กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
พนักงาน/แรงงาน · 5 ต.ค. 2569

ทดลองงาน 119 วัน สัญญาจ้างปีต่อปี เลี่ยงค่าชดเชยได้จริงไหม เลิกจ้างตอนทดลองงานต้องบอกกล่าว

SME จำนวนมากเขียนในสัญญาจ้างว่า "ทดลองงาน 119 วัน" หรือทำสัญญาจ้างปีต่อปีแล้วเข้าใจว่าพอหมดสัญญาหรือไม่ผ่านทดลองงานก็ให้ออกได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายอะไร ความเข้าใจนี้ถูกครึ่งเดียว กฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่มีคำว่าทดลองงานเลย ตัวเลข 119 วันมาจากเกณฑ์ค่าชดเชยที่เริ่มเมื่อทำงานครบ 120 วัน แต่การบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นคนละเรื่องกับค่าชดเชย และสัญญาจ้างที่กำหนดเวลาไว้ก็ไม่ได้ทำให้พ้นหน้าที่จ่ายค่าชดเชยเสมอไป บทความนี้แยกให้เห็นว่าอะไรที่ 119 วันช่วยได้จริง อะไรที่ช่วยไม่ได้ สัญญาปีต่อปีแบบไหนที่หมดสัญญาแล้วไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และผลทางภาษี ประกันสังคม และบัญชีที่นายจ้างต้องจัดการ

ทำไมถึงเป็น 119 วัน และกฎหมายคิดอายุงานยังไงระหว่างทดลองงาน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกัน ครบ 120 วันขึ้นไป โดยช่วงครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปีจ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน ครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปีจ่าย 90 วัน และขั้นสูงขึ้นตามอายุงานจนถึง 400 วันสำหรับผู้ที่ทำงานครบ 20 ปี นายจ้างจึงนิยมกำหนดทดลองงาน 119 วันเพื่อประเมินและตัดสินใจก่อนที่สิทธิค่าชดเชยจะเกิด ประเด็นที่ต้องรู้คือ

  • ทดลองงานนับเป็นอายุงาน ศาลฎีกาวางแนวไว้ชัด (เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ 5131/2550) ว่ามาตรา 118 ไม่มีข้อยกเว้นให้กับลูกจ้างทดลองงาน จึงต้องนับระยะเวลาทำงานตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานจนถึงวันเลิกจ้าง ไม่ใช่นับจากวันที่ผ่านทดลองงาน
  • เลยวันที่ 120 แม้วันเดียวก็ต้องจ่าย ถ้าประเมินช้า ปล่อยให้ทำงานถึงวันที่ 120 แล้วค่อยแจ้งไม่ผ่าน ค่าชดเชย 30 วันเกิดขึ้นทันที การขยายเวลาทดลองงานออกไปอีกจึงไม่ได้ช่วยเรื่องค่าชดเชย ช่วยเพียงให้มีเวลาประเมินเพิ่ม
  • จ้างเป็นช่วง ๆ เพื่อตัดอายุงาน ใช้ไม่ได้ มาตรา 20 กำหนดว่าถ้าลูกจ้างไม่ได้ทำงานติดต่อกันเพราะนายจ้างตั้งใจไม่ให้ลูกจ้างมีสิทธิตามกฎหมาย ไม่ว่าจะให้ทำหน้าที่ใดและแต่ละช่วงห่างกันเท่าใด ให้นับระยะเวลาทำงานทุกช่วงเข้าด้วยกัน การให้ออกวันที่ 119 แล้วรับกลับเข้ามาใหม่จึงไม่ทำให้อายุงานเริ่มนับใหม่
  • ข้อยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยอยู่ที่พฤติกรรม ไม่ใช่อายุงาน มาตรา 119 ยกเว้นเฉพาะกรณีเช่น ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่อจนเสียหายร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับหลังถูกตักเตือนเป็นหนังสือ ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน หรือต้องโทษจำคุก การ "ไม่ผ่านประเมิน" ธรรมดาไม่อยู่ในรายการนี้

เลิกจ้างระหว่างทดลองงาน ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่

นี่คือจุดที่ SME พลาดบ่อยที่สุด มาตรา 17 วรรคสองกำหนดว่าสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างบอกเลิกได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นหนังสือ เมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้มีผลเลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป (ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวเกิน 3 เดือน) ศาลฎีกาถือว่าสัญญาที่มีข้อตกลงทดลองงานโดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใดเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา (เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ 6238/2545 และ 5131/2550) การเลิกจ้างเพราะไม่ผ่านทดลองงานจึงต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเหมือนพนักงานประจำ ถ้าไม่บอกกล่าว มาตรา 17/1 ให้นายจ้างจ่ายเงินเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรได้รับนับแต่วันที่ให้ออกจนถึงวันที่การเลิกสัญญาจะมีผล (ที่เรียกกันว่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือค่าตกใจ) โดยจ่ายในวันที่ให้ออก ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องบอกกล่าวมีเฉพาะกรณีเลิกจ้างด้วยเหตุตามมาตรา 119 และนายจ้างต้องระบุเหตุผลไว้ในหนังสือเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้

ตัวอย่าง พนักงานเริ่มงาน 1 มิถุนายน บริษัทจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน วันที่ 120 คือ 28 กันยายน ถ้าจะให้ออกก่อนสิทธิค่าชดเชยเกิด ต้องให้วันสุดท้ายไม่เกิน 27 กันยายน การบอกกล่าวที่ถูกต้องคือแจ้งเป็นหนังสือภายในวันที่ 31 สิงหาคม (กำหนดจ่ายค่าจ้างคราวนี้) เพื่อให้มีผลวันที่ 30 กันยายน (คราวถัดไป) แต่เพราะ 30 กันยายนเลย 120 วันไปแล้ว บริษัทจึงให้พนักงานหยุดงานตั้งแต่ 27 กันยายนและจ่ายค่าจ้างของวันที่ 28 ถึง 30 กันยายนแทนการบอกกล่าว ส่วนถ้าเพิ่งมาตัดสินใจวันที่ 27 กันยายนโดยไม่เคยแจ้งอะไรเลย การบอกกล่าวจะมีผลได้เร็วสุด 31 ตุลาคม บริษัทต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวตั้งแต่ 28 กันยายนถึง 31 ตุลาคม แม้จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยก็ตาม บทเรียนคือต้องวางกำหนดประเมินผลไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดค่าจ้างก่อนวันที่ 120

ไทม์ไลน์ทดลองงานที่ไม่ผิดกฎหมายและไม่เสียเงินเกินจำเป็น
  1. วันแรกที่เข้าทำงาน: ทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือ ระบุค่าจ้าง วันจ่ายค่าจ้าง ระยะเวลาทดลองงาน และเกณฑ์ประเมินที่วัดได้ แล้วจดวันที่ครบ 120 วันลงปฏิทินของฝ่ายบัญชีหรือเจ้าของทันที
  2. ภายใน 30 วันนับแต่วันเข้าทำงาน: ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม และหักเงินสมทบจากค่าจ้างงวดแรก ไม่ต้องรอผ่านทดลองงาน พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายและยื่น ภ.ง.ด.1 ตามปกติ
  3. ประมาณวันที่ 30 และ 60: ประเมินผลกลางทางเป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งจุดที่ต้องปรับปรุงให้พนักงานรับทราบ เอกสารชุดนี้คือหลักฐานว่าการตัดสินใจไม่ผ่านทดลองงานมีเหตุผล ไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  4. ก่อนกำหนดจ่ายค่าจ้างงวดที่อยู่ก่อนวันที่ 120 อย่างน้อย 1 งวด: ประเมินผลครั้งสุดท้ายและตัดสินใจ ถ้าไม่ผ่าน ทำหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างระบุเหตุผล ส่งให้พนักงานลงชื่อรับทราบภายในวันจ่ายค่าจ้างงวดนั้น เพื่อให้มีผลในกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป
  5. วันสุดท้ายที่ทำงาน (ไม่เกินวันที่ 119): ถ้าวันที่การบอกกล่าวมีผลอยู่หลังวันที่ 119 ให้ออกก่อนและจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวสำหรับวันที่เหลือ จ่ายค่าจ้างค้างและค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนสะสม (ถ้ามีสิทธิตามข้อบังคับ) รับคืนทรัพย์สิน ยกเลิกสิทธิ์เข้าระบบ และออกหนังสือรับรองการทำงานถ้าพนักงานขอ
  6. ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป: ยื่น สปส.6-09 แจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน นำส่งเงินสมทบงวดสุดท้าย และออกใบ 50 ทวิ ให้พนักงานภายใน 1 เดือนนับแต่วันออกจากงาน
  7. ถ้าผ่านทดลองงาน: ทำหนังสือแจ้งผ่านทดลองงาน ปรับค่าจ้างหรือสวัสดิการตามที่ตกลง และบันทึกไว้ว่าอายุงานสำหรับค่าชดเชยและสิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีนับจากวันแรกที่เข้าทำงาน ไม่ใช่วันผ่านทดลองงาน

สัญญาจ้างปีต่อปี หมดสัญญาแล้วไม่ต่อ ต้องจ่ายค่าชดเชยไหม

มาตรา 17 วรรคหนึ่งบอกว่าสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หลายคนอ่านแค่ตรงนี้แล้วสรุปว่าหมดสัญญาคือจบ แต่มาตรา 118 วรรคสองนิยาม "การเลิกจ้าง" ไว้กว้างมาก คือการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด การไม่ต่อสัญญาจึงเป็นการเลิกจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน (นับรวมทุกสัญญาที่ต่อเนื่องกัน) เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นในวรรคสามและวรรคสี่ซึ่งต้องครบทุกเงื่อนไขต่อไปนี้พร้อมกัน

  • ลักษณะงานต้องเข้าข่าย คือ งานในโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง และมีเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดแน่นอน หรืองานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรืองานตามฤดูกาลที่จ้างในช่วงฤดูกาลนั้น
  • งานต้องแล้วเสร็จภายในไม่เกิน 2 ปี
  • ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง และเลิกจ้างตามกำหนดเวลานั้นจริง ไม่ใช่เลิกก่อนครบสัญญา

พนักงานขาย แอดมิน ช่าง พนักงานบัญชี หรือพนักงานร้านที่ทำงานปกติของธุรกิจ ไม่เข้าข้อยกเว้นนี้แม้จะเซ็นสัญญาปีต่อปีก็ตาม และยิ่งต่อสัญญาซ้ำหลายปี อายุงานสะสมยิ่งทำให้ค่าชดเชยสูงขึ้น ไม่ได้ลดลง การทำสัญญาแบบนี้จึงมักเพิ่มงานเอกสารโดยไม่ได้ประโยชน์ทางกฎหมาย ส่วนกรณีที่เข้าข้อยกเว้นจริง เช่น จ้างวิศวกรเฉพาะโครงการติดตั้งระบบที่บริษัทไม่ได้ทำเป็นปกติ หรือจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวตามฤดูกาล ให้เก็บสัญญาที่ระบุขอบเขตและวันสิ้นสุดของงานไว้เป็นหลักฐาน และระวังว่าถ้าให้ทำงานต่อหลังหมดสัญญาโดยไม่ทำสัญญาใหม่ จะกลายเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาตามปกติ

ลองเลือกดู

บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลังจะทำสัญญาจ้างสามแบบนี้ แบบไหนที่เมื่อครบกำหนดแล้วให้ออกได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ต้องจ่ายค่าชดเชย — งานขายหน้าร้านเป็นงานปกติของธุรกิจ ไม่เข้าข้อยกเว้นมาตรา 118 วรรคสี่ การไม่ต่อสัญญาคือการเลิกจ้างตามวรรคสอง และอายุงานนับรวมทั้ง 3 ปีที่ต่อเนื่องกัน ค่าชดเชยจึงอยู่ที่ขั้นครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี คือไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน แม้สัญญาที่มีกำหนดเวลาจะไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 วรรคหนึ่งก็ตาม
ต้องจ่ายค่าชดเชย — การขยายทดลองงานไม่ได้หยุดการนับอายุงาน เมื่อให้ออกในวันที่ 150 พนักงานทำงานติดต่อกันครบ 120 วันแล้ว จึงมีสิทธิค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน และยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้า 1 งวดค่าจ้างหรือจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวด้วย ถ้าจะใช้สิทธิ 119 วันต้องตัดสินใจก่อน ไม่ใช่ขยายออกไป
มีโอกาสไม่ต้องจ่าย — ถ้าการวางระบบคลังสินค้าไม่ใช่งานปกติของธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า มีเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดแน่นอน แล้วเสร็จภายใน 2 ปี มีสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง และเลิกจ้างตรงตามกำหนดเวลานั้น ก็เข้าข้อยกเว้นมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ แต่ถ้าโครงการเสร็จแล้วยังให้ทำงานอื่นต่อ หรือเลิกจ้างก่อนครบกำหนด ข้อยกเว้นจะหลุดทันที

ภาษี ประกันสังคม และบัญชีที่ตามมา

  • ประกันสังคมเริ่มตั้งแต่วันแรก ลูกจ้างทดลองงานเป็นลูกจ้างตามกฎหมายประกันสังคมเหมือนพนักงานประจำ นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่วันเข้าทำงานและหักเงินสมทบทุกงวด การรอให้ผ่านทดลองงานก่อนค่อยขึ้นทะเบียนทำให้ต้องนำส่งย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม
  • สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานของพนักงานตามปกติ นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งใน ภ.ง.ด.1 และรวมในใบ 50 ทวิ
  • ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉพาะส่วนที่ไม่เกินค่าจ้างของการทำงาน 400 วันสุดท้าย และไม่เกิน 600,000 บาท (เกณฑ์ที่ใช้กับค่าชดเชยที่ได้รับตั้งแต่ 1 มกราคม 2566) ส่วนที่เกินต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และข้อยกเว้นนี้ไม่รวมค่าชดเชยที่จ่ายเพราะเหตุเกษียณอายุหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง กรณีจ่ายเพราะไม่ต่อสัญญาปีต่อปีจึงควรตรวจเงื่อนไขกับผู้สอบบัญชีก่อนออก 50 ทวิ
  • ฝั่งบริษัท ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวเป็นรายจ่ายเกี่ยวกับกิจการ หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ และบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เลิกจ้าง ถ้ากิจการตั้งประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานไว้ ให้กลับรายการส่วนของพนักงานที่ออกไปด้วย
  • เอกสารที่ควรเก็บ สัญญาจ้าง แบบประเมินผลระหว่างทดลองงาน หนังสือบอกเลิกสัญญาที่ระบุเหตุผล หลักฐานการจ่ายเงินทุกรายการ และสำเนาแบบประกันสังคม เพราะข้อพิพาทเรื่องเลิกจ้างมักเกิดหลังจากพนักงานออกไปแล้วหลายเดือน
ทดสอบความเข้าใจ

พนักงานทดลองงานเริ่มงาน 1 มิถุนายน บริษัทจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน เจ้าของเพิ่งตัดสินใจวันที่ 25 กันยายนว่าไม่ผ่านทดลองงาน และให้หยุดงานตั้งแต่วันนั้นโดยไม่เคยแจ้งเป็นหนังสือมาก่อน (ไม่มีความผิดตามมาตรา 119) นายจ้างต้องจ่ายอะไรบ้าง

ถ้าคุณกำลังร่างสัญญาจ้างพนักงานใหม่ ใกล้ถึงวันครบ 120 วันของพนักงานทดลองงาน หรือมีสัญญาปีต่อปีที่กำลังจะหมดอายุและไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายอะไร ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวางปฏิทินประเมินผล คำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่าวและค่าชดเชย จัดการประกันสังคมและภาษีหัก ณ ที่จ่าย และบันทึกบัญชีให้ครบในงวดเดียว

บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับนายจ้างที่เป็น SME (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17 มาตรา 17/1 มาตรา 20 มาตรา 118 และมาตรา 119 แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6238/2545 และ 5131/2550 พระราชบัญญัติประกันสังคม และกฎกระทรวงยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตัวอย่างวันที่ในบทความคำนวณจากรอบจ่ายค่าจ้างสิ้นเดือน รอบจ่ายและข้อบังคับการทำงานของแต่ละบริษัทอาจทำให้ผลต่างออกไป โปรดปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือนักกฎหมายแรงงานก่อนนำไปใช้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี

ปรึกษาฟรี