จ้างแรงงานต่างด้าว นายจ้างต้องทำอะไร แจ้งจัดหางาน 15 วัน ประกันสังคม 30 วัน ปรับถึง 1 แสน
ร้านอาหาร โรงงานขนาดเล็ก ไซต์ก่อสร้าง และธุรกิจบริการจำนวนมากพึ่งพาแรงงานจากเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม แต่เจ้าของกิจการหลายรายยังคิดว่าแค่จ่ายค่าแรงตรงเวลาก็พอ ทั้งที่กฎหมายกำหนดหน้าที่ของนายจ้างไว้หลายชั้น ตั้งแต่ตรวจใบอนุญาตทำงานก่อนรับเข้า แจ้งกรมการจัดหางานเมื่อรับเข้าและเมื่อออก ขึ้นทะเบียนประกันสังคม หักภาษี ณ ที่จ่าย ไปจนถึงเก็บหลักฐานการจ่ายค่าจ้างให้สรรพากรยอมรับ บทความนี้เรียงหน้าที่ทั้งหมดตามลำดับเวลา พร้อมตัวเลขค่าปรับตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2561
ก่อนรับเข้าทำงาน ใบอนุญาตทำงานต้องมี ต้องตรงนายจ้าง และต้องตรงประเภทงาน
มาตรา 9 ของพระราชกำหนดห้ามผู้ใดรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้ทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิทำได้ ความผิดนี้ไม่ได้ดูแค่ว่ามีบัตรหรือไม่ แต่ดูว่าใบอนุญาตระบุนายจ้างรายใด ทำงานประเภทใด และท้องที่ใด การรับคนที่ถือใบอนุญาตของนายจ้างรายอื่นมาทำงานให้เรา หรือให้คนที่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมกรไปขับรถส่งของ ก็เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 9 เช่นกัน
- โทษนายจ้าง (มาตรา 102) ปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน ถ้าทำผิดซ้ำ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกห้ามจ้างคนต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด
- โทษลูกจ้าง (มาตรา 101) คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือสิทธิ ปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท และถูกส่งกลับออกนอกราชอาณาจักร นายจ้างจึงเสียทั้งค่าปรับและกำลังคนในคราวเดียว
- งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2563 กำหนดงานไว้ 40 งาน แบ่งเป็นงานห้ามเด็ดขาด 27 งาน เช่น งานขับขี่ยานยนต์ งานตัดผมและเสริมสวย และงานที่ทำได้โดยมีเงื่อนไข 13 งาน เช่น งานกสิกรรมและงานช่างก่อสร้างบางประเภท ก่อนมอบหมายงานใหม่ให้เทียบกับบัญชีท้ายประกาศทุกครั้ง
- เอกสารที่ควรถ่ายสำเนาเก็บไว้ หนังสือเดินทางหรือเอกสารแทน บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) ถ้ามี ใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุ และสัญญาจ้างที่ทำเป็นหนังสือ ซึ่งกรมการจัดหางานกำหนดให้นายจ้างที่นำเข้าแรงงานตามระบบ MOU ต้องจัดทำ เก็บไว้ที่สถานประกอบการ และมอบสำเนาให้ลูกจ้าง
รับเข้าแล้วต้องแจ้งกรมการจัดหางานภายใน 15 วัน ออกจากงานก็ต้องแจ้งภายใน 15 วัน
มาตรา 13 กำหนดให้ผู้ใดจ้างคนต่างด้าวทำงาน ต้องแจ้งนายทะเบียนให้ทราบชื่อ สัญชาติ และลักษณะงานที่ให้ทำภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง และเมื่อคนต่างด้าวออกจากงานต้องแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ออก พร้อมระบุเหตุแห่งการออกจากงาน ไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาทตามมาตรา 103 หน้าที่นี้เป็นคนละเรื่องกับการขอใบอนุญาตทำงาน หลายกิจการพลาดเพราะคิดว่าลูกจ้างมีใบอนุญาตอยู่แล้วจึงไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
- ช่องทางแจ้ง ระบบ e-WorkPermit ของกรมการจัดหางาน (eworkpermit.doe.go.th) หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ให้เก็บหลักฐานการแจ้งทั้งภาพหน้าจอและเลขรับเรื่องไว้ในแฟ้มพนักงานแต่ละคน
- แรงงานตามระบบ MOU กรมการจัดหางานกำหนดว่าเมื่อลูกจ้างที่นำเข้าตามระบบ MOU ออกจากงาน นายจ้างต้องแจ้งทั้งบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานที่ได้รับอนุญาตและกรมการจัดหางานภายใน 7 วันพร้อมเหตุผล ซึ่งสั้นกว่ากรณีทั่วไป
- ถ้านายจ้างจัดที่พักให้ ผู้ครอบครองเคหสถานที่รับคนต่างด้าวเข้าพักมีหน้าที่แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมงตามมาตรา 38 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 (แบบ ตม.30) เป็นหน้าที่แยกต่างหากจากกรมการจัดหางาน
ประกันสังคมภายใน 30 วัน และกองทุนเงินทดแทน
สำนักงานประกันสังคมกำหนดให้นายจ้างขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับแต่วันเข้าทำงานด้วยแบบ สปส.1-03 ลูกจ้างต่างด้าวใช้สำเนาใบอนุญาตทำงานคู่กับหนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตทำงานคู่กับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือสำเนาบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย อัตราเงินสมทบและวิธีคำนวณเหมือนลูกจ้างไทยทุกประการ นายจ้างหักส่วนของลูกจ้างทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง สมทบส่วนของนายจ้างเท่ากัน และนำส่งพร้อมแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เมื่อลูกจ้างออกจากงานให้แจ้งด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปเช่นกัน
- กลุ่มที่ยังไม่อยู่ในบังคับประกันสังคม ลูกจ้างงานบ้านที่ไม่มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย ลูกจ้างกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ได้จ้างตลอดปี และลูกจ้างหาบเร่แผงลอย กลุ่มนี้ต้องมีประกันสุขภาพตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแทน และมีร่างกฎหมายขยายความคุ้มครองอยู่ระหว่างพิจารณา ควรตรวจสถานะล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมก่อนตัดสินใจ
- ช่วงรอเกิดสิทธิ สิทธิกรณีเจ็บป่วยของผู้ประกันตนเกิดเมื่อจ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนไขของกฎหมายประกันสังคมแล้ว ลูกจ้างที่เพิ่งขึ้นทะเบียนจึงมักยังใช้ประกันสุขภาพที่ซื้อตอนขอใบอนุญาตทำงานไปก่อน นายจ้างควรรู้ว่าช่วงไหนลูกจ้างใช้สิทธิอะไรได้ เพื่อไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาเองโดยไม่จำเป็น
- กองทุนเงินทดแทน เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียวปีละครั้งครอบคลุมลูกจ้างทุกคนในสถานประกอบการ ลูกจ้างต่างด้าวที่ทำงานโดยมีใบอนุญาตถูกต้องและประสบอันตรายจากการทำงานมีสิทธิได้รับเงินทดแทน การจ้างคนไม่มีใบอนุญาตจึงทำให้นายจ้างเสี่ยงต้องรับภาระค่ารักษาและค่าทดแทนเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ภาษีและบัญชี ค่าจ้างต่างด้าวหักรายจ่ายได้ ถ้าพิสูจน์ผู้รับได้
ค่าจ้างที่จ่ายให้ลูกจ้างต่างด้าวเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) เหมือนพนักงานไทย นายจ้างต้องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน สรุปด้วย ภ.ง.ด.1ก ปลายปี และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ลูกจ้าง ลูกจ้างที่ยังไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรต้องยื่นคำร้องขอมีเลขด้วยแบบ ล.ป.10.1 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ เพื่อให้นายจ้างกรอกในแบบนำส่งได้ครบถ้วน ค่าจ้างรายวันของแรงงานส่วนใหญ่มักยังไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี แต่หน้าที่ยื่นแบบของนายจ้างยังคงอยู่
- หลักฐานการจ่ายค่าจ้าง รายจ่ายที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18) แห่งประมวลรัษฎากร การจ่ายเงินสดให้แรงงานโดยไม่มีใบสำคัญจ่ายที่ลงลายมือชื่อ ไม่มีสำเนาเอกสารประจำตัว และไม่มีทะเบียนลูกจ้าง คือเหตุผลที่สรรพากรบวกกลับค่าแรงของ SME บ่อยที่สุด ทางที่ดีคือโอนเข้าบัญชีธนาคารของลูกจ้างทุกคน และเก็บทะเบียนลูกจ้างกับเอกสารการจ่ายค่าจ้างตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด
- ค่าใช้จ่ายที่นายจ้างออกให้ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน ค่าตรวจสุขภาพ ค่าประกันสุขภาพ และค่าดำเนินการนำเข้าตามระบบ MOU ที่นายจ้างจ่ายแทนลูกจ้าง ลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานได้ แต่ควรแยกบัญชีให้ชัดและหารือผู้สอบบัญชีว่ารายการใดถือเป็นประโยชน์เพิ่มที่ต้องรวมเป็นเงินได้ของลูกจ้าง และรายการใดเป็นต้นทุนของกิจการโดยแท้
- กฎหมายแรงงานไม่แยกสัญชาติ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นิยามลูกจ้างว่าผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้าง โดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ ค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าล่วงเวลา วันหยุด วันลา และค่าชดเชยเลิกจ้าง จึงใช้กับลูกจ้างต่างด้าวเท่ากับคนไทย สัญญาที่ให้ค่าจ้างต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำหรือตัดสิทธิเหล่านี้ใช้บังคับไม่ได้
- ใบอนุญาตทำงานยังไม่หมดอายุ ระบุชื่อกิจการของเราเป็นนายจ้าง และระบุประเภทงานตรงกับงานที่จะมอบหมายจริง
- งานที่จะให้ทำไม่อยู่ในบัญชีงานห้ามเด็ดขาด 27 งาน และถ้าอยู่ในกลุ่มงานมีเงื่อนไข 13 งาน ได้ตรวจเงื่อนไขท้ายประกาศแล้ว
- ถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทน บัตรชมพู และใบอนุญาตทำงาน เก็บในแฟ้มพนักงานพร้อมสัญญาจ้างที่ทำเป็นหนังสือ
- แจ้งการจ้างต่อกรมการจัดหางานภายใน 15 วันนับแต่วันจ้าง และเก็บหลักฐานการแจ้งไว้
- ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนด้วยแบบ สปส.1-03 ภายใน 30 วันนับแต่วันเข้าทำงาน หรือถ้าอยู่ในกลุ่มที่ไม่อยู่ในบังคับ มีประกันสุขภาพตามที่กำหนด
- มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของลูกจ้างสำหรับยื่น ภ.ง.ด.1 และเปิดบัญชีธนาคารเพื่อโอนค่าจ้าง
- บันทึกชื่อลงทะเบียนลูกจ้าง กำหนดค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของจังหวัด และกำหนดวันหยุดประจำสัปดาห์เป็นลายลักษณ์อักษร
- วันเริ่มงาน: ตรวจใบอนุญาตทำงานให้ตรงนายจ้างและตรงงาน เซ็นสัญญาจ้างเป็นหนังสือ ถ่ายสำเนาเอกสารประจำตัว และถ้าจัดที่พักให้ แจ้งที่พักคนต่างด้าวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมง
- ภายใน 15 วัน: แจ้งชื่อ สัญชาติ และลักษณะงานของลูกจ้างต่อกรมการจัดหางานผ่านระบบ e-WorkPermit หรือสำนักงานจัดหางานในพื้นที่ เก็บเลขรับเรื่องไว้
- ภายใน 30 วัน: ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนด้วยแบบ สปส.1-03 พร้อมสำเนาใบอนุญาตทำงานและหนังสือเดินทางหรือบัตรชมพู และขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรให้ลูกจ้างที่ยังไม่มี
- ทุกเดือน: โอนค่าจ้างเข้าบัญชีลูกจ้าง หักเงินสมทบและภาษี ณ ที่จ่าย ยื่น ภ.ง.ด.1 และ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และลงรายการในทะเบียนลูกจ้างให้ตรงกับยอดจ่ายจริง
- ก่อนใบอนุญาตหมดอายุ: วางแผนต่ออายุล่วงหน้า เพราะวันที่ใบอนุญาตขาดคือวันที่การจ้างกลายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 9 ทันที ทั้งที่ลูกจ้างยังเป็นคนเดิม
- เมื่อลูกจ้างออกจากงาน: แจ้งกรมการจัดหางานภายใน 15 วันพร้อมเหตุผล (แรงงาน MOU แจ้งภายใน 7 วัน) แจ้งออกประกันสังคมด้วย สปส.6-09 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ลูกจ้าง
กำลังจะรับแรงงานต่างด้าวชุดแรก หรือมีลูกจ้างต่างด้าวอยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าแจ้งครบทุกหน่วยงานหรือยัง ปรึกษา CKH Accounting ได้เลย เราช่วยวางแฟ้มเอกสารรายคน ตั้งปฏิทินแจ้งเข้าออกและต่ออายุใบอนุญาต ดูแลการยื่น ภ.ง.ด.1 และประกันสังคมให้ตรงเวลา และจัดหลักฐานการจ่ายค่าจ้างให้พร้อมเมื่อสรรพากรหรือพนักงานตรวจแรงงานขอดู
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับนายจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่จ้างแรงงานต่างด้าวทั่วไปและแรงงานตามระบบ MOU (อัปเดต พ.ศ. 2569) อ้างอิงพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 13 มาตรา 101 มาตรา 102 และมาตรา 103 ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2563 แนวปฏิบัติการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 38 และประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) และมาตรา 65 ตรี (18) หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนและการต่ออายุของแรงงานแต่ละสัญชาติและแต่ละช่องทางนำเข้ามีรายละเอียดและกำหนดเวลาที่เปลี่ยนตามมติคณะรัฐมนตรีเป็นระยะ โปรดตรวจประกาศล่าสุดของกรมการจัดหางานและปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานก่อนนำไปใช้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับบัญชีหรือภาษี? ปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้ฟรี
ปรึกษาฟรี