569

น้ำท่วม สินค้า–ทรัพย์สินเสียหาย หักรายจ่ายได้ไหม เสีย VAT ไหม เงินประกันเป็นรายได้ไหม

ช่วงที่น้ำท่วมหลายพื้นที่ ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเจอสต็อกสินค้าแช่น้ำ เครื่องจักรและอุปกรณ์ใช้งานไม่ได้ รถส่งของจมน้ำ หรือเอกสารบัญชีเปียกจนอ่านไม่ออก คำถามที่ตามมาทันทีคือ ความเสียหายทั้งหมดนี้เอาไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ไหม สินค้าที่หายไปจากสต็อกจะโดนมองว่าเป็นการขายจนต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือเปล่า และเงินค่าสินไหมที่ประกันจ่ายมาต้องนำมาเสียภาษีไหม บทความนี้สรุปแนวของประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (12) คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.58/2538 และ ป.79/2541 รวมถึงข้อหารือของกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง แยกให้เห็นชัดว่ากรณีมีประกันกับไม่มีประกันต่างกันตรงไหน พร้อมเช็กลิสต์หลักฐานและตัวช่วยคำนวณผลกระทบทางภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล ตัดเป็นรายจ่ายได้เมื่อไหร่ ขึ้นกับว่ามีประกันหรือไม่

หลักใหญ่ที่สรรพากรใช้คือ ผลเสียหายจากการประกอบกิจการหักเป็นรายจ่ายได้ แต่ต้องเป็นผลเสียหายที่ "ไม่มีทางได้กลับคืน" และต้องพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นจริง แยกเป็นกรณีดังนี้

  • ไม่มีประกันภัย สินค้าหรือทรัพย์สินที่เสียหายหรือสูญหายจากภัยธรรมชาติ ถือเป็นผลเสียหายเนื่องจากการประกอบกิจการ นำมูลค่าต้นทุนของสินค้า หรือมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินหลังหักค่าเสื่อมราคา มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ทั้งจำนวน โดยต้องมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าเสียหายหรือสูญหายจริง
  • ทรัพย์สินชำรุดแต่ยังอยู่ในความครอบครอง คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.58/2538 วางแนวว่าทรัพย์สินที่ชำรุดจนใช้งานไม่ได้ จะตัดมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่เป็นรายจ่ายได้ต่อเมื่อได้ทำลายหรือขายทรัพย์สินนั้นไปแล้ว การตั้งด้อยค่าหรือตัดบัญชีทางบัญชีโดยยังเก็บซากไว้ ทางภาษียังไม่ยอมให้หักในปีนั้น ต้องบวกกลับใน ภ.ง.ด.50 ก่อน แล้วค่อยหักในปีที่ทำลายหรือขาย
  • มีประกันภัยคุ้มครอง มาตรา 65 ตรี (12) กำหนดให้ "ผลเสียหายอันอาจได้กลับคืน เนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ" เป็นรายจ่ายต้องห้าม แปลว่าตราบใดที่ยังมีสิทธิเรียกร้องจากประกัน ยังหักเป็นรายจ่ายไม่ได้ ต้องรอจนบริษัทประกันแจ้งผลการชดใช้ ถ้าค่าสินไหมน้อยกว่ามูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ ส่วนต่างจึงหักเป็นรายจ่ายได้ในรอบบัญชีที่รู้ผล แต่ถ้าค่าสินไหมมากกว่า ส่วนเกินถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี เว้นแต่จะมีพระราชกฤษฎีกายกเว้นเป็นกรณีพิเศษ อย่างที่เคยออกสำหรับอุทกภัยปี 2554 (ฉบับที่ 527) ซึ่งเป็นมาตรการเฉพาะช่วงเวลานั้น ไม่ใช่กฎทั่วไป
  • ค่าซ่อมแซม ซ่อมให้ทรัพย์สินกลับสู่สภาพเดิม เช่น ล้างเครื่องจักร เปลี่ยนอะไหล่ที่เสีย ทาสีผนังใหม่ หักเป็นรายจ่ายได้ในปีที่จ่าย แต่ถ้าซ่อมแล้วได้ของที่ดีกว่าเดิม ต่อเติม ยกระดับพื้น หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนหลักที่ทำให้อายุใช้งานยาวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุนตามมาตรา 65 ตรี (5) ต้องบันทึกเป็นทรัพย์สินแล้วหักค่าเสื่อมราคา

จุดที่ SME พลาดบ่อยคือความต่างระหว่างบัญชีกับภาษี ทางบัญชีต้องรับรู้ผลขาดทุนจากความเสียหายทันทีในปีที่เกิดเหตุตามหลักความระมัดระวัง แต่ทางภาษีถ้ายังไม่รู้ผลประกันหรือยังไม่ได้ทำลาย ต้องบวกกลับในปีนั้นก่อนแล้วไปหักในปีที่ยุติ ให้จดรายการนี้ไว้ในกระดาษทำการปิดงบ ไม่อย่างนั้นปีถัดไปมักลืมหักคืนจนเสียภาษีเกิน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม สินค้าเสียหายจากน้ำท่วมไม่ถือเป็นการขาย ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย

  • กฎทั่วไปคือ สินค้าที่ขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบถือเป็นการขาย ตามมาตรา 77/1 (8) (จ) ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีขายตามราคาตลาดของสินค้าที่ขาดไป กรณีตัวอย่างคือสินค้าถูกขโมย ซึ่งกรมสรรพากรวินิจฉัยในข้อหารือที่ กค 0706/34060 ว่าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้จะตัดต้นทุนเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้ได้ก็ตาม
  • ข้อยกเว้นคือความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่พิสูจน์ได้ สินค้าที่เสียหายหรือสูญหายจากน้ำท่วมซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่ถือเป็นการจำหน่าย จ่าย โอน จึงไม่เข้าลักษณะเป็นการขาย ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีซื้อที่เคยขอคืนไว้ตอนซื้อสินค้าหรือทรัพย์สินนั้นก็ไม่ต้องคืน เพราะยังเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการตามมาตรา 82/3 หัวใจอยู่ที่คำว่า "พิสูจน์ได้" ถ้าไม่มีหลักฐานว่าเป็นเหตุสุดวิสัย สินค้าที่หายไปจะถูกถือเป็นการขายตามกฎทั่วไป
  • ค่าสินไหมทดแทนจากประกันไม่ต้องเสีย VAT เพราะไม่ใช่รายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีให้บริษัทประกัน แนวนี้กรมสรรพากรยืนยันไว้ในข้อหารือที่ กค 0702/5858 กรณีบริษัทได้รับค่าสินไหมจากอุทกภัยปี 2554
  • ขายซากหรือเศษเป็นการขายตามปกติ ถ้านำสินค้าหรือเครื่องจักรที่เสียหายไปขายเป็นเศษเหล็กหรือขายให้ผู้รับซื้อซาก ต้องออกใบกำกับภาษีและเสียภาษีขายจากราคาที่ขายได้ กรณีที่กรมธรรม์กำหนดให้โอนซากให้บริษัทประกัน ควรตกลงมูลค่าซากให้ชัดเจนและปรึกษาผู้สอบบัญชีเรื่องการออกใบกำกับภาษีก่อน
  • ปรับรายงานสินค้าและวัตถุดิบให้ตรง ตัดสินค้าที่เสียหายออกจากรายงานตามมาตรา 87 พร้อมอ้างอิงเลขที่รายงานความเสียหายและรายงานการทำลาย เพื่อให้ยอดคงเหลือในรายงานตรงกับของจริงเมื่อสรรพากรเข้าตรวจ

หลักฐานที่ต้องเก็บ ถ้าไม่มีหลักฐาน ทุกอย่างข้างบนใช้ไม่ได้

ทั้งการหักรายจ่ายและการไม่ถือเป็นการขายอยู่บนเงื่อนไขเดียวกันคือพิสูจน์ได้ว่าเสียหายจากน้ำท่วมจริง ให้เก็บหลักฐานตั้งแต่วันแรกที่น้ำเข้า ไม่ใช่รอถึงวันปิดงบ

เช็กลิสต์หลักฐานความเสียหายจากน้ำท่วม
เอกสารที่ควรมีครบก่อนตัดสินค้าหรือทรัพย์สินออกจากบัญชี0/9
  • ภาพถ่ายและวิดีโอระดับน้ำในสถานประกอบการ ระบุวันเวลา พร้อมภาพสินค้าและทรัพย์สินที่เสียหายก่อนเคลื่อนย้าย
  • ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยของจังหวัดหรืออำเภอที่ครอบคลุมที่ตั้งกิจการ หรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานท้องถิ่น
  • บันทึกประจำวันของตำรวจหรือหนังสือแจ้งความ กรณีสินค้าหรือทรัพย์สินสูญหายไปกับน้ำ ไม่ใช่แค่เสียหาย
  • รายงานตรวจนับสต็อกก่อนและหลังเกิดเหตุ แยกรายการ จำนวน และมูลค่าต้นทุน พร้อมลายมือชื่อผู้ตรวจนับ
  • รายงานประเมินความเสียหายของทรัพย์สินถาวร อ้างอิงทะเบียนสินทรัพย์ ระบุมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของแต่ละรายการ
  • หนังสืออนุมัติตัดจำหน่ายหรือทำลายจากกรรมการหรือผู้มีอำนาจ
  • รายงานการทำลายตามแนว ป.79/2541 มีพยานจากฝ่ายคลัง บัญชี และผู้สอบบัญชีลงนาม พร้อมภาพถ่ายขณะทำลาย
  • เอกสารเคลมประกัน หนังสือแจ้งผลการชดใช้ และหลักฐานรับเงินค่าสินไหม เพื่อกำหนดปีที่หักรายจ่ายได้ตามมาตรา 65 ตรี (12)
  • ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จค่าซ่อมแซม แยกให้ชัดว่ารายการไหนซ่อมกลับสภาพเดิม รายการไหนเป็นการปรับปรุงที่ต้องบันทึกเป็นทรัพย์สิน

สำหรับสินค้าที่เน่าเสียหรือเก็บไว้ไม่ได้ เช่น อาหาร วัตถุดิบเปียกน้ำ แนว ป.79/2541 ให้ทำลายได้ทันทีเมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติ ไม่ต้องรอแจ้งสรรพากรล่วงหน้า แต่ต้องมีพยานและรายงานการทำลายครบ ส่วนของเสียที่เก็บรอไว้ได้ ให้แจ้งสรรพากรพื้นที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนทำลาย รายละเอียดขั้นตอนดูได้ในบทความเรื่องการทำลายสินค้าเสื่อมสภาพของเรา

ตัวช่วยคำนวณ ผลเสียหายที่หักภาษีได้ และภาษีขายจากการขายซาก

ตัวช่วยคำนวณ

ใส่มูลค่าที่เสียหาย ค่าสินไหมที่ประกันตกลงจ่าย และราคาขายซาก เพื่อดูว่าหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เท่าไหร่ มีส่วนที่กลายเป็นรายได้ไหม และต้องนำส่งภาษีขายจากซากเท่าไหร่

  • ผลเสียหายสุทธิที่หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ (บาท)—
  • ส่วนที่ได้รับชดใช้เกินมูลค่าต้นทุน ถือเป็นรายได้ทางภาษี (บาท)—
  • ภาษีขาย 7% จากการขายซาก ที่ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่งใน ภ.พ.30 (บาท)—
  • ภาษีเงินได้ที่ประหยัดได้โดยประมาณจากรายจ่ายที่หักได้ (บาท)—
  • ภาษีเงินได้เพิ่มโดยประมาณจากส่วนที่ชดใช้เกินต้นทุน (บาท)—

ตัวเลขเป็นการประมาณเบื้องต้น รายจ่ายจะหักได้ในรอบบัญชีที่รู้ผลการชดใช้จากประกันหรือรอบที่ทำลายหรือขายทรัพย์สินแล้ว ไม่ใช่รอบที่เกิดเหตุเสมอไป ค่าสินไหมไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และอัตราภาษีเงินได้ที่แท้จริงขึ้นกับว่ากิจการเข้าเกณฑ์ SME หรือไม่

มาตรการช่วยเหลือช่วงน้ำท่วมที่ควรตามดู

  • ขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษี กระทรวงการคลังออกประกาศขยายกำหนดเวลาการยื่นรายการและชำระภาษีอากรสำหรับผู้เสียภาษีในท้องที่ที่เกิดภัยพิบัติเป็นระยะ ให้ตรวจสอบหน้ากฎหมายออกใหม่ของกรมสรรพากรว่าประกาศฉบับล่าสุดครอบคลุมท้องที่ของกิจการและเดือนภาษีใดบ้าง ก่อนตัดสินใจเลื่อนการยื่น ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 หรือ ภ.พ.30
  • ขอให้งดหรือลดเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ถ้ายื่นแบบไม่ทันเพราะเหตุสุดวิสัย เช่น สำนักงานถูกน้ำท่วมจนเข้าไม่ได้ ระบบและเอกสารเสียหาย ให้ยื่นคำร้องขอให้งดหรือลดเบี้ยปรับต่อสรรพากรพื้นที่พร้อมหลักฐาน ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ในคำสั่งเรื่องการงดหรือลดเบี้ยปรับ
  • บริจาคช่วยผู้ประสบภัยในนามบริษัท เงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคให้ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลที่กระทรวงการคลังประกาศ หักเป็นรายจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิตามมาตรา 65 ตรี (3) และต้องมีหลักฐานการรับบริจาค ในบางช่วงรัฐบาลอาจออกพระราชกฤษฎีกาให้หักได้เพิ่มสำหรับการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ให้ตรวจสอบเงื่อนไขและช่วงเวลาที่ประกาศจริงก่อนวางแผน
  • ลูกจ้างที่ต้องหยุดงานเพราะน้ำท่วม กรณีนายจ้างต้องหยุดกิจการชั่วคราวเพราะเหตุสุดวิสัย ผู้ประกันตนมาตรา 33 มีสิทธิรับเงินกรณีว่างงานจากประกันสังคม อ่านรายละเอียดได้ในข่าวประจำสัปดาห์ของเรา และเก็บหนังสือรับรองการหยุดกิจการไว้ประกอบการยื่นเรื่อง
ทดสอบความเข้าใจ

โกดังของบริษัท ข ถูกน้ำท่วม สินค้าต้นทุน 500,000 บาทเสียหายทั้งหมด บริษัททำประกันไว้และแจ้งเคลมแล้ว แต่ ณ วันปิดงบ 31 ธันวาคม บริษัทประกันยังไม่แจ้งผลการชดใช้ ข้อใดถูกต้องที่สุด

ถ้ากิจการของคุณได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและอยากจัดการตัดสต็อก ตัดจำหน่ายทรัพย์สิน เคลมประกัน และยื่นภาษีให้ถูกต้องโดยไม่โดนบวกกลับย้อนหลัง ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยจัดชุดหลักฐาน ประสานผู้สอบบัญชีเป็นพยานการทำลาย และวางแผนว่ารายจ่ายแต่ละก้อนควรหักในปีไหน

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อความเข้าใจภาพรวมของผลทางภาษีเมื่อสินค้าและทรัพย์สินเสียหายจากอุทกภัย (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (3) (5) และ (12) มาตรา 77/1 (8) มาตรา 82/3 และมาตรา 87 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.58/2538 และ ป.79/2541 และข้อหารือกรมสรรพากรที่ กค 0706/34060 และ กค 0702/5858 ข้อเท็จจริง กรมธรรม์ประกันภัย และมาตรการช่วยเหลือที่ประกาศในแต่ละช่วงเวลามีผลต่อการพิจารณา โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี